“ครูใหญ่” ใส่กางเกงขาสั้นไหว้พระ โดนถล่มด่า ประชันกับ “ไอ้ป๋อง” ฆาตกรโหดเลย ดราม่าแฝงการเมืองแบบไทยๆ อารมณ์ “คนไม่ใช่ ทำอะไรก็ผิด” กระแสทำท่าจะดีดกลับไปเข้าทางจำเลยสังคมตลอดกาลอย่าง “เนวิน ชิดชอบ” คำถามย้อนไปถึงขบวนการหมั่นไส้กระตุกแนวร่วมล้มโต๊ะ “บิ๊กบราเธอร์” เขากระโดง ตั้งธงด่าเกินไปหรือไม่มันจะอะไรกันนักกันหนา กับการแต่งตัวสไตล์ “บิ๊กบราเธอร์เซราะกราว” ที่แม้แต่งานแต่งลูกชายตัวเองแท้ๆยังไม่ใส่สูทหรู เพราะในตู้เสื้อผ้ามีแต่กางเกงขาสั้น ไม่ได้ใส่กางเกงขายาวมา 10-20 ปีแล้วแนวโน้ม “ด่าเอามันท่าเดียว” เกรี้ยวกราดพาลดะไปซะทุกเรื่องทำไปทำมา “เป้าทำลายล้าง” ชักเบลอ มากๆเข้าก็หาจุดโฟกัสไม่เจอจากที่จะไล่ซ้ำรัฐบาลภูมิใจไทยที่กำลังสำลักกระแส กลายเป็นกระตุ้นกระแสดีดกลับ ทำให้คนส่วนหนึ่งเริ่มพลิกไปเห็นใจ “คนไม่ใช่ ทำอะไรก็ผิด”ที่แน่ๆคนที่รีบเข้าฉวยจังหวะโดดป้อง “ลูกพี่” ก่อนใครเลยอารมณ์น้องเบิ้ลกระแสแทนพี่ ตามฟอร์ม “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ตั้งใจโชว์ช็อตใส่กางเกงขาสั้น เดินตรวจตลาดวันหยุด แวะวัด ไหว้พระ ปล่อยนก ปล่อยปลา ตามสบายแฮชแท็กยั่วเป็นนัย ยิงมุกยียวนกวนสไตล์ “ก็ลมมันเย็น”เหลี่ยมผู้นำขี้เล่น แต่เป้าหมายชัด จัดเป็นช็อตต่อเนื่องที่ “น้องหนู” แสดงตัวปกป้อง “พี่เน” สู้แรงกระแทกดราม่า พร้อมกอดคอ “บิ๊กบราเธอร์” ลุยปะฉะดะกับพวกที่มาวอแวตามบท “นายกฯหนู” เน้นกู้อาการทางใจคนกันเอง หลัง “สาดหวาน” ฉาบ “ครีม Crème Brûlée” โปะสนิมเนื้อใน โพสต์ภาพยืนกอดคอ “พี่เน” เกาะบ่า “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคมย้ำ “สัมพันธ์ นนพ.” แนบแน่น สยบข่าวลือตอกลิ่มรอยร้าวก๊วนเขากระโดงเรื่องของเรื่องถ้าตัดดราม่ากางเกงขาสั้นออกไป โยงสถานการณ์ต่อเนื่องฉากบวงสรวงจตุคามรามเทพ ที่ จ.นครศรีธรรมราช มันจะเห็นภาพ “เนวิน” เป็นประธานใหญ่ โดยมี “พิพัฒน์” นั่งใส่กางเกงยีนส์ ร่วมพิธีอยู่ข้างๆ“บิ๊กบราเธอร์” นัวเนียๆกับ “โกเกี๊ยะ” แทบไม่ห่างกันในรอบสัปดาห์ยืนยันด้วยภาพแทนล้านคำพูด กลบ “ข่าวลือ” ที่ “ครูใหญ่” แอบส่งโพย ยัดใส่มือ สส.ก๊วนส้มให้ถล่ม “โกเกี๊ยะ” ในสภา ตามท้องเรื่องแปร่งๆ “ครูใหญ่” ทำท่าจะ “ลอยแพ” เจ้าสัวใหญ่ “กองเรือน้ำมัน”จังหวะเปิดทางให้พวกจ้องเสียบ กระพือ “ปฏิญญาโมนาโก” ตีปี๊บกันเป็นตุเป็นตะพวก “ตกเลข” การเมือง พยายามเปิดสมการ “แดง+เขียว” ที่แทบเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ มาเคลมโจทย์เพี้ยนๆ ลุ้นเปลี่ยนเกมอำนาจการเมืองไปอยู่ในมือ “นายใหญ่” กับ “ผู้กองยอดรัก”ถึงจุดที่ 2 น.1 พ. กลับมาอยู่ในจุดกระชับพลัง หักมุมพวกหวังล้มกระดานสถานการณ์เรือธง “อนุทิน 2 พลัส” แค่โดนมรสุมสารพัดลูกกระหน่ำตั้งแต่ออกจากท่า ตั้งลำไม่ติด ในสภาพแปลกแยก แต่ไม่แตกหัก ตามสูตรอำนาจ “ตบจูบ” ที่ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย เกาะเกี่ยวกันไปขืนแยกกันก็ “เจ๊ง” วงแตก พังกันหมด ไม่ต่างจากทหารเฒ่า 3 ป.ทั้งๆที่ 2 น. 1 พ.ถือความชอบธรรมกว่า ด้วยเสียง สส.ที่มาจากการเลือกตั้งเป็นฐานในสภาแน่นปึ้ก การจัดสรรปันส่วนอำนาจและผลประโยชน์ด้วยวิถีธรรมชาตินักเลือกตั้งอาชีพก็มีความเนียน “ลงตัว”ด้วยปัจจัยรองรับตามรัฐธรรมนูญ โอกาสครบเทอม 4 ปีนี้สบายๆ แถมวางแผนต่อวีซ่าล่วงหน้าได้ โดยทรงทางการเมืองยืนระยะได้ชัวร์กว่า ค่ายภูมิใจไทยจัดโครงสร้างบ้านใหญ่ได้แน่นปึ้ก เหนือ “พรรคทหาร” โฟกัสแกนหลักในอาณาจักรเขากระโดง ถ้าไม่นับ “เนวิน” เจ้าอาณาจักร กับ “อนุทิน” เจ้าสำนัก“พิพัฒน์” ก็คือบ้านใหญ่ปักษ์ใต้ ด้วยเครือข่าย “โกเกี๊ยะ” สยายปีกยึดตั้งแต่ชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ไล่ลงไปถึงสงขลา พังงา สตูล พัทลุง นราธิวาส ปัตตานี โดยไร้คู่ต่อสู้ที่พอฟัดพอเหวี่ยงณ วันที่เสาไฟฟ้ายี่ห้อประชาธิปัตย์โดนกวาดไปหมด แทบไม่เหลือตอแล้วแนวโน้มด้ามขวานอยู่ในกำมือ “พิพัฒน์” ยึดยาวๆ ด้วยศักยภาพของทุนหน้าตักหนาๆ ความแรงของ “หัวจ่าย” ปั๊มพีที ระดับดีเซล-เบนซิน หมุนเร็ว เลือกตั้งเมื่อไหร่ “ใส่แต้มล่วงหน้า” ได้ไม่แปลกที่ “โกเกี๊ยะ” จะกลายเป็นเป้าตำบลกระสุนตก คู่แข่งต้องถล่มหนักๆ เพื่อหักอำนาจ 2 น. 1 พ.แต่นั่นก็ต้องชนตอยักษ์ โคตรเขี้ยวระดับ “เนวิน” โยกยังไงก็ไม่สะเทือน.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม