เปิดประชุมรัฐสภา 25 ส.ค.69 มีเรื่องสำคัญที่น่าสนใจที่สุดคือ การเปิดซักฟอกรัฐบาล ฝ่ายค้านต่างรับมีดรอด้วยใจระทึก เนื่องจากมีประเด็นที่คิดว่าน่าจะทำให้เกิดความสั่นไหวได้แม้การซักฟอกรัฐบาลยังไม่เคยทำให้พังคาเขียงได้แต่ก็น่าจะทำให้สั่นคลอนได้ไม่มากก็น้อยที่เห็นและมีความเป็นไปได้สูงก็คือการฮั้ว แม้เรื่องจะเกิดเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา แต่หยิบออกมาเล่นเมื่อใดก็สนุกเมื่อนั้นแค่ฝ่ายค้านเปิดชื่อออกมา 9 ชื่อ ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีไป ลงไปตามลำดับก็ล้วนแต่เป็นแกนนำสำคัญของ “ภูมิใจไทย”แถม “ลูกเทพ” อีกชุดหนึ่ง!ข้อมูลสำคัญนั้นมาจากดีเอสไอที่เข้ามาทำคดีแต่ไม่มี สิทธิกล่าวโทษได้ เนื่องจากเป็นอำนาจของ กกต.ข้อมูลได้ล้วงลึกไปถึงพฤติกรรมต่างๆที่ส่อชัดว่าไม่ชอบมาพากลก็เลยส่งข้อมูลต่างๆให้ กกต.ไปแล้วเผอิญที่เปลี่ยนรัฐบาลใหม่จาก “เพื่อไทย” มาเป็น “ภูมิใจไทย” มิฉะนั้นคงรู้หมู่รู้จ่าไปแล้ว ถือว่าเป็นรอยต่อที่ทำให้ผู้ร้ายรอดไปอย่างลอยนวลถามว่าสังคมรู้สึกอย่างไรต่อเรื่องนี้ตอบแบบตรงๆก็คือเชื่อว่ามีการฮั้วจริงเมื่อเปลี่ยนรัฐบาลใหม่อำนาจรัฐเปลี่ยนมือ “ภูมิใจไทย” คุมอำนาจทั้งหมดในระบอบสีน้ำเงินก็ไม่ต้องแปลกใจว่าคดีนี้ไม่คืบหน้า ทำท่าจะจบเสียด้วยซ้ำเพราะ กกต.ที่มีอำนาจตัดสินใจชี้ขาดเก็บเรื่องเอาไว้ เบื้องต้น ได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อสอบสวนเรื่องนี้ผลก็คือไม่มีความผิดแม้แต่คนเดียวเพียงแต่ต้องเสนอความเห็นให้ กกต.ชุดใหญ่ชี้ขาดเท่านั้นปรากฏว่า กกต.ชุดใหญ่กว่าจะประชุม กว่าจะเดินเครื่อง ได้ล่วงไปหลายเดือน สุดท้ายบอกว่าจะเสร็จในเดือนสิงหาคมนี้อ้างว่าต้องข้อมูลหลักฐานเพียบ ต้องใช้เวลาพิจารณาหาก กกต.ชุดใหญ่ชี้ว่าไม่มีความผิดก็จบ...จบแบบค้านสายตาคนดูหรืออาจจะมีคนผิดส่วนหนึ่งเพื่อไม่ให้น่าเกลียดเกินไปแต่ส่วนใหญ่รอด สว.ยังอยู่ แกนนำพรรคการเมืองยังอยู่มันก็เป็นอย่างนี้แหละ...ว่าไปแล้วฝ่ายค้านคงได้เอามันเท่านั้น แต่ไม่อาจจะเอาความได้เพราะการใช้อำนาจของผู้มีสิทธิชี้ขาดตัดสินเสียงในสภาก็สู้รัฐบาลไม่ได้แต่อย่างหนึ่งก็คือหากฝ่ายค้านนำเสนอข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ทำให้ประชาชนเชื่อได้ย่อมทำให้รัฐบาลสั่นคลอนแน่เพราะผู้คนเชื่อว่ารัฐบาลขี้โกง!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม