ดับกระแสข่าวร้าว “2 น. 1 พ.” “เสี่ยหนู” โชว์ภาพหวาน “3 ผู้ทรงอิทธิพลขั้วน้ำเงิน” ถ่ายร่วมกัน ฉุนสื่อถามจี้จุด “เคลียร์ใจ” ลั่นเรื่องในบ้านเคลียร์กันจบไม่ต่อความยาว “เมียครูใหญ่” เล่นแรง “เหลี่ยมจัดก็ตัดทิ้ง ดีก็คบทรยศก็ตัดทิ้ง” ขันนอต “บิ๊ก มท.” ปั่นผลงาน ตัดกาฝาก “กระทรวงมหาไถ” “พิพัฒน์” มึน “ซ้อต่าย” โพสต์ดุ บอกไม่เข้าใจ “ทรงศักดิ์” สั่งฟ้อง “ยิ่งชีพ” ที่บึงกาฬ “สว.เตี๋ยวไก่” โต้มีคุณสมบัติครบถ้วน ดีเอสไอยันหลักฐานฮั้ว สว.อยู่ในสำนวน เผยเตรียมสั่งฟ้องผู้ต้องหาเพิ่มเติม ส่อยื้อคดีไปอีกอ้างหลักฐานไม่พอ “หนิม” จ่ออุทธรณ์เดินหน้าเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมสยบกระแสข่าวรอยร้าว “3 ผู้ทรงอิทธิพลขั้วน้ำเงิน” นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์โชว์ภาพหวานที่ถ่ายร่วมกับนายเนวิน ชิดชอบ “ครูใหญ่” พรรค ภท. และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม แกนนำพรรค ภท. ระบุ “สัมพันธ์ #นนพ ร้าวฉานปาน Crème Brûlée”“อนุทิน” โชว์หวานสยบร้าว 2 น. 1 พ.เมื่อช่วงดึกของคืนวันที่ 27 ก.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์ภาพที่ถ่ายร่วมกับนายเนวิน ชิดชอบ “ครูใหญ่” พรรค ภท. ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคมแกนนำพรรค ภท. ลงเฟซบุ๊กระบุว่า “สัมพันธ์#นนพ ร้าวฉานปาน Crème Brûlée” ต่อมานายพิพัฒน์ได้นำโพสต์ของนายอนุทินไปแชร์ต่อ พร้อมเขียนแคปชันว่า “#นนพ ครับ” สำหรับ Crème Brûlée (แครมบรูว์เล) เป็นขนมหวานฝรั่งเศสคลาสสิกฉุนย้อนถามสื่อทำไมต้องเคลียร์ใจต่อมาเวลา 10.00 น. วันที่ 28 ก.ค. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงโพสต์ดังกล่าวว่า สื่อช่วยมาเทรนหน่อย เวลาตั้งคำถามให้มันแตกแยกกันแบบนี้ ทำไมต้องเคลียร์ใจ “คุณอยู่ในบ้านผมหรอ ถ้าไม่อยู่ก็ไม่ต้องถาม เป็นเรื่องในบ้าน มีเรื่องอะไรที่ต้องเคลียร์ใจ อยู่กันมากี่ปีแล้ว อยู่กันมาตั้งแต่คุณยังไม่จบมหาวิทยาลัยเลย นี่เป็นเรื่องในครอบครัวของผม เป็นเรื่องภายในของพรรคผม ไม่ใช่ธุระของใครที่ต้องมานั่งรับทราบ” เมื่อถามว่าฝากอะไรถึงคนที่ออกมาปล่อยข่าวหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ไม่ฝาก เป็นเรื่องในบ้าน สมมติมีปัญหาจริง ก็เคลียร์ในบ้านแค่นั้น และไม่เคยมี เพราะถ้ามีคงไม่ได้คบหากันมานานขนาดนี้ เราอยู่ด้วยความเป็นพี่เป็นน้อง ให้เกียรติกัน นักข่าวต้องไม่ถามแบบนี้ บางทีกำลังคิดอย่างอื่นอยู่ มาถามก็เผลอตอบไป พวกคุณก็ไปพาดหัวกันอีกอย่าง มันไม่ดี เราต้องเป็นนักข่าวที่มีคุณภาพ มืออาชีพ“เมียครูใหญ่” แรง “เหลี่ยมจัดก็ตัดทิ้ง”ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนางกรุณา ชิดชอบ ภรรยานายเนวิน โพสต์ข้อความแปลกๆระบุว่า “เหลี่ยมจัดก็ตัดทิ้ง ดีก็คบทรยศก็ตัดทิ้ง โตแล้วอย่าซับซ้อน” นายอนุทินย้อนถามว่า “แปลกอย่างไร เมื่อวานนี้เบาแล้ว พี่ต่ายแปลกตรงไหน แล้วพูดผิดหรือไม่ คนที่ไม่ควรคบ คนที่ไม่จริงใจต่อกัน คนที่โกหกหลอกลวงพี่น้องประชาชน เอาความเท็จมาออกสื่อ หิวแสงไม่มีข้อมูล ไม่มีอาชีพแล้วมาทำตัวเป็นนักวิเคราะห์ข่าวการเมือง คนเหล่านี้ไปให้ความเชื่อถือได้อย่างไร หลายคนยังเอาตัวไม่รอดเลย ดูกิจการแต่ละคนปิดไปทีละเจ้าสองเจ้า แล้วไปเชื่อถือคนพวกนี้ นักข่าวต้องวิเคราะห์ การศึกษาช่วยให้เราวิเคราะห์ได้”กำชับ “บิ๊กมหาดไทย” เร่งปั่นผลงานจากนั้นนายอนุทินเป็นประธานประชุมกับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย อาทิ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการ รมว.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวง มท. อธิบดีกรมต่างๆ นายอนุทินกล่าวมอบนโยบายปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด สถานบันเทิง สถานบริการ การค้ามนุษย์ นอมินีที่ดินต่างๆ ฝากผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลความเรียบร้อยในจังหวัดให้ดี เข้ามากระทรวงนี้ไม่เคยเกลียดใคร ต้องขอจริงๆให้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ พอเข้าเดือน ส.ค.จะกดปุ่มรีเซ็ต ขอให้ทำงานปั่นผลงานอย่างเต็มที่ เพื่อแสดงผลงานออกมาตัดหญ้ากาฝาก “กระทรวงมหาไถ”นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้ได้กลับมาไม่ติดค้างใคร เอางานเป็นหลัก ไม่มีโอกาสไหนดีกว่านี้ พวกนี้ (รัฐมนตรี) ไม่ใช่ลูกเทพ แต่เป็นคนที่เข้าใจชีวิตชาวบ้าน สองสัปดาห์นี้ต้องใช้วิญญาณนักปลุกระดมเก่า ปลุกวิญญาณคนกระทรวงนี้ลุกขึ้นมาจัดการ เพราะร้ายแรงซะจนมีหน่วยงานอื่นรับเป็นเจ้าภาพเพียบ รวมถึงป.ป.ช. อย่าให้หญ้ากาฝากเกิดขึ้น เพราะกลืนหญ้าดีหมด หากปล่อยพวกนี้เข้ามาเรื่อยๆ คนดีๆอยู่ไม่ได้ อย่าทำให้กระทรวงเป็น “กระทรวงมหาไถ” ไม่ปกป้องคนทำผิด จะรีเซ็ตกระทรวงใหม่ ยืนยันไม่มีเรื่องส่วนตัว“พิพัฒน์” ไม่เข้าใจ “ซ้อต่าย” โพสต์ดุนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม แกนนำพรรค ภท. กล่าวถึงการพบกันของ “2 น. 1 พ.” เมื่อค่ำวันที่ 27 ก.ค.ว่า จริงๆเรื่องนี้ไม่ต้องถามก็ได้ บอกแล้วว่าพวกเราไม่มีอะไร เราพูดคุยกันทุกสัปดาห์ ตอนพบกันนายกฯถ่ายรูปเป็นเรื่องปกติ ก็ดีจะได้ลดคำครหา ไม่เช่นนั้นสื่อก็ปั่นกันไปเรื่อย ไม่ทราบว่าข่าวนี้มาจากไหน ปล่อยออกมาโดยหาตัวตนไม่ได้ ไม่มีความจริงเลย เมื่อถามว่านายเนวินพูดถึงข่าวดังกล่าวอย่างไรบ้าง นายพิพัฒน์ตอบว่า นายเนวินไม่ได้สนใจข่าวพวกนี้ ท่านเป็นคนการเมืองเข้าใจดีว่ามีผู้ไม่หวังดีมาสร้างความแตกแยกเป็นเรื่องปกติ เราพบเจอหน้ากันทุกสัปดาห์ แต่ถ้าทางโทรศัพท์เราคุยกันเกือบทุกวัน มีอะไรก็โทรศัพท์ไถ่ถามกัน เมื่อถามว่าหลังจากเผยแพร่ภาพทั้ง 3 คน นางกรุณา ชิดชอบ ภรรยานายเนวิน โพสต์ข้อความว่า “เหลี่ยมจัดก็ตัดทิ้ง ดีก็คบ ทรยศก็ตัดทิ้ง โตแล้วอย่าซับซ้อน” เชื่อมโยงกันหรือไม่ นายพิพัฒน์ตอบว่า ไม่ทราบ ไม่เข้าใจ ยังไม่เห็นข้อความว่าเป็นอย่างไร เมื่อถามว่าถึงวันนี้ พูดได้หรือไม่ว่า 2 น. กับ 1 พ. จะไม่มีวันแยกจากกัน นายพิพัฒน์ตอบว่า เราเป็นมาอย่างนี้อยู่แล้ว ไม่ใช่เพิ่งคบกัน 1-2 ปีนี้ น่าจะ 10-20 ปีแล้ว เรามาด้วยกัน ไม่ควรมีอะไรมาทำให้เกิดความไม่เข้าใจ มีอะไรก็ต้องคุยกันด้วยเหตุผล ไม่ว่าจะเรื่องงานหรืออะไร“ทรงศักดิ์” สั่งฟ้อง “ยิ่งชีพ” ที่บึงกาฬขณะที่นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีตกเป็น 1 ใน 9 รายชื่อที่ถูกนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ระบุว่ามีส่วนเชื่อมโยงขบวนการฮั้ว สว.ว่า ให้ทนายความและฝ่ายกฎหมายถอดคำพูดนายยิ่งชีพ มีส่วนหนึ่งเข้าองค์ประกอบหมิ่นประมาท จะให้ทนายความไปแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจ จ.บึงกาฬ เป็นภูมิลำเนาบ้านของตน“สว.เตี๋ยวไก่” โต้คุณสมบัติครบถ้วนนายสมพาน พละศักดิ์ สว. กล่าวถึงกรณีนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการไอลอว์ ระบุว่าขาดคุณสมบัติการเป็น สว.กลุ่มที่ 10 กรณีมีอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวไก่ มะระว่า เป็นเรื่องเก่ากว่า 2 ปี เคยถูกร้องแต่ กกต.ตีตกคำร้องไปแล้ว ให้ไปดูคำวินิจฉัย กกต.ที่ 17/2568ได้ นายยิ่งชีพเป็นนักกฎหมาย ควรรู้ว่าคำวินิจฉัย กกต.จบไปแล้ว ไม่ควรเปิดประเด็นให้สังคมสับสนอย่างมีนัยแอบแฝง ตนและนางแดง กองมา สว. อีกคนเตรียมแจ้งความดำเนินคดีนายยิ่งชีพที่ทำให้เสียหาย สร้างความเสื่อมเสียให้ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ดูถูกอาชีพคนอื่น ทำเสียชื่อเสียงไปถึงเอ็นจีโอต่างชาติที่ให้การสนับสนุนไอลอว์ดีเอสไอชี้หลักฐานฮั้ว สว.อยู่ในสำนวนผู้สื่อข่าวรายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ อั้งยี่-ฟอกเงิน คดีฮั้ว สว. รายงานว่า ตามหลักการสอบสวน หากพยานให้ข้อมูลหรือคำให้การในชั้นสอบสวน รายละเอียดดังกล่าวจะถูกบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนคดีอยู่แล้ว ที่ผ่านมาดีเอสไอไม่เคยเปิดเผยรายละเอียดในสำนวนคดี อีกทั้งพยานหลักฐานในสำนวนของดีเอสไอ คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน และสำนวนคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 เป็นพยานหลักฐานชุดเดียวกัน โดยเฉพาะสำนวนคดีฮั้ว สว. ก่อนหน้านี้คณะอนุกรรมการฯคณะที่ 26 มีมติให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 229 ราย สำนวนนี้ผ่านการกลั่นกรองไปถึงชั้นคณะอนุกรรม การวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ล่าสุดอยู่ในชั้น กกต.เผยเตรียมสั่งฟ้องผู้ต้องหาเพิ่มเติมส่วนความคืบหน้าคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ตามคำสั่งอัยการคดีพิเศษ มีการสอบปากคำพยานเพิ่ม และนำเอกสารรายงานธุรกรรมการเงินจากสถาบันการเงินของผู้เกี่ยวข้องในคดีมาตรวจสอบแล้ว จากเดิมที่ดีเอสไอมีการสั่งฟ้องไป 8 ราย แต่อัยการเห็นว่าจำนวนผู้ถูกกล่าวหายังไม่สอดคล้องกับพยานหลักฐาน จึงสั่งสอบเพิ่มเติม ขณะนี้มีพยานหลักฐานที่บ่งชี้ได้ว่าในคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน ท้ายสุดอาจมีการดำเนินคดีผู้ต้องหาเพิ่มเติม ที่มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับขบวนการเลือกฮั้ว สว.ระดับประเทศ ดังนั้นต้องรอผลการวินิจฉัยชี้ขาดของ กกต. ว่าจะดำเนินคดีกี่ราย รายใดบ้าง และฐานความผิดใดบ้างส่อยื้อคดีไปอีกอ้างหลักฐานไม่พอมีรายงานเพิ่มเติมว่า การสอบสวนปากคำพยานที่ผ่านมา พยานยังคงยืนยันในหลักฐานเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับขบวนการผู้ถูกกล่าวหา ดังนั้นไม่ว่า กกต.จะมีความเห็นมีผลการพิจารณาอย่างไร คณะพนักงานสอบสวนฯต้องนำมาประกอบเข้าสำนวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงินเช่นกัน นอกจากนี้เดิมที่ประธานกกต. วางกรอบเวลาการพิจารณาชี้ขาดวินิจฉัยสำนวน คดีฮั้ว สว. ให้เสร็จภายในเดือน ส.ค. มีความเป็นไปได้ว่าอาจขยายเวลาออกไปอีกประมาณ 1 เดือน เป็นเดือน ก.ย. เนื่องด้วยพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ จึงต้องการให้ทุกกระบวนการของพยานหลักฐานในแต่ละประเด็นเเล้วเสร็จครบถ้วน จึงสามารถขยายเวลาได้ตามความจำเป็น“หนิม” จ่ออุทธรณ์ ลต.ประกันสังคมวันเดียวกัน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน กล่าวถึงกรณีมีผู้ยื่นศาลปกครองให้ชะลอการเลือกบอร์ดประกันสังคมว่า เป็นเหตุการณ์ที่มีผู้ร้องไปยังศาลปกครองสูงสุด และศาลปกครองรับทุเลาและให้หยุดลงชั่วคราว ดังนั้นสิ่งที่สำนักงานประกันสังคมทำได้ คือการประชุมคณะกรรมการเลือกตั้งของประกันสังคม เมื่อวันที่ 27 ก.ค. แต่ยังไม่ใช่การเลื่อน เป็นการชะลอเพื่อรอความชัดเจนจากศาลปกครองว่าจะวินิจฉัยไปในทิศทางใด ถ้าวินิจฉัยไปในทิศทางบวก คือสามารถเลือกตั้งได้ และยกคำสั่งทุเลารวดเร็ว เราก็ยึดกรอบเวลาการเลือกตั้งเดิม สิ่งที่สำนักงานประกันสังคมจะดำเนินการต่อไปคือการยื่นอุทธรณ์คำสั่งทุเลาคำสั่งเดิม เพื่อให้เลือกตั้งต่อไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง ไม่อยากให้มองไปถึงขนาดว่ามีเรื่องการเมืองเข้ามาหรือไม่ เพราะไม่เคยรู้จักกับบุคคลที่เป็นผู้ร้อง และส่วนตัวยังหวังลึกๆว่าจะไม่เลื่อน เมื่อถามว่าฝ่ายค้านมองว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจจัดตั้งเลือกตั้งครั้งนี้ นายจุลพันธ์ตอบว่า ไปพูดขนาดนั้นก็ไม่ถูก ได้พูดคุยกับฝ่ายค้านหลายคน ทีมประกันสังคม รวมถึงทีมประกันสังคมก้าวหน้า แสดงความจริงใจอย่างเต็มที่แล้ว และจะดันไปให้ถึงวันเลือกตั้งจนได้“ฐนัตถ์” ขึงขังเลื่อนคุยสันติสุขยาวนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพูดคุยสันติสุขฯ หลังเกิดเหตุรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ว่า การเจรจาเริ่มต้นกันมาดีแล้ว แต่อยู่ๆก็เกิดเหตุขึ้น และอยู่ๆมีการออกแถลงการณ์ในระหว่างที่เราส่งฝ่ายเทคนิคเข้าไปพูดคุย มันก็แปลกๆแล้ว แต่เข้าใจว่าเขายังสับสนว่าจะเอาอย่างไรกับเราดี เพราะเรามาใหม่ เมื่อเกิดเหตุความรุนแรงที่ จ.นราธิวาส การเจรจาในช่วงเดือน ก.ย.นี้ คงไม่เกิดขึ้น ขอฝากคำถามและให้ตอบมาก่อนว่า มันเกิดอะไรขึ้น ตัดสินใจก่อเหตุทำไม เดิมนัดกันไว้ล่วงหน้าผ่านทางผู้อำนวยความสะดวกของมาเลเซียแล้ว และได้ข่าวว่าทางมาเลเซียจะเปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวก ยังเชื่อว่าท่าทีที่แข็งกร้าวของฝ่ายทหาร จะไม่เป็นอุปสรรคต่อการพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่าง เพราะต่างคนต่างมีแนวทางปฏิบัติมีกลยุทธ์ของตัวเอง เชื่อมั่นว่าเราไปต่อกันได้ แม้อาจจะตึงๆกันหน่อย แต่คงจะมีการผ่อนปรนลดระดับมาพูดคุยกัน“สีหศักดิ์” ยันให้ความเป็นธรรมชาวจีนอีกเรื่อง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายก รัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ให้ประเทศไทยตรวจสอบกรณีพลเมืองจีนถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใช้กำลังเกินสมควร โดยนำตัวออกจากพื้นที่จัดงานหนังสือว่า สั่งให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่าเป็นอย่างไร เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เมื่อถามว่าคนไทยเข้าไปคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์ในเพจของสถานทูตจีนจำนวนมาก นายสีหศักดิ์ตอบว่า ทางสถานทูตจีนก็ต้องชี้แจง ส่วนข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรคงต้องมีการตรวจสอบ เข้าใจได้ถึงความรู้สึกต่างๆ เมื่อถามว่าต้องประสานกับสถานทูตจีนพูดคุยเรื่องนี้หรือไม่ นายสีหศักดิ์ตอบว่า เอาข้อเท็จจริงมาก่อนดีกว่า ผลตรวจสอบออกมาอย่างไรค่อยไปคุยกัน ย้ำให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่