หยุดเลือกปฏิบัติ—หยุดทุจริตเพื่อ สิทธิมนุษยชนที่เท่าเทียม เป็นปัญหาระดับประเทศที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) จับมือภาคีเครือข่ายจัดงานสมัชชาสิทธิมนุษยชนประจำปี 2569 เปิดพื้นที่รับฟัง ปัญหา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประมวล สถานการณ์และข้อเสนอเชิงนโยบายไปถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อโจทย์ใหญ่สองประเด็นนี้เกิดขึ้น พร้อมกัน ทำให้คนบางกลุ่มที่ถูกเลือกปฏิบัติ เข้าไม่ถึงสิทธิและโอกาส ซ้ำเติมด้วยการ ทุจริต ทำให้ทรัพยากรรวมถึงบริการที่ควร เป็นของประชาชนถูกจัดสรรอย่างไม่เป็นธรรม พรากสิทธิของประชาชน จึงมีคำถามจาก น.ส.พรประไพ กาญจนรินทร์ ประธาน กสม. ว่าระบบใดทำให้เกิดปัญหาขึ้น จะแก้ไขอย่างไร สังคมไทยมีการเลือกปฏิบัติค่อน ข้างมาก โดยนิด้าโพลชี้ว่า กลุ่มหลากหลาย ทางเพศ (LGBTQ+) ถูกเลือกปฏิบัติมาก ที่สุด รองลงมาเป็นผู้ไม่ได้รับการศึกษา ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ ส่วนใหญ่ถูกเลือกปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่รัฐ ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงการรักษาพยาบาล สวัสดิการการศึกษา การประกอบอาชีพ การบริการสาธารณะขณะที่ทุจริตคอร์รัปชันรูปแบบเดิม อาทิ ติดสินบน โกงกินงบประมาณแผ่นดิน ไม่ได้จำกัดอยู่ในกรอบเดิม แต่ถูกพัฒนาไปอีกขั้น โดยกลุ่มทุน ข้าราชการ ระดับสูง หรือกลุ่มผลประโยชน์ เข้าไปครอบงำกระบวนการตัดสินใจของรัฐ เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ผ่านวิธีการล็อบบี้ระดับ สูง ส่งคนเข้าสู่ตำแหน่ง หรือใช้เครือข่ายอุปถัมภ์เกิด “การยึดรัฐ” จากกระบวนการ กลุ่มผลประโยชน์ ที่ น.ส.สฤณี อาชวานันท กุล นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ ชี้ให้เห็นถึงอิทธิพลของกลุ่มนี้ สามารถชี้นำออกกฎหมาย กำหนดนโยบายให้เบี่ยงเบนออกจากประโยชน์สาธารณะ นำผลประโยชน์ เข้ากระเป๋าตัวเอง แม้การยึดรัฐเป็นกระบวน การถูกต้องตามกฎหมาย แต่กระทบสิทธิประชาชนแม้องค์กรภาคประชาสังคมพยายาม เปิดโปงให้สังคมเห็นถึงกระบวนการยึดรัฐ เช่น โครงสร้างค่าไฟฟ้าที่ผู้มีรายได้น้อยจ่ายค่าไฟในสัดส่วนที่สูงกว่าผู้มีรายได้ มาก ต้องจ่ายให้โรงไฟฟ้าที่ไม่ได้เดินเครื่อง การควบรวมกิจการโทรคมนาคมผูกขาดบริการ ประชาชนไม่มีตัวเลือกในบริการสาธารณะที่มีคุณภาพเหมาะสมกับราคาสุดท้ายผู้เปิดโปงความจริงมักถูกฟ้องปิดปาก แนวทางแก้ปัญหาต้องเริ่มจากรัฐบาลแสดงความจริงใจต่อประชาชน เร่งร่างรัฐธรรมนูญใหม่การันตีองค์กรอิสระที่เป็นอิสระ ตรากฎหมายคุ้มครองผู้แจ้ง เบาะแส กฎหมายป้องกันฟ้องคดีเชิงยุทธ ศาสตร์ ผ่าตัดบริการภาครัฐจากระบบเอกสารสู่ระบบดิจิทัลอย่างแท้จริง ลดใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม