“ถอดรหัสปมเลื่อนประชุม ก.กลาง:วิกฤติสอบท้องถิ่น ’68 กับยุทธศาสตร์เซ็ตซีโร่บัญชีคะแนนใหม่” วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา บอกเล่าเรื่องราวในประเด็นนี้เอาไว้เมื่อวันที่ 23 ก.ค.2569 บันทึกไว้เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจตอกย้ำประเด็นการเลื่อนประชุม ก.กลาง เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือการชะลอการแก้ปัญหา หากแต่เป็น “ยุทธศาสตร์บริหารความเสี่ยงทางกฎหมาย” เพื่อปิดช่องโหว่เรื่องอำนาจตามข้อ 30 วรรคสอง และใช้เวลาเซตทำพยานหลักฐานให้รัดกุมที่สุดก็เป็นได้สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้ 1.เมื่อ ก.กลางเปิดประชุม มติที่ออกมาจะมีการ “เห็นชอบ” การตรวจสอบของ กสถ.เพื่อลบล้างข้อบกพร่องทางขั้นตอน (Curing the defect) หรือไม่2.การประกาศบัญชีใหม่จะสร้างแรงกระเพื่อมต่อผู้ติดบัญชีเดิมมากน้อยเพียงใด และจะมีการรวมตัวยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่! บทส่งท้าย...การสอบแข่งขันของรัฐมิใช่เป็นเพียงกระบวนการคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการ แต่เป็นสัญญาที่รัฐให้ไว้กับประชาชนว่า “คนที่มีความรู้ความสามารถ จะได้รับโอกาสอย่างเป็นธรรม”หากวันหนึ่งประชาชนเชื่อว่า คะแนนสอบสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ระบบคุณธรรมย่อมล่มสลาย แต่หากรัฐสามารถพิสูจน์ความจริง แก้ไขความผิดพลาด และดำเนินการทุกขั้นตอนโดยเคารพหลักนิติธรรม ความเชื่อมั่นของประชาชนก็จะกลับคืนมาในท้ายที่สุด คดีสอบท้องถิ่นครั้งนี้จึงมิใช่เป็นเพียงคดีทุจริตสอบ หากแต่เป็นบททดสอบว่า ประเทศไทยจะสามารถรักษา “ระบบคุณธรรม” ไว้ได้ โดยไม่ละทิ้ง “หลักนิติธรรม” หรือไม่ และบางทีคำตอบของคำถามนี้ อาจสำคัญยิ่งกว่าผลการสอบของผู้เข้าสอบคนใดคนหนึ่งเสียอีกพลิกแฟ้มข้อมูลย้อนรอยปัญหา “การโกงสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเข้ารับราชการ” ในประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะมหากาพย์คดีทุจริตสอบท้องถิ่นครั้งใหญ่สะท้อนให้เห็นว่า ขบวนการทุจริตได้พัฒนาจากรูปแบบพื้นฐานสู่การใช้เทคโนโลยีและเครือข่ายระดับโครงสร้าง...ที่มีมูลค่าความเสียหายมหาศาลในอดีต ยุคอนาล็อก...นอกห้องสอบ เน้นการทุจริตแบบกายภาพ เช่น การแอบนำข้อสอบออกมาร่วมกันเฉลย การใช้เครื่องมือสื่อสารขนาดเล็ก เช่น ซ่อนโพย, ใช้อุปกรณ์ส่งสัญญาณไร้สาย, บัตรสมาร์ทการ์ดติดซิมการ์ด และหูฟังจิ๋วเม็ดถั่วดำเพื่อรับคำตอบจากภายนอกห้องสอบปัจจุบัน ยุคดิจิทัล...เจาะฐานข้อมูลและกระดาษคำตอบต้นทาง ขบวนการมีความซับซ้อนและแนบเนียนสูงมาก โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวผู้เข้าสอบให้ทำข้อสอบได้ด้วยซ้ำ แต่ใช้กระบวนการ “ศัลยกรรมคะแนน” หลังการสอบสิ้นสุดลงแล้วกรณีศึกษากลโกง “ศัลยกรรมคะแนน” ครั้งล่า ขบวนการทุจริตระดับองค์กรอาชญากรรมทางปกครอง มีขั้นตอนการทำงานที่เป็นระบบชัดเจน เริ่มจาก เจาะช่องทางดึงข้อมูลต้นขั้ว ขบวนการแอบนำสำเนากระดาษคำตอบและรหัสประจำตัวผู้สอบที่หลุดรอดจากคลังจัดเก็บ มาคัดเลือกรายชื่อ “ลูกค้า” ที่ยอมจ่ายเงินซื้อตำแหน่ง...เปรียบเทียบคำตอบและจับคู่ความผิด นำเฉลยข้อสอบที่ถูกต้องมาเทียบกับกระดาษคำตอบของลูกค้าในระบบคอมพิวเตอร์คีย์แก้คะแนน (ศัลยกรรมคะแนน) ถ้ารหัสของลูกค้าสอบไม่ผ่าน ระบบจะชี้เป้าข้อที่ตอบผิด จากนั้นเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องจะทำการ “เปลี่ยนตัวเลือกในกระดาษคำตอบจริง” (ฝนทับหรือแก้ไขใหม่) หรือใช้ซอฟต์แวร์พิเศษเจาะเข้าไปแก้ไขคะแนนดิบในฐานข้อมูลดิจิทัล เพื่อดันคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำข้อสังเกตสำคัญ...ในบางกรณีที่มีการแกล้งหรือสลับขั้ว ยังพบการ “กดคะแนน” ของผู้ที่สอบผ่านจริงแต่ไม่ได้จ่ายเงิน ให้กลายเป็นสอบตก เพื่อเว้นพื้นที่ว่างให้เด็กเส้นเสียบแทน?นำไฟล์คะแนนที่ถูกแก้ไขเสร็จสรรพส่งกลับไปยังหน่วยงานกลาง เพื่อให้อัปเดตขึ้นเว็บไซต์ประกาศผลอย่างเป็นทางการ ทำให้คะแนนหน้าเว็บตรงกันกับผลที่ล็อกไว้แบบไร้รอยต่อ น่าสนใจว่า...การโกงสอบราชการในปัจจุบันไม่ใช่แค่เรื่องส่วนบุคคล แต่เป็น “อุตสาหกรรมสีเทา” ที่มีเครือข่ายเชื่อมโยงตั้งแต่ระดับตัวแทนนายหน้า, บุคลากรภาครัฐ, เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบจัดสอบ ไปจนถึงนักการเมืองหรือผู้มีอิทธิพลด้วยหรือไม่? โดยมีอัตราค่าบริการ (ราคาซื้อเก้าอี้) หัวละ 350,000-600,000 บาทสำหรับพื้นที่เป้าหมายหรือตำแหน่งที่มีการแข่งขันสูง หรือหน่วยงานยอดฮิต ยิ่งราคาพุ่งสูงถึง 700,000–800,000 บาทต่อรายจากการตรวจสอบกลุ่มเป้าหมายนับพันรายในรอบการสอบที่ผ่านมา ประเมินว่ามีเงินสะพัดและสร้างความเสียหายในระบบเศรษฐกิจและสังคมสูงถึง 4,000-4,500 ล้านบาท...กลุ่มตำแหน่งที่มีความเสี่ยงสูง อาทิ สายงานทั่วไป/วิชาการ...นักจัดการงานทั่วไป, นักวิเคราะห์นโยบายและแผน, นักวิชาการเงินและบัญชีสายช่าง...วิศวกรโยธา, นายช่างโยธา สายการศึกษา...ครูผู้ช่วย, ครูผู้ดูแลเด็ก“การทำดีนั้นทำยากและเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำเพราะหาไม่...ความชั่วซึ่งทำได้ง่าย จะเข้ามาแทนที่และจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันรู้สึกตัว” พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวง ร.9) พระราชทานแก่ผู้สำเร็จการศึกษา โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สวนอัมพร 14 ส.ค.25มหากาพย์โกงสอบท้องถิ่นครั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสาวให้ถึงรากถึงโคน ขยายผลขบวนการทั้ง “ผู้ให้ นายหน้า และผู้รับ” มาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดไม่มีละเว้น เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับผู้สอบผ่านด้วยลำแข้งและเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของระบบราชการไทยกลับคืนมา.คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปหน้า 1” เพิ่มเติม