จากการที่กระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงาน ป.ป.ช., ป.ป.ท., ปปง., บก.ปปป. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เดินหน้าสอบสวนขบวนการทุจริตจัดสอบแข่งขันเพื่อ บรรจุเป็นข้าราชการ พนักงานองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ในสังกัด สถ.หลังจาก สถ.ตรวจสอบพบว่า มีผู้สอบได้ที่มีการแก้ไขคะแนน เข้าข่ายทุจริต 5,925 ราย ได้สั่งเพิกถอนการบรรจุเข้ารับราชการ จัดทำบัญชีใหม่ เลื่อนลำดับผู้ที่สอบได้ด้วยตัวเองขึ้นมาแทน ขณะที่กระทรวงมหาดไทย ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงข้าราชการ สถ. 5 ราย ซึ่งรวมทั้งอธิบดี สถ. ที่โดนสั่งย้ายไปประจำกระทรวงและยังมีข้าราชการ และพนักงานส่วนท้องถิ่นระดับปฏิบัติการอีก 53 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการทุจริตจัดสอบ ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการไต่สวนของ ป.ป.ช. เพื่อชี้มูลความผิด และส่งฟ้องดำเนินคดี ท่ามกลางการจับตาของสังคม เพราะเป็นคดีทุจริตอื้อฉาว มีการเรียกรับเงินค่าโกงคะแนนสอบกว่า 4.5 พันล้านบาทอย่างไรก็ตาม แม้การสอบสวนของหน่วยงานต่างๆมีความคืบหน้า แต่ก็ยังวนอยู่แค่ผู้สอบที่เข้าข่ายทุจริต เจ้าหน้าที่ระดับล่าง และข้าราชการแค่ระดับอธิบดี ทำให้ผู้คนในสังคม องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ภาคประชาชนและ สส.ฝ่ายค้าน ต่างวิพากษ์ วิจารณ์ ตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีแผนตัดจบกันแค่นี้ โดยไม่มีการสาวไปถึงผู้บงการใหญ่ทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ต้องออกมายืนยันเสียงเข้มว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสอบสวนอย่างเต็มที่ เมื่อผลสรุปออกมาว่า ใครทำผิด ก็ต้องถูกดำเนินคดี ไม่มียกเว้น ไม่มีเส้น ไม่มีสาย ไม่มีเพดาน ตอนนี้มีคนพยายามบอกว่า มีเพดานอยู่ที่ระดับนั้น ระดับนี้ ขอยืนยันว่า ไม่มีเพดาน ถึงใครก็ต้องดำเนินคดีกับคนนั้นขณะที่ นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. สำทับว่า คดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ป.ป.ช.ดำเนินการอย่างเต็มที่ในการหาพยานหลักฐาน ส่วนที่สังคมครหาคดีนี้อาจเป็นมวยล้มต้มคนดูนั้น ทาง ป.ป.ช.ต้องว่าไปตามพยานหลักฐาน กระบวน การไต่สวนต้องได้พยานหลักฐานอย่างมั่นใจ มั่นคง รอบคอบ จึงแจ้งข้อกล่าวหาแน่นอน การสอบสวนดำเนินคดีต้องยึดพยานหลักฐาน แต่ปัญหาก็คือ การสอบสวนหาพยานหลักฐานได้ทำกันอย่างเต็มที่หรือไม่ โดยเฉพาะเส้นเงินค่าโกง คะแนนสอบจำนวนมหาศาล 4.5 พันล้านบาท เหตุใดจึงไม่มีความคืบหน้า ถ้าสอบสวน แบบไม่สุด ความเชื่อมั่นรัฐบาล และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ในสายตาสังคมก็จะยิ่งเสื่อมทรุดคลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม