น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่าใกล้ถึงวันเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ มักจะได้เห็นคนการเมืองแสดงภาพให้ปรากฏการที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี พบกับ “ทักษิณ ชินวัตร” เจ้าของ “เพื่อไทย” ถึงขนาดกราบตักให้ได้เห็นกันนั้นใครจะว่าเป็นเรื่องปกติของหัวหน้ากับลูกน้องเก่าที่ต้องแสดงความเคารพแต่ก็เป็นการแสดงสัญลักษณ์ทางการเมืองอย่างหนึ่งคือความแนบแน่นเอาไหนเอากัน...นอกจากลูกพรรคของทั้ง 2 พรรคแล้ว ยังทำให้พรรค ฝ่ายค้านต้องตระหนักว่าพรรคร่วมรัฐบาลนั้นสามัคคีกันขนาดไหนหากไม่แน่จริงไม่มีทางทำให้แตกคอกันแน่ไม่ต่างกับเขียนเสือให้วัวกลัวหรอก...พับผ่า!ว่าไปแล้วการที่รัฐบาลถูกฝ่ายค้านเปิดซักฟอกนั้นถ้าเสียงสนับสนุนขนาดนั้นไม่มีปัญหา เว้นแต่ “เพื่อไทย” แตกไปเท่านั้นยุ่งแน่...ว่าไปแล้วทั้ง “ภูมิใจไทย” และ “เพื่อไทย” นั้น ต่างก็มี ความจำเป็นที่จะต้องร่วมรัฐบาลกัน นอกจากสนิทคุ้นเคยกันมาก่อนทำให้ไปด้วยกันง่ายกว่าพรรคอื่นต่างฝ่ายต่างก็อาศัยซึ่งกันและกัน “ภูมิใจไทย” ต้องการเสียงจาก “เพื่อไทย” ไม่ต่างกับ “เพื่อไทย” ก็ต้องการเสียง จาก “ภูมิใจไทย” เพื่อเป็นรัฐบาลในยามที่พรรคกำลังตกต่ำที่มากไปกว่านั้น...“ทักษิณ” ยังต้องพึ่งพา “อนุทิน” หลายเรื่องหลายประเด็น ทั้งเรื่องพรรคและครอบครัวตระกูล “ชินวัตร”ลูกสาวก็ยังมีคดีติดตัวน้องสาวก็ยังกลับบ้านไม่ได้“ทักษิณ” เองก็ยังมีคดีติดตัวหากฟื้นคดีขึ้นมาเมื่อใดก็มีสิทธิเจอคุกอีกรอบเพราะรู้กันดีว่า “อนุทิน” นอกจากถืออำนาจรัฐใหญ่สุดแล้ว ยัง “เส้นใหญ่” กว่าใครทั้งสิ้น ขืนไปเป็นศัตรูคู่แข่งก็รู้ดีว่าจะเป็นอย่างไรดังนั้น อยู่เงียบๆในที่ตั้งดีที่สุดปลอดภัยและพรรคก็เติบโตไปตามวิถีทางเพื่อสร้างศรัทธาให้ฟื้นคืนกลับมาเพื่อชนะการเลือกตั้งนี่คือวิธีการที่ดีที่สุด...คืออยู่เป็น รอได้ ไม่ไปซ่าแบบที่เคยทำมา“ทักษิณ” นั้น เคยเจอสถานการณ์ต่างๆมามากจนวันนี้รู้ได้ว่าควรทำตัวอย่างไรเพื่อให้มีชีวิตที่ดี แม้จะไม่ต้องการแต่มันจำเป็น...ไม่ใช่แค่ตัวเขาเท่านั้นยังหมายถึงลูกสาว น้องสาว และพรรคของเขาก็ต้องแกล้งตายไว้ก่อนหรือยอมรับสภาพว่าประเทศนี้ใครใหญ่!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม