ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาถี่ๆ ฝนตกหนักถึงหนักมากตลอดทั้งสัปดาห์ ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย เหนือ อีสาน ใต้ ต้องเฝ้าระวังน้ำป่าไหลบ่า เสี่ยงโคลนถล่ม ส่วน กรุงเทพฯ และปริมณฑลจมอยู่ใต้บาดาล น้ำรอระบายท่วมสูงกว่าฟุตปาท ถนนกลายเป็นคูคลอง รถเล็กต้องงดออกจากฝั่ง ตามสภาพน้ำท่วมขังสูงมิดล้อ เข้าเครื่องยนต์ เสี่ยงดับกลางทาง ไม่ต้องพูดถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่อาจพังเสียหาย คนใช้รถใช้ถนนต้องเผชิญกับสภาพ “จราจร—จลาจล” รถติดวินาศสันตะโรคุณภาพชีวิตคนไทยที่นับวันจะย่ำแย่ลงทุกที กับสถานการณ์ที่เจอกันตลอดระยะ 10 ปีหลังๆ ในห้วงฤดูฝน ภาวะอากาศโลกแปรปรวน อ่วมน่วมไปตามๆกันทั้งในเมืองกรุงและต่างจังหวัดแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในจังหวะสถานการณ์ที่ผู้นำรัฐบาล อย่าง “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ดูจะสวนทางกับภาวะฝนฟ้าอากาศที่มืดมนรอบทิศรัฐบาล “อนุทิน 2 พลัส” ที่ตกอยู่ในพายุกระแส “ฮั้ว สว.” มาแรมเดือนเหมือน “พายุเบี่ยงทิศทาง” หลังบ่าย 3 โมงวันที่ 14 กันยายน ที่นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำแถลงมติที่ประชุม “7 เสือ กกต.” เคาะโต๊ะคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภายกคำร้อง “นายกฯอนุทิน” กับกรรมการบริหารค่ายภูมิใจไทย 20 คน“ปล่อยผี” ไม่แตะต้อง “เนวิน ชิดชอบ” ผู้มีบารมีสูงสุดอาณาจักรเขากระโดงส่งต่อศาลฎีกาลงดาบประหาร แค่ 77 คน จากจำเลยร่วมในสำนวนคณะอนุกรรมการ กกต.ชุดที่ 26 ทั้งหมด 427 ราย โดยเป็น สว.ปัจจุบัน 26 คน นอกนั้นเป็นบุคคลภายนอกที่เอี่ยวขบวนการไร้กรรมการบริหารภูมิใจไทยติดเงี่ยง เท่ากับหลุดบ่วงคดียุบพรรค“อนุทิน-เนวิน” คืนร่างเป็น “พยัคฆ์ติดปีก” ลอยตัวอยู่บนเขากระโดงกลายเป็น “สลับดอก” กับนายณรงค์และทีมงาน กกต.ที่ต้องโดนลากไปอยู่ใน “ตำบลกระสุนตก” โดนขึงพืดอยู่กลางวงล้อมกระแสพายุอารมณ์สังคมเป็นหนังหน้าไฟรับแรงกระแทกฝ่ายต้านระบอบน้ำเงินเจอเล่นโทษหนัก ลากเข้าเครื่อง “ประหารหัวพยัคฆ์” ตามอาการขึงขังอย่างที่ “กุมารเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคประชาชน กับ “เดอะมาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แข่งกันชิงธง ยื่นฟ้อง “7 เสือ กกต.” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฐาน “ตัดตอน” ก๊วน 2 น. ไม่ตอบสนองกระแสโค่นระบอบน้ำเงินและต้องเผชิญ “จังหวะนรก” มาก่อนใคร สภาพของ “แหวง เซราะกราว” นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เจอไฟต์บังคับพอดี ต้องพาทีมเข้าชี้แจงสภาในวาระพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีของ กกต.ในห้วงเวลาเหมาะเหม็งเลยโดนค่ายส้มแท็กทีมสีฟ้ารุมสกรัมยับเยินสะบักสะบอมปรากฏการณ์สามัคคีชุมนุม ไล่ตั้งแต่จอมเก๋าอย่างปรมาจารย์ “ชวน หลีกภัย” จากค่ายประชาธิปัตย์ ไปจนถึงดาวรุ่งฟอร์มจี๊ดอย่าง “ลิซ่า” ภคมน หนุนอนันต์ ดาวสภา โฆษกพรรคประชาชน สะบัดใบมีดโกนสลับคมกรรไกรแล่เนื้อเถือหนัง กกต. สาดน้ำเกลือซ้ำแบบไม่เหลือชิ้นดีจับสัญญาณจากนี้ไป นายณรงค์และ กกต. “เสียงข้างมาก” จะอยู่อย่างไม่เป็นสุข ตามสถานะแบกรับ “หนังหน้าไฟ” แทนก๊วนเซราะกราวชดใช้วิบากกรรม จากการปล่อยเสือ 2 น. ลอยตัวอยู่บนเขากระโดงแต่เรื่องของเรื่อง ดูทรง “จ่าฝูง” 7 เสือ กกต. อย่างนายณรงค์ก็ธรรมดาซะที่ไหน ทั้งนิ่ง ทั้งเยือกเย็น ไม่มีอาการเสียงสั่น ไม่หนีสื่อ สู้กล้อง ไม่ตายไมค์ฟอร์มอดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาวิทยายุทธ์ล้ำลึก เชิงกฎหมายแน่นปึ้ก ไม่โดนต้อนคามุมง่ายๆแน่ แม้จะมีคิว “กกต.เสียงข้างน้อย” อย่างนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ ออกมาประกาศตัวเป็น 1 ใน 2 เสียง ที่เห็นควรฟัน “ช้างทั้ง 3 ตัว”โชว์ดุ ไม่ได้ปล่อยผี “อนุทิน-เนวิน” หลุดบ่วงคดีสลายก๊วนน้ำเงินเป็นหัวเชื้อไฟร้อนๆให้ฝ่ายถล่ม กกต.เสียงข้างมากตัดตอน 2 น.ได้หามแห่ แต่นั่นก็เป็นวิถีปกติในระบบการตัดสินคดี แม้แต่ในศาลยุติธรรมก็ยังใช้ระบบ “องค์คณะ” วัดกันด้วยเสียงข้างมากเป็นคำตอบสุดท้ายเกมฉวย “กกต.เสียงข้างน้อย” เบิ้ลบลัฟ “กกต.เสียงข้างมาก” ให้ดูเลวร้ายฝ่ายไล่บี้ไม่ดูตาม้าตาเรือ ก็ระวังลูกสวนให้ดีเพราะพลาดเข้าเงี่ยงโดนฟ้องกลับหมิ่นประมาท หรือเปิดคางให้โดนย้อนศรเงื่อนกฎหมาย เกมการต่อสู้หน้าบัลลังก์ศาล มันไม่ง่ายเหมือนตีกินในสภา หรือปั่นกระแส แห่ยอดไลค์ในสังคมออนไลน์ บุกแนวรบชิงพื้นที่สื่อเพลี่ยงพล้ำ แพ้คดี ก็คือคุกเหมือนกันตามรูปการณ์ “จ่าฝูง 7 เสือ กกต.” อย่างนาย ณรงค์กับ “แหวง เซราะกราว” ไม่มีทางอยู่นิ่งให้โดนรุมยำฟรีแบบที่ไม่ทันไรก็มีคิวย้อนศรเล่นคดี “ฮั้ว สว. สีส้ม” โผล่มาประชันล้อไปกับจังหวะที่ “นายกฯอนุทิน” ได้ส่งทีมทนายความลุยฟ้องดำเนินคดีหมิ่นประมาทกับ “เป๋า” ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการทีมไอลอว์ ข้อหาพาดพิงคดี “ฮั้ว สว.” ทำให้เสียหายโดยฟ้องในนามของ “นายกรัฐมนตรี” ไม่ใช่ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยสัญญาณนำร่อง “ปฏิบัติการเอาคืน” กันทางกฎหมายและน่าจะมีลูกติดพันอีกหลายคดีตามมาเป็นพรวน ผลจาก กกต.เสียงส่วนใหญ่มีมติ “ตัดตอน” ไม่ส่งฟ้องนายกฯอนุทินและทีมกรรมการบริหารพรรค ภูมิใจไทยการันตี “ใบบริสุทธิ์” ก๊วนเขากระโดงไม่มีเอี่ยว ในคดีทุจริตฮั้ว สว.สไตล์ “ครูใหญ่ เขากระโดง” ต้องชิงเหลี่ยมสร้าง “เกราะกำบัง” ไม่ให้ฝ่ายต้านระบอบน้ำเงินลากเกมถล่มต่อเนื่องได้ง่ายๆเหมือนช่วงที่โดนแนวรบกระแสล้อมกรอบถล่มมาเป็นแรมเดือนณ จุดที่ผู้นำรัฐบาลเซราะกราวปักหลัก แน่นอยู่ในโซนกฎหมายสถานะ “นายกฯอนุทิน” ปลอดภัยจากเกมโค่นกระดานสถานการณ์เป็นตามที่เจ้าตัวยืนยันหนักแน่นด้วยความมั่นใจมาตลอด ไม่ได้หวั่นไหวกับคดี “ฮั้ว สว.” ที่ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาล ทั้ง “อนุทิน 1” และ “อนุทิน 2 พลัส” ตามเอกสารหลักฐาน ที่เคยเซ็นในประกาศในนามหัวหน้าพรรค ห้ามสมาชิกไปยุ่มย่ามกับการเลือก สว.ตั้งแต่ปี 2567ไม่นับความชัวร์ของตั๋วโปรฯอำนาจพิเศษ สถานะผู้ถือธงนำขบวนอนุรักษ์นิยมอารมณ์ผู้นำรัฐบาลที่ออกลีลาเด้งเชือก ลอยตัวออกจากแนวรบกระแสกดดันคดีฮั้ว สว. โดยเน้นไปที่ความสำคัญในการทำหน้าที่ผู้นำโกอินเตอร์แบบถี่ๆมีหมายงานวีวีไอพี ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีเกียรติยศต่อเนื่องทั้งภารกิจสำคัญระดับโลก บินไปเข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ ณ อาสนวิหารกรุงออสโล ต่อเนื่องกับการร่วมคณะพิเศษเดินทางเยือนประเทศเวียดนามครั้งแรกๆในประวัติศาสตร์ด้วยสถานะของนายกรัฐมนตรีที่นอกเหนือจาก ผู้นำทั่วไปอีกจุดที่เห็นกันตามภาพข่าวถี่ๆ นายกฯอนุทินยังติดตามความพร้อมในการพระราชพิธีสำคัญยิ่งของคนไทย พร้อมๆไปกับการติดตามโครงการตามพระราชดำริ ฟื้นคูคลองกรุงเทพฯเป็นหมุดหมายท่องเที่ยวของโลกโดยโปรแกรมงานใหญ่ที่ต้องใช้เวลายาวๆการันตี ตั๋วแน่นๆไม่มีทางหลุดมือง่ายๆแต่ก่อนอื่นเลย ด้วยลูกเขี้ยว “นักเลือกตั้งอาชีพ” ที่เชี่ยวเชิงเล่นแต้ม รู้จังหวะ “บูตอัป” กระแสการเมืองต้องเติมแต้มความนิยมที่หดหายไปในห้วงเผชิญพายุ “ฮั้ว สว.”กดปุ่มไฟเขียวให้ “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ลุยต่อโปรโมชัน “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ต่อไปอีก 2 เดือน คือตุลาคม และพฤศจิกายน พร้อมเติมเงินในบัตรคนจนให้ผ่านการพิสูจน์สิทธิ์ประคองปากท้องชาวบ้านให้อิ่ม ถูกใจคนชอบของแจกแลกของฟรี ลดอารมณ์โมโหหิวพาลด่ารัฐบาลผ่องแรงเสียดทานคดีฮั้ว สว. เบาลงโดยอัตโนมัติ.“ทีมการเมือง”คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม