ลูกศิษย์หามหลวงพ่อวัดป่าอดุลยารามส่งโรงพยาบาลตอนดึก หลังเครียดปมพิพาทที่ดินวัดกับทายาทคนบริจาคที่ปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท หมอพบหลวงพ่ออ่อนเพลียความดันต่ำ ต้องนำเข้าห้องฉุกเฉินใส่ท่อช่วยหายใจ รอจนอาการดีขึ้นอนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่วัด คาดสาเหตุมาจากตลอดทั้งวันมีคนโทร.ให้กำลังใจ แม้แต่สมภารไปฟอกไตก็ยังโทร.มา ทำให้เจ้าอาวาสแทบไม่มีเวลาพักผ่อน ด้านป้าดา หลานเมียเจ้าของที่ดินคู่กรณีนำคนมาบุกรุกวัดยังเก็บตัวเงียบ ไม่ยอมมาพบตำรวจตามหมายเรียกยังเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ กรณีข้อพิพาทที่ดิน 21 ไร่ มูลค่าสูงกว่า 1,600 ล้านบาทของวัดป่าอดุลยาราม ริมถนนกัลปพฤกษ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น ที่นายเฮียง พิมพ์ศรี เจ้าของที่ดินนำมาถวายให้วัดตั้งแต่ปี 2533 กระทั่งนายเฮียงเสียชีวิต ทายาทได้ฟ้องร้องศาลอ้างนิติกรรมไม่สมบูรณ์กลายเป็นปมขัดแย้งมายาวนาน แม้ว่าวัดจะชนะคดีในชั้นศาล แต่ปมขัดแย้งก็ยังไม่จบและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ น.ส.ชมมณี หรือป้าดา น้อยจันทร์ อายุ 62 ปี หลานสาวฝั่งเมียของนายเฮียงนำกลุ่มชายฉกรรจ์บุกรุกเทปูนวางท่อปิดทางเข้าออกวัด จนมีการแจ้งความข้อหาบุกรุก นอกจากนี้ฝั่งคู่กรณียังยื่นขอออกใบแทนโฉนดที่ดินอ้างว่าโฉนดหาย แต่ทางวัดยืนยันโฉนดฉบับจริงยังอยู่และนำไปขอแก้ไขชื่อในโฉนดเปลี่ยนชื่อผู้ถือครองจากนายเฮียงเป็นชื่อวัดให้ถูกต้องตามกฎหมายความคืบหน้าเมื่อคืนวันที่ 15 ส.ค. ช่วงเวลาประมาณ 20.40 น. พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดอดุลยาราม เกิดอาการอ่อนเพลียและหน้ามืดคาดว่าเกิดจากพักผ่อนน้อย ลูกศิษย์เห็นท่าไม่ดีรีบโทร.แจ้ง 1669 สายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน ก่อนที่รถกู้ชีพเทศบาลเมืองศิลาจะมารับพาเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามไปโรงพยาบาลศรีนครินทร์ เมื่อไปถึงแพทย์ให้นอนสังเกตอาการในห้องฉุกเฉิน หลังพบหลวงพ่อความดันต่ำผิดปกติ พร้อมกับใส่ท่อช่วยหายใจให้น้ำเกลือ และดูแลอาการอย่างใกล้ชิดกระทั่งอาการอาพาธดีขึ้นแพทย์ที่ให้การรักษาได้อนุญาตให้พระครูอดุลสารนิเทศออกจากโรงพยาบาลกลับวัดในช่วงกลางดึก โดยมีลูกศิษย์ลูกหาและชาวบ้านมาสอบถามอาการจำนวนมากสอบถามลูกศิษย์วัดทราบว่า ช่วงหัวค่ำหลวงพ่อ ออกมานั่งที่บันไดทางขึ้นกุฏิเจ้าอาวาส แต่ดูท่าทางแปลกเหมือนคนไม่สบาย เข้าไปสอบถามทราบว่าหลวงพ่อมีอาการเวียนหัวหนัก จึงเรียกรถกู้ชีพไม่นานเจ้าหน้าที่มารับไปโรงพยาบาลทันที แพทย์นำเข้าห้องฉุกเฉินและไม่ให้ใครเยี่ยม บอกให้ลูกศิษย์กลับมารอที่วัด โชคดีที่หลวงพ่อไม่เป็นอะไรมาก หมอให้กลับมาจำวัดที่กุฏิได้ อย่างไรก็ตามคาดว่าสาเหตุน่ามาจากก่อนหน้านี้หลวงพ่ออาจจะเครียดเรื่องปัญหาข้อพิพาทที่ดินวัดกับทายาทนายเฮียงมาหลายวัน ทุกวันมีญาติโยมมาให้กำลังใจที่วัดไม่ขาดสาย อีกทั้งมีคนโทรศัพท์มาสอบถามหลวงพ่อตลอดทั้งวัน ช่วงเย็นที่ผ่านมาพระครูอดุลสารนิเทศต้องไปฟอกไตตามนัดที่โรงพยาบาล แม้แต่ช่วงไปฟอกไตก็ยังมีคนโทรศัพท์มาถาม กลับมาวัดก็ยังโทร.มา ลูกศิษย์ต้องบอกให้ปิดโทรศัพท์ กระทั่งค่ำหลวงพ่อเกิดอาการอ่อนเพลีย เวียนหัว“เชื่อว่าหลวงพ่อน่าจะพักผ่อนไม่เพียงพอจากปัญหาเรื่องวุ่นวายในวัดที่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลต่อสู้เรื่องที่ดินวัดมานาน แม้จะเป็นฝ่ายชนะคดี แต่เรื่องก็ยังไม่จบ อีกฝ่ายยังนำคนมาบุกรุกปิดทางเข้าออก นอกจากนี้หลวงพ่อน่าจะเครียดเรื่องที่มีคนนำเรื่องสภาพภายในวัดไปกล่าวถึงในลักษณะว่าวัดรกวัดเก่า ทั้งที่สภาพดังกล่าวเป็นแบบนี้มานานแล้ว แต่พอมีเรื่องก็มีคนหยิบเอามาเป็นประเด็น ความจริงแล้วหลวงพ่อตั้งใจจะพัฒนาวัดมาตลอด แต่ติดปัญหาข้อพิพาทที่ดิน หลวงพ่ออยากให้เรื่องนี้จบไปก่อนแล้วค่อยมาพัฒนาวัดเรื่องต่างๆได้อย่างชัดเจน” ลูกศิษย์วัดกล่าวส่วนการดำเนินคดีกับ น.ส.ชมมณี หรือป้าดา กับพวกที่บุกรุกปิดทางเข้าออกวัดนั้น ล่าสุด พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยความคืบหน้าว่า หลังตำรวจออกหมายเรียก น.ส.ชมมณี หรือดา น้อยจันทร์ อายุ 62 ปี ไปตามที่อยู่เลขที่ 255/151 ซอยพิบูลอุปถัมป์ แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ในข้อหาบุกรุกว่า แต่ถึงขณะนี้ น.ส.ชมมณียังไม่ติดต่อมา มีเพียงคนขับรถปูน ผู้ช่วยคนขับรถปูน ร้านขายวัสดุก่อสร้างที่ขายท่อ ขายปูนมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนไปหมดแล้ว ตำรวจสอบสวนในฐานะพยาน เหลือคนขับรถตู้ 2 คันและคนที่โดยสารมาในรถตู้ ทราบว่าอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ตำรวจออกหมายเรียกไปแล้วเช่นกัน ผกก.สภ.เมืองขอนแก่นกล่าวอีกว่า ในส่วนบุคคลอื่นๆที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ทั้งที่ออกหมายเรียกและไม่ได้ออกหมายเรียก ควรจะเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน แต่ถ้าไม่มาถือว่ามีส่วนในการร่วมกระทำความผิดก็จะถูกแจ้งข้อหาร่วมกันบุกรุก ส่วนกรณีการทำเรื่องการออกใบแทนโฉนดที่ดินตัวจริงที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น ต่อมาทางวัดนำโฉนดที่ดินตัวจริงไปยื่นคัดค้าน เรื่องนี้ตำรวจยังไม่ดำเนินการใดๆ เพราะขณะนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งความ ส่วนนี้เป็นหน้าหน้าที่ของเจ้าพนักงานที่ดินที่ต้องมาแจ้งความ หากมาแจ้งตำรวจก็จะดำเนินการทันทีต่อมาเวลา 15.00 น. วันที่ 16 ส.ค. นายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วยนางเนตรทิพย์ เจริญวัย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น นำคณะเข้าพบพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม แต่เข้าพบไม่นานก็กลับออกไป เนื่องจากหลวงพ่อเพิ่งหายจากอาพาธ หลังจากคณะผู้ตรวจราชการฯกลับ พระครูอดุลสารนิเทศออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ผู้ตรวจราชการฯมาเยี่ยมเป็นปกติ และสอบถามเรื่องต่างๆ ไม่ขอเปิดเผย แต่มีสิ่งที่หลวงพ่อกลัวและอยากให้สื่อมวลชนนำเสนอออกไปก็คือในเรื่องมีคนแอบแฝงเอาเรื่องที่ดินวัดไปเรี่ยไรปัจจัยไปใช้ส่วนตัว“หลวงพ่อขอประกาศว่า วัดนี้ไม่มีตู้บริจาค วัดนี้มีแต่คิวอาร์โค้ดที่ต้องโอนเข้าธนาคารเท่านั้น ได้ยินลูกศิษย์มาบอกว่าการโอนที่ดิน 21 ไร่ จากนายเฮียงมาเป็นชื่อวัดต้องใช้เงินค่าโอนหลักล้านบาท ทั้งที่ไม่เป็นความจริง ไม่รู้ว่าเอาข่าวมาจากไหน ขอประกาศห้ามทุกคนจ่ายเงินให้กับนายหน้าพวกนี้ ถ้ามีคนมาเรี่ยไรเงินค่าโอนที่ดินวัดให้รีบแจ้งตำรวจได้ทันที เพราะหลวงพ่อไม่เคยส่งคนออกไปเรี่ยไร เป็นห่วงเรื่องนี้มาก กลัวคนจะเอาเรื่องค่าโอนที่ดินไปเรี่ยไร ส่วนจะโอนที่ดินวันไหนก็อย่าไปซีเรียส อย่าไปกดดันเจ้าพนักงานที่ดิน เพราะรอมาตั้ง 20-30 ปีแล้วยังรอได้เลย” เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามกล่าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่