ยังไม่ปรับ ครม. ก็ชัดเจนเห็นตรงกันระหว่างหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค คือยังไม่มีการปรับเปลี่ยนใดๆทั้งสิ้นในรัฐบาล แม้เหตุผลจะต่างกันแต่สภาพความเป็นจริงคือจุดชี้ขาด ที่สำคัญคือไม่มีการดึงพรรคการเมืองอื่นเข้ามาร่วมว่าไปแล้วห้วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลเกิดปัญหาวุ่นวายหลายเรื่องตั้งแต่ข่าวแกนนำพรรคระดับสำคัญเกิดแตกแยกกันพรรคนอกรัฐบาลจะดึงพรรคในรัฐบาลโค่นนายกรัฐมนตรีก็ต้องใช้เวลาเคลียร์ปมต่างๆที่เกิดขึ้นจนเรียบร้อยแต่ก็ทำให้คนในรัฐบาลสับสนไม่น้อยว่าอะไรจริงอะไรเท็จพูดง่ายๆคือความไม่แน่ใจในการนำของพรรค!จนกระทั่ง “เนวิน ชิดชอบ” ไปกอดคอกับ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” ที่นครศรีธรรมราช ทำให้หายข้องใจไปเปลาะหนึ่งและการที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้แสดงท่าทีว่าแกนนำพรรคยังแนบแน่นและจะกอดคอทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ทำให้สยบข่าวลือไปได้ระดับหนึ่งเพิ่งเคลียร์ใจกันหยกๆจะให้ปรับ ครม. ก็คงไม่ได้คงต้องใช้เวลาไปอีกระยะหนึ่งประเด็นสำคัญก็คือเรื่องปรับ ครม.นั้น นายกรัฐมนตรีเพียงแค่ขู่บรรดารัฐมนตรีให้ทำงานและตีปี๊บเท่านั้นยังไม่ได้บอกว่าจะปรับแต่อย่างใดความจริงแล้วการปรับ ครม.นั้นจะว่าง่ายก็ง่ายจะว่ายากก็ยาก คนสั่งปรับจะต้องแน่ใจในสถานภาพของตัวเองด้วยว่ามั่นคงและได้รับการยอมรับแค่ไหนเพราะเกิดผิดท่าผิดคีย์รัฐบาลอาจพังได้เนื่องจากคนเป็นรัฐมนตรีถือว่าที่สุดทางการเมืองกำลังอิ่มเอมอยู่ดีๆกลับถูกปลดออกจะรู้สึกอย่างไรแน่นอนคือไม่พอใจหากมีพลังแฝงสูงอาจจะฟาดหัวฟาดหางทำให้รัฐบาล พังได้ยิ่งรัฐบาลชุดนี้รัฐมนตรีแต่ละคนล้วนมีพลังแฝงหนุนหลังอยู่นอกจากบรรดาบ้านใหญ่แล้วบรรดา “ลูกเทพ” ก็ธรรมดาที่ไหนดูจากนามสกุลก็รู้ว่าใครเป็นใครดังนั้นคนที่จะสั่งปรับก็ต้องดูตาม้าตาเรือให้ดีก่อนเดี๋ยวจะตกเก้าอี้เอาง่ายๆที่สำคัญก็คือในบรรดาแกนนำคนสำคัญที่มีอำนาจในพรรคจะต้องมีความเห็นไปในทางเดียวกันว่าจะปรับคนไหนจะเอาคนไหนออกคนไหนเข้าอย่างน้อย “อนุทิน” กับ “เนวิน” ต้องเห็นตรงกันไม่มีใครเล็กใครใหญ่กว่ากันเพราะสิ่งที่สำเร็จรูปในพรรคนี้ก็มีคนไม่กี่คนหากเกิดขัดแย้งกันก็ต้องคุยกันให้ชัดเจนก่อนที่สำคัญจะได้รู้ว่าใครใหญ่จริง!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม