พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การ บริหารจัดการการทำงานคนต่างด้าว ที่สร้างความปั่นป่วนทั้งนายจ้างและลูกจ้าง เป็นตัวอย่างหนึ่งของการออกกฎหมาย ในยุคที่นักวิชาการเรียกว่า “รัฐราชการ” เป็น พ.ร.ก.ที่ใช้บังคับทันที ทำให้แรงงานชาวพม่าและกัมพูชาหนีกลับบ้านนับหมื่น เพราะกลัวถูกจับเข้าคุก และนายจ้างต้องเสียค่าปรับรายละ 4 ถึง 8 แสนบาทคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ยื่นหนังสือร้องเรียนระบุว่า พ.ร.ก.ที่ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน มีบทลงโทษสูงเกินไป และส่งผลกระทบในวงกว้าง โดย เฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็ก ทั้งภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ การท่องเที่ยวและบริการ สมาคมภัตตาคารไทยเปิดเผยว่า ร้านอาหารทั่วประเทศ (4 แสนร้าน) ปั่นป่วน เพราะใช้แรงงานต่างด้าวแต่ยังเคราะห์ดีที่นายกรัฐมนตรีตัดสินใจใช้อำนาจ ม.44 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า โดยให้ชะลอการใช้บังคับ พ.ร.ก. 3 มาตรา เป็นเวลา 120 วัน จะไม่มีการจับกุม หรือกวดขันแรงงานผิดกฎหมาย ยกเว้นความผิดฐานค้ามนุษย์ และให้เวลาแรงงานต่างด้าวกลับไปทำเอกสารให้ถูกต้อง แต่ฝ่ายนายจ้างคาดว่าอาจต้องใช้เวลาถึง 2–3 เดือนอธิบดีกรมจัดหางานเปิดเผยว่า ขณะนี้มีแรงงานต่างชาติทำงานอยู่ในไทย ราว 2.6 ล้านคน เป็นแรงงานถูกกฎหมาย 1.3 ล้านคน ผิดกฎหมาย 1.3 ล้านคน ประธานหอการค้าสมุทรสงครามชี้แจงว่า เหตุที่มีแรงงานผิดกฎหมายอยู่เป็นอันมาก เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายไม่จดทะเบียนมา 2–3 ปีแล้ว แสดงว่ามีปัญหาแรงงานเถื่อนมากขึ้นในช่วงรัฐบาล คสช.เป็นตัวอย่างของการออกกฎหมายในยุครัฐบาลรัฐราชการ ถือว่ามีอำนาจสามารถออกกฎหมายใช้บังคับในทันที โดยไม่ได้ทำตามกระบวนการตามรัฐธรรมนูญครบถ้วน เช่น ไม่เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น “ของผู้เกี่ยวข้อง” ตามรัฐธรรมนูญ ถ้าหากมีการรับฟังความเห็นตั้งแต่แรก คณะกรรมการ กรอ.จะขอร้อง “ให้ผู้แทนภาคเอกชนมีส่วนร่วม” ทำไมยิ่งกว่านั้น กฎหมายฉบับนี้ยังออกเป็น พ.ร.ก. แต่ไม่ทราบว่ายึดตามรัฐธรรมนูญโดยเคร่งครัดหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 กรณีที่ต้องออก พ.ร.ก.ได้แก่การรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ “ให้กระทำได้เฉพาะเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่าเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วน อันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้” เท่านั้นแต่การออก พ.ร.ก.ใช้บังคับทันที โดยไม่ให้เวลาผู้ที่เกี่ยวข้องปรับตัว นอกจากอาจไม่สามารถรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจแล้ว ยังสร้างความปั่นป่วนทั้งอุตสาหกรรมการก่อสร้าง การประมง ร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน ร้านค้า ฯลฯ ทั่วประเทศ และยังมีคำถามด้วยว่าปัญหาแรงงานต่างด้าว หมักหมมมานานหลายสิบปี ทำไมจึงเพิ่งมา “จำเป็นรีบด่วน”