เมื่อวานผมเขียนแสดงความยินดีกับร้านอาหารตามห้างสรรพสินค้าและภัตตาคารต่างๆที่ขายดีมาก เมื่อวันแม่แห่งชาติที่ผ่านมา...เขียนจบส่งต้นฉบับไปตีพิมพ์แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่า มีร้านอาหารอีกร้านหนึ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ยิ่งในช่วง 3-4 ปีหลังนี้ ที่ผมอยากเขียนให้กำลังใจ แต่ก็ลืมไปเสียสนิทชื่อร้านเป็นภาษาอังกฤษว่า “Eat Am Are” ครับ...ร้านอาหารประเภท “สเต๊ก” ที่โด่งดังและมาแรงมาก ที่สำคัญเป็นร้านของคนไทยแท้ๆร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ “อิมพอร์ต” หรือ “นำเข้า” มาจากประเทศใดทั้งสิ้นปกติร้าน Eat Am Are จะแน่นขนัดและคิวยาวอยู่แล้ว แม้ วันแม่แห่งชาติ ปีนี้ผมจะไม่มีโอกาสผ่านร้านนี้เลย แต่ก็ฟันธงได้ว่า จะต้องเป็นอีกร้านหนึ่งที่ขายดีอย่างแน่นอนในเทศกาลวันแม่ดังกล่าวความจริงผมก็เพิ่งจะได้ยินชื่อและรู้จักร้านนี้ รวมทั้งแวะไปรับประทานครั้งแรกปีกลายนี้เอง เมื่อมีการเปิดสาขาใหม่ขึ้นที่ ห้าง น้อมจิตต์ บางกะปิ (ตรงข้ามเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ)หลังจากได้ยินข่าวและเสียงร่ำลือมานานแล้วว่า Eat Am Are ร้านแรกซึ่งเปิดตัวที่ซอยรางน้ำ ตั้งแต่ปี 2557 สเต๊กอร่อยมากกินแล้วคุ้มมากช่วงนั้นผมเคยนั่งรถไฟฟ้าไปอนุสาวรีย์ชัยฯ เพื่อทำธุระแถวๆซอยรางน้ำอยู่ 2-3 ครั้ง เห็นผู้คนเข้าคิวที่ร้านนี้ยาวมาก แต่ก็ไม่เคยเข้าไปลองจนเมื่อมีการขยายสาขามาถึงน้อมจิตต์ บางกะปิ อย่างที่ว่า จึงยอมไปเข้าคิวเป็นครั้งแรก และเห็นด้วยกับเสียงร่ำลือทุกประการจุดเด่นของร้านนี้ นอกจากสเต๊กเนื้อ สเต๊กหมู สเต๊กไก่ รวมไปถึงปลาต่างๆแล้ว น่าจะอยู่ที่เครื่องเคียง ซึ่งจะมีทั้งหอมหัวใหญ่ทอดน้ำมัน, เฟรนช์ฟรายส์, สลัด ที่แนมมาให้ด้วยอย่างจุใจที่อร่อยถูกใจผมเป็นพิเศษยกให้ แฮมเบอร์เกอร์ ต่างๆครับ...ซึ่งตอนแรกผมไม่ได้สนใจมากนัก จนไปเจอพรรคพวกรายหนึ่งบอกว่าต้องลอง แฮมเบอร์เกอร์ ที่นี่แล้วนายจะลืมเบอร์เกอร์ฝรั่ง 2-3 ยี่ห้อดังนั่นไปเลยซึ่งผมลองแล้วก็ชอบ แต่คงไม่ถึงกับลืมเบอร์เกอร์ฝรั่ง 2 ยี่ห้อ ที่เคยช่วยชีวิตผมสมัยไปเรียนสหรัฐฯ เมื่อ 50 ปีก่อนโน้นหรอกครับผมพยายามค้นหาประวัติผู้ก่อตั้ง พบแต่เพียงว่าชื่อ คุณ ธัช เกษมสิทธิโชค ภาพถ่ายที่ค้นได้จากกูเกิลปี 2557 ซึ่งเป็นปีเปิดร้านดูยังหนุ่มแน่นหล่อเหลาพอสมควรข้อมูลอื่นๆหายากมาก บอกแค่เพียงว่าจบ รามคำแหง ไม่มีบทสัมภาษณ์เชิงลึกอะไรต่างๆในรายละเอียดในเว็บธุรกิจก็จะเอ่ยแต่แนวทางที่ประสบความสำเร็จว่าเน้นความคุ้มค่าคุ้มราคา อาหารจานใหญ่ให้ปริมาณเยอะ เครื่องเคียงหลากหลาย ไม่ได้บอกแต่อย่างใดว่าเจ้าของร้านไปร่ำเรียนวิชาอาหารฝรั่งมาจากที่ไหน?ร้านนี้ค่อยๆเติบโตแบบก้าวกระโดดไม่ขายแฟรนไชส์ โดยจะใช้วิธีควบคุมคุณภาพและบริหารจัดการทุกสาขาด้วยตัวเอง...ทำได้ไงก็ไม่รู้...ล่าสุดน่าจะกว่า 20 สาขาแล้วกระมังจากตัวเลขรายได้ที่รายงานไว้ระบุว่า ปี 2565 รายได้ 494 ล้านบาท, ปี 2566 ขยับมาที่ 772 ล้านบาท และปี 2567 ทะลุพันล้านบาทขึ้นสู่ 1,269 ล้านบาทเป็นครั้งแรกปี 2568 และครึ่งปี 2569 จะเป็นอย่างไร ผมยังค้นไม่เจอ แต่เชื่อว่าจะต้องพุ่งต่ออย่างแน่นอน เพราะเพิ่มสาขาขึ้นอีกเรื่อยๆขอแสดงความยินดีกับคุณ ธัช เกษมสิทธิโชค ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์นี้ ขอบคุณที่ทำให้คนไทยระดับรายได้ปานกลางเข้าถึงอาหารฝรั่งรสดีในราคาที่ยอมรับได้ขอให้เจริญรุ่งเรืองไปเรื่อยๆนะครับ ถือเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจภาคบริการที่จะช่วยพยุงประเทศไทยในครึ่งหลังของปีนี้.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม