ถึงคดีฮั้ว สว.จะจบในชั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่ความรู้สึกสังคมยังไม่จบ ตามปรากฏการณ์ต่อเนื่องชาวโซเชียล ให้ความเชื่อถือคำวินิจฉัย กกต.เสียงข้างน้อย มากกว่ามติ กกต.เสียงข้างมากที่ตัดสินปล่อยผียกลอต แกนนำ กรรมการบริหารพรรค และ สส.พรรคภูมิใจไทย รวม 21 คน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกระบวนการฮั้ว สว.เทน้ำหนักเชื่อความเห็น นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต.เสียงข้างน้อย ที่โต้แย้งมติฝ่ายเสียงข้างมาก งัดหลักฐานทั้งรายชื่อโพยฮั้ว คะแนนผู้สมัคร สว.สีน้ำเงินที่เกาะกลุ่มกันอย่างปาฏิหาริย์ และข้อมูลการโทรศัพท์ติดต่อระหว่างเครือข่ายผู้สมัคร สว.กับพรรคการเมืองจับพิรุธพฤติกรรมชวนสงสัยที่กระจายไปทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ล็อกเป้าไปที่พรรคการเมืองเดียว ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจุดใดจุดหนึ่งโดยเฉพาะรวมถึงกรณีตั้งข้อสังเกตเส้นเงินเครือข่าย สว.บางคน ที่โอนเงินหลักแสนในพื้นที่ภาคใต้ แต่ กกต.กลับลงมติ 4 ต่อ 3 ไม่ติดใจสอบเส้นเงินดังกล่าว ตัดตอนไม่ให้สาวไปถึงตัวการใหญ่ที่โอนเงินมาไล่เปิดโปงสารพัดข้อพิรุธ หักล้างการยกคำร้องเสียงข้างมากที่ระบุพยานและหลักฐานมีน้ำหนักไม่เพียงพอตอบโจทย์สิ่งที่สังคมเห็น แต่ กกต.เสียงข้างมากมองไม่เห็น ถึงจะเป็นเสียงข้างน้อย แต่อานุภาพกลับดังและทรงพลังกว่าในสังคมสถานการณ์ที่เหล่าบิ๊กเนมค่ายสีน้ำเงิน ถึงจะถูกตัดจบ หลุดบ่วงคดีชั้น กกต. แต่กลับตกเป็นเป้าโดนกระแสสังคมกดดันหนักหน่วง ประชาชนหวาดระแวงมาตรฐานความชอบธรรมในการพิจารณาคดีถึงแม้จะรอดคดีทางกฎหมาย แต่ไม่รอดพ้นปมการยอมรับทางสังคมหนำซ้ำยังต้องไปลุ้นการพิจารณาคดีในชั้นศาลฎีกา จะสั่งขยายผลสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากที่ กกต.ส่งมาหรือไม่ เพื่อสาวไปถึงผู้บงการใหญ่รูปการณ์คดีฮั้ว สว.ยังมีโอกาสพลิกคว่ำ พลิกหงาย หากศาลฎีกาสั่งพิจารณาคดีเพิ่มเติม ก็มีโอกาสเปิดทางไปสู่การรื้อฟื้นคดี เอาผิดระดับเดอะลาสบอสตัวจริงในอนาคตหรือแม้กระทั่งเหล่า สว.ที่ไม่ติดบ่วงต้องไปสู้คดีในชั้นศาลฎีกา 26 ราย ก็ออกอาการนั่งไม่ติดตามคิวนำร่องสดๆร้อนๆที่ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง สั่งรับคำฟ้อง กรณี สว.สำรองยื่นคำร้องให้เพิกถอนสิทธิ นางแดง กองมา และ นายสมพาน พละศักดิ์ 2 สว. ขาดคุณสมบัติการเป็น สว. เนื่องจากลงสมัครผิดกลุ่มอาชีพ โดยเตรียมนัดตรวจพยานหลักฐาน วันที่ 27 ต.ค.นี้ เดินหน้าพิจารณาดำเนินคดีต่อไป แนวโน้มศาลฎีกาฯคงมีการทยอยรับคำร้องจาก สว.สำรอง ที่ยื่นฟ้องคดีต่างๆตามมาเป็นระลอกแน่ กลายเป็นช่องทางใหม่ใช้เผด็จศึก สว.สีน้ำเงิน หลังไม่สามารถพึ่งพากลไก กกต.เอาผิดได้ช่องทางแก้เผ็ดฟ้องตรงต่อศาลฎีกาฯ ทางเบี่ยงใหม่ทลายเกราะป้องกัน กกต.คิวระทึก สว.สีน้ำเงิน อาจตกเก้าอี้ระนาว เสี่ยงเกิดโดมิโนเอฟเฟกต์ พลิกขั้วสภาสูง หากศาลฎีกาฯมีคำพิพากษาให้ สว.กลุ่มนี้พ้นจากตำแหน่ง อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงสมการอำนาจการเมืองไทยนิติสงครามฉากใหม่ เปลี่ยนสนามรบทางกฎหมายจากองค์กรอิสระ มาสู่โหมดอำนาจตุลาการโดยตรง ป้องกันการตัดตอนคดีหวังผลใช้กระแสสังคมและการฟ้องคดีเซาะกร่อนฐานอำนาจค่ายภูมิใจไทย ให้พังทลายจังหวะที่ “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ร่วมผสมโรง เป็นหัวขบวนนำม็อบกดดันการทำหน้าที่ กกต. ก่อนตัดสินคดีฮั้ว สว.รุมถ่างแผล สว.สีน้ำเงิน พร้อมประกาศจองกฐินล่วงหน้า ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลคดีฮั้ว สว. ตรวจสอบความโปร่งใสของ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย รวมถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องระบอบน้ำเงินถูกรุกไล่ทำลายความน่าเชื่อถือต่อเนื่อง จำเป็นต้องพลิกสถานการณ์ตอบโต้กลับอย่างที่พรรคภูมิใจไทยส่งสัญญาณให้ กกต.เร่งเครื่องเอาผิดสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. ซีกกลุ่มสีส้มสวนหมัดเอาคืน ตัดกำลังระบอบสีส้ม ทลายกลุ่ม สว.ที่อยู่ตรงข้ามขั้วรัฐบาลเกมอำนาจสภาสูง “ภูมิใจไทย—ประชาชน” ถูกยกระดับเป็นนิติสงครามเต็มรูปแบบ ฝ่ายหนึ่งอยากชิงอำนาจ อีกฝ่ายต้องการยื้ออำนาจเดิมพันที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การชิงเก้าอี้ สว. แต่มีผลลัพธ์สูงสุดอยู่ที่การควบคุมกลไกกำหนดทิศทางประเทศ ทั้งการแก้รัฐธรรมนูญ และการคัดเลือกบุคคลในองค์กรอิสระวัดพลังกระแสสังคมกับกลไกอำนาจรัฐ ใครจะยืนระยะอึดกว่ากัน!!!ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม