เดินหน้าต่อ แต่ต้องไปให้รอดหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ คสช.ปล่อยลีลาความเป็น “นักการเมือง” ให้ปรากฏด้วยคำตอบสั้นๆ ว่า “ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์จะเป็นชี้ชัดต่อไปเองว่า เราควรจะทำอย่างไรในอนาคต”เมื่อตอบคำถามนักข่าวว่าจะอยู่ต่อไปหรือเปล่า จะตั้งพรรค การเมืองหรือเปล่าเป็นคำตอบที่ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งระบบด้วยคำตอบนั้น สามารถตีความไปได้ต่างๆนานาแต่ถ้าว่ากันโดยสรุปน่าจะตีความได้ว่าโอกาสที่จะเดินหน้าต่อมีความเป็นไปได้มากขึ้น ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ขณะนั้นพูดง่ายๆ ก็คือมีคำตอบกลายๆ ให้นำไปคิดกันต่อที่แน่นอนอยู่อย่างหนึ่งก็คือ หากไม่ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้า คสช. นายกรัฐมนตรี ก่อนวันที่ 6 ก.ค.60 ก็ไม่สามารถลงสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนฯได้รัฐธรรมนูญปี 2560 ได้กำหนดเอาไว้ในบทเฉพาะกาล ม.263 (7) ระบุว่า เมื่อมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกภายหลังจากวันประกาศรัฐธรรมนูญนี้ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนฯมิได้เว้นแต่จะพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติภายใน 90 วัน นับแต่วันประกาศรัฐธรรมนูญฉบับนี้และ ม.263 (7) นี้ให้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลมกับ ครม. และผู้ดำรงตำแหน่งใน คสช. และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ตาม ม.264, 265 และ 266ทั้งนี้รัฐธรรมนูญได้ประกาศบังคับใช้เมื่อวันที่ 6 เม.ย.60 ซึ่งจะครบกำหนด 90 วัน ในวันที่ 6 ก.ค.60 นี้ก็หมายความว่า ทั้ง สนช. สปท. ครม. และ คสช. หากสนใจที่จะลงสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนฯ ต้องพ้นตำแหน่งดังกล่าวก่อนวันที่ 6 ก.ค.60เป็นอย่างนี้ พล.อ.ประยุทธ์ก็ลงสมัครเลือกตั้งเป็น ส.ส.ไม่ได้ เพราะไม่มีทางที่จะลาออกจากตำแหน่งสำคัญคือ นายกฯและหัวหน้า คสช.แต่ประเด็นที่สนใจกันก็คือ หากเข้าสังกัดพรรคการเมือง และมีชื่ออยู่ในระบบปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคการเมืองนั้น จะทำได้หรือไม่นี้เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่จะต้องใช้กฎหมายมาตีความทว่า การจะเดินหน้าต่อไปก็มีหนทาง นั่นคือ เข้ามาเป็นนายกฯคนนอก หาก ส.ว. 250 คน และ ส.ส.อีกจำนวนหนึ่งลงมติสนับสนุนให้ความเห็นชอบก็จะได้ตำแหน่งนี้จังหวะการเมืองในเวลานี้ จึงคึกคักมากกว่าที่ผ่านมา สปท.จำนวนหนึ่งได้ลาออก เพราะต้องการไปเล่นการเมืองเต็มตัว เพื่อลงสมัครเลือกตั้งเพียงแต่ว่าจะไปตั้งพรรคการเมืองเองหรือไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นที่แน่ๆก็คือ คงไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ส.ว. หรือเป็นเพราะมีเป้าหมาย เพื่อออกไปเล่นการเมือง ตั้งเป้าหนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯอีกรอบหนึ่งที่ปรากฏมานั้น หากตั้งพรรคการเมืองก็ต้องไปรวบรวมนักการเมือง ที่แม้จะเก็บตัวเงียบ แต่น่าจะมีการติดต่อสื่อสารล่วงหน้ากันไว้แล้วหรือการรวบรวมพรรคการเมืองอื่นๆ โดยเฉพาะพรรคเล็กๆให้เป็นพรรคเดียวกัน หรือให้ช่วยกันสนับสนุนให้หัวหน้า คสช. เป็นนายกฯ เป็น “อุดมการณ์” ร่วมกันประเด็นที่สำคัญก็คือ พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกฯก็ต้องมีเสียงสนับสนุนเกิน 250 ขึ้นไป จาก ส.ส.อันไม่เกี่ยวกับ ส.ว. 250 เสียงแม้จะคุมสภาพได้ แต่บริหารประเทศไม่ได้แน่.“สายล่อฟ้า”