“สอบสวนกลาง” จ่อสรุปคดีทุจริตสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ประสาน “มศว” ขอหลักฐานเพิ่ม ให้ทีมสืบสวนด้านเทคนิคดำเนินการ ผบช.ก.ยันเร่งมือให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า เล็งดำเนินคดีผู้ต้องหานอกเหนือจากที่จับกุมดำเนินคดีไปแล้ว 3 คน ก่อนส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.ไปไต่สวนตามขั้นตอน เตรียมส่งข้อชี้แนะป้องกันการทุจริตสอบเข้ารับราชการในอนาคตให้นายกรัฐมนตรีด้วยความคืบหน้ากรณีการสืบสวนคลี่คลายคดีการแก้ไขคะแนนสอบบรรจุเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น พบความผิดกว่า 1,500 คน เปิดเผยขึ้นที่ห้องประชุม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 24 ก.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.เผยว่า ประสานขอเอกสารและคำให้การเพิ่มเติมจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) พร้อมทั้งให้ทีมงานสืบสวนดำเนินการในส่วนเทคนิคเพิ่มเติม เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญาว่า จะมีบุคคลใดเพิ่มเติมหรือไม่ จะนัดประชุมกับทีมงานเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้ปรากฏความชัดเจนเพียงพอก่อนดำเนินการกับบุคคลนอกเหนือจาก 3 คนนี้“ส่วนที่สอง วันนี้จะรายงานผลต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เป็นการรายงานการดำเนินงานครั้งที่ 2 มีความคืบหน้าไปพอสมควร เกี่ยวกับกระบวนการสอบ กระบวนการควบคุม รวมถึงกระบวน การเก็บรักษาเอกสารการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ มศว ที่ปรากฏเป็นข่าวในโซเชียลมีเดีย หลังการรายงานรองนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้แถลงข่าวให้สื่อมวลชนทราบอีกครั้ง ผมจะเดินทางไปร่วมแถลงด้วย แต่จะให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้แถลงหลัก สำหรับกรอบเวลาการดำเนินคดีอาญา ภายในวันจันทร์นี้จะได้ผลที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการกับบุคคลเพิ่มเติมหรือไม่ หากไม่มีการดำเนินคดีเพิ่มเติม ต้องรายงานให้สำนักงาน ป.ป.ช.ทราบก่อนในรอบแรก เพื่อให้คณะอนุกรรมการไต่สวนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป” ผบช.ก.กล่าวพล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้คดีหลักต้องขึ้นอยู่กับคณะไต่สวนพิเศษของ ป.ป.ช. เนื่องจากผู้กระทำความผิดเป็นข้าราชการของรัฐ การดำเนินการต้องมีรายละเอียดรัดกุม ตำรวจหารือร่วมกันและพยายามเร่งรัดให้เสร็จสิ้นภายในวันจันทร์หรืออังคารนี้ เนื่องจากพยานหลักฐานต่างๆพร้อมในการไต่สวนผู้กระทำผิดเพิ่มเติม แต่เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ ป.ป.ช.จะมีคณะไต่สวนร่วมพิจารณาพยานหลักฐานเหล่านี้ด้วย นอกจากนี้ในส่วนการรายงานต่อนายกรัฐมนตรี ตนเน้นย้ำถึงการตรวจสอบกระบวนการผลิตว่า มีจุดบกพร่องตรงไหน นำไป สู่การแก้ไขปรับปรุงป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต พร้อมทั้งมีข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขต่อไปที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 16.00 น. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นประจำปี 68 ครั้งที่ 3 ว่า การประชุมนำข้อมูลต่างๆมารายงาน สรุปเป็นโครงร่างแบ่งเป็น 4 ส่วน ดังนี้ 1.เรื่องการพิจารณากำหนดอัตราตำแหน่งว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร จำนวนเป็นอย่างไร แต่สุดท้ายมีเหตุผลอะไรจำนวนถึงโป่งกว่าเดิม 2.กระบวนการก่อนการสอบ สิ่งที่เราเจอมีจุดบกพร่องอยู่หลายประการรวมถึงทีโออาร์ จะระบุตัวว่าใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขั้นตอนใด กระบวนการทำสัญญาจัดจ้าง กระบวนการจัดสอบ พบข้อบกพร่องค่อนข้างเยอะ ไม่สอดคล้องกับที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ดำเนินการจัดสอบตามปกติ 3.กระบวนการจัดเก็บเอกสาร กระบวนการจัดสอบเป็นไปตามมาตรฐานกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือไม่ เพราะการจัดสอบของมหาวิทยาลัยควรเป็นไปตามมาตรฐาน เช่น การสอบเอ็นทรานซ์และการสอบของมหาวิทยาลัย 4.การประกาศผลสอบและบรรจุแต่งตั้งพบว่า เดิมขอบรรจุ 8 พันตำแหน่งแต่ตอนบรรจุบวมมาเป็น 1 หมื่นตำแหน่งได้อย่างไร ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ มีมติอะไรรองรับ“ส่วนข้อเสนอแนะหลังจากเกิดเรื่องขึ้นแล้ว ผู้เกี่ยวข้องและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีปฏิกิริยาอย่างไรบ้าง แก้ไขอย่างไรบ้างเมื่อเกิดปัญหา เพื่อให้สถานการณ์ยุติโดยเร็ว และใครมีส่วนเกี่ยวข้องอะไร อย่างไร ส่วนเรื่องเส้นทางการเงิน ป.ป.ท.และ ปปง.รับไปดำเนินการ หลังจากนี้คณะทำงานจะระดมทำงานช่วงวันหยุด เพื่อจะปิดเล่มและทำรายงานเสนอนายกฯในวันที่ 4 ส.ค. เพื่อสั่งการต่อไป” ถามว่าตรวจสอบแค่ขั้นตอนที่ผิดปกติ หรือบุคคลที่กระทำผิดด้วย นายปกรณ์ กล่าวว่า ให้ฝ่ายเลขานุการระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วย ไล่ตั้งแต่ครั้งแรกมีใครบ้าง ตั้งแต่การประกวดราคา คณะกรรมการชุดแรกที่อนุมัติ จะเห็นเองว่าถ้ามีข้อบกพร่องใครบ้างต้องไปตรวจสอบและรับผิดชอบกันนายปกรณ์กล่าวต่อว่า แต่คณะกรรมการชุดนี้จะไม่ชี้ว่าใครผิด จะปล่อยให้พิสูจน์เจตนาและความผิด ถ้าใครเกี่ยวข้องทางวินัยให้หน่วยงานต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบต่อ ถ้าเป็นเรื่องทางอาญาเป็นเรื่องของตำรวจ ป.ป.ช.ตรวจสอบ ส่วนใครทำผิดปกครองให้เป็นไปตามขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายชื่อคนที่เกี่ยวข้องในแต่ละขั้นตอนจะระบุไว้ สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องเกิน 100 คน มีทั้งภาครัฐและเอกชน ขอไม่ระบุว่าระดับไหน แต่จะระบุหมดว่าใครเกี่ยวข้อง และเกี่ยวข้องช่วงเวลาไหน แต่ขอย้ำว่าทุกคนยังไม่ได้ผิด แต่เป็นคนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ และชั้นนี้ไม่ได้ระบุถึงคนจ่ายกับคนรับสินบน จะเป็นการหาว่ากระบวน การนี้เกี่ยวข้องกับใคร ตรงไหนเป็นจุดเด่น“ในจำนวนนี้เกี่ยวข้องมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการสอบ และไม่ได้มีหน้าที่กับการจัดสอบ แต่ไปเกี่ยวข้องกับการสอบ หลังจากยื่นให้นายกฯแล้ว คณะกรรมการชุดตนจะหมดหน้าที่ เหลือประชุมอีก 1 ครั้ง วันที่ 4 ส.ค. เพื่อตรวจทานก่อนส่งนายกฯ คณะกรรมการชุดของตนถือเป็นสารตั้งต้น จะมีข้อเสนอแนะให้นายกฯ ให้ส่งรายงานแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ ป.ป.ช. ป.ป.ท. ปปง.ไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เรื่องที่จะเสนอนายกฯสำคัญทุกเรื่อง เพราะไม่มีใครทนได้ นั่งประชุมไปก็ถอนหายใจกัน ทำกันอย่างนี้ได้อย่างไร รมว.ยุติธรรม ยังแซวตนว่า ท่านประธานจะหมดลมแล้ว ถอนหายใจบ่อยเหลือเกิน ผมยอมรับว่าในชีวิตนี้ไม่เคยเจอ” รองนายกฯกล่าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่