หลังจากที่รอคอยมานานหลายปี ในที่สุดความฝันของคนไทยที่จะมีรถไฟความเร็วสูง ก็กำลังจะกลายเป็นจริง หลังจากที่หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกมาตรการเร่งรัดและเพิ่มประสิทธิภาพ การดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงแรกจากกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 252 กิโลเมตร มูลค่าประมาณ 1.7 แสนล้านบาทคำสั่งฉบับนี้ยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย หลายฉบับไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการกำหนดราคากลาง กฎหมายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี และระเบียบการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของสภาวิศวกร เพื่อพัฒนาระบบคมนาคมให้ทันสมัยโครงการรถไฟความเร็วสูง ด้วยความร่วมมือระหว่างไทยกับจีน เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2557 เป็นโครงการระยะทาง 873 กม. จากกรุงเทพฯถึงหนองคาย ในวงเงินประมาณ 5 แสนล้านบาท แต่การเจรจาเป็นไปด้วยความล่าช้า เพราะติดขัดเงื่อนไขของแต่ละฝ่าย หยุดชะงักไประยะหนึ่ง รัฐบาลจึงร่นระยะทางเหลือแค่นครราชสีมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมชี้แจงว่า เหตุผลที่ต้องใช้ ม.44 เพื่อยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายบางฉบับ เพราะติดขัดเรื่องระเบียบพัสดุการจัดซื้อจัดจ้าง ระเบียบเรื่องราคากลาง และระเบียบการขออนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกร ทำให้วิศวกรจีนไม่สามารถมาทำงานในไทยได้ จะต้องสอบเพื่อขอใบอนุญาตตามกฎหมายไทย ทั้งๆที่เป็นผู้เชี่ยวชาญของจีนมีคำชี้แจงจากนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ว่าไม่ถึงกับต้องให้วิศวกรจีนมานั่งสอบ แค่ให้มานั่งคุยกันเพื่อให้รู้กฎหมายไทย ขึ้นทะเบียนกับสภาวิศวกร และควรถ่ายโอนเทคโนโลยีให้คนไทย เพื่อให้รู้จักซ่อมบำรุงเอง และก่อสร้าง โครงการใหม่ได้เอง หากไม่ทำแบบนี้ หากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ใครจะรับผิดชอบความเสียหายขณะเดียวกัน นักวิชาการไทยหลายคนก็เป็นห่วง ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบหากเกิดความเสียหาย เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายไทย โดยปกติโครงการใหญ่ขนาดนี้ ต้องผ่านการกลั่นกรองของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และสภาพัฒน์ และมีการประกวดราคาเพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุด และชี้ว่าความล่าช้าเกิดจากการขาดประสิทธิภาพของ รฟท.และกระทรวงคมนาคมแม้คนไทยจะต้องการได้ชื่นชมรถไฟความเร็วสูงโดยเร็ว แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อยากให้รัฐบาลละเลยกฎหมายของประเทศ อยากให้ยึดมั่นในธรรมาภิบาล ในเรื่องความโปร่งใส ความรับผิดชอบ ความคุ้มค่า และไม่เสี่ยงต่อการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ เช่น เรื่องการทำสัญญากับต่างประเทศที่กระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ น่าจะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ.