วันเสาร์สบายๆวันนี้ไปคุยเรื่องหนักหน่อยนะครับ “การอยู่รอดขององค์กรในยุค AI” เป็นความรู้ที่ทันสมัยในยุคนี้ House Of Wisdom หรือ H.O.W Club มีการจัดงานแบ่งปันความรู้ Knowledge sharing ประจำไตรมาสเรื่อง “Burning Platform Corporate Survival Guide in the Age of AI” เมื่อวันอังคาร โดยเชิญแขกที่เป็นเจ้าของกิจการและผู้บริหารไปร่วมฟัง ผมก็ไปฟังด้วย โดยมี คุณ Johannes Goltsche จาก Boston Consulting Group เป็นวิทยากรร่วมกับ คุณกระทิง เรืองโรจน์ พูนผล Dean of HOW และผู้เชี่ยวชาญ AI อีกหลายท่านของไทย ฟังแล้วก็ถึงบางอ้อ การเปลี่ยนผ่าน (Transform) องค์กรไปใช้ AI ไม่ใช่เรื่องง่าย สิ่งสำคัญที่สุด CEO ต้องเป็นผู้ลงมือเองวันนี้เลยเก็บเอาประเด็นสำคัญบางส่วนมาเล่าสู่กันฟังครับข้อมูลจาก BCG ที่ไปสำรวจผู้บริหารทั่วโลกกว่าสองพันคนพบว่า สัดส่วนการลงทุนด้าน AI เทียบกับรายได้องค์กรเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ปี 2024 มีสัดส่วนการลงทุน 0.6% ของรายได้ 2025 เพิ่มขึ้นเป็น 0.8% ของรายได้ ปีนี้ 2026 พุ่งแตะ 1.7% ของรายได้ ผลสำรวจยังพบว่า ซีอีโอ 72% เปิดเผยว่าเป็นผู้ตัดสินใจหลักด้าน AI ในองค์กร ซึ่งเพิ่มขึ้นสองเท่าจากปีก่อน และ 82% ของซีอีโอมองว่าเอไอจะช่วยสร้างผลตอบแทนได้มากกว่าปีก่อนปี 2023 AI Agent มีความสามารถทำงานในภารกิจได้ไม่เกิน 5 นาที เทียบเท่าความสามารถของเด็กประถม แต่ปี 2026 AI Agent สามารถทำงานในระดับที่มนุษย์ต้องใช้เวลาถึง 100 ชั่วโมง ไปจนถึงงานระดับ 1,000 ชั่วโมง ในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และอีกราว 18 เดือนข้างหน้า AI Agent จะสามารถทำงานที่ใช้ประสบการณ์เทียบเท่ามนุษย์ที่ทำงานมานานถึง 10,000 ชั่วโมงขึ้นไป หรือเท่ากับพนักงานระดับซีเนียร์เลยทีเดียวBCG ประเมินว่า การพัฒนาของ AI Agent ที่พุ่งขึ้นไปราว 1,000 เท่าที่ช่วงเวลา 30 เดือน จะสร้าง Productivity เพิ่มขึ้นให้กับภาคธุรกิจมากกว่า 30% และส่งผลต่อ GDP โลกมากกว่า 2% ภายใน กรอบเวลา 5 ปีขึ้นไป ความสามารถที่พุ่งทะยานของ AI Agent บีบให้ผู้บริหารองค์กรต้องเผชิญกับความตึงเครียดในองค์กร โดยเฉพาะการเลือก AI เข้ามาทำงานแทนมนุษย์ในองค์กร เพราะหากใช้ AI Agent มาช่วยงานทุกฝ่าย ระบบการควบคุมงานแบบเดิมจะทำไม่ได้อีกต่อไป AI Agent จะควบคุมงานได้เองหมด หากซีอีโอจะควบคุมงานต่อไปโดยเป็นผู้สั่งงานเอไอเอง แม้จะปลอดภัย แต่ผลที่ได้ คือ งานช้าเท่าเดิม เอไอแทบไม่ได้ช่วยประหยัดเวลาแต่อย่างใดหากปล่อยให้ AI Agent ทำงาน 100% โดยไม่มีคนดู งานอาจจะเร็วมาก แต่ถ้าเอไอตัดสินใจพลาดขึ้นมา ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจหลุดไปถึงลูกค้าได้ทันทีคุณโจฮานเนส แนะนำว่า องค์กรที่จะประสบความสำเร็จในการใช้ AI ต้องแบ่งน้ำหนักทรัพยากรออกเป็น 3 ส่วนดังนี้ (1) ใช้ AI 10% โดยใช้โมเดลเอไอเก่งๆ อย่าง ChatGPT, Claude หรือ Gemini (2) เทคโนโลยี IT และโครงสร้างข้อมูล 20%ต่อให้เอไอเก่งแค่ไหน ถ้าไม่มีข้อมูลองค์กรที่จัดเก็บเป็นระบบป้อนให้กับเอไอ เอไอก็จะตอบมั่ว (3) คนและกระบวนการ 70% รื้อวิธีการทำงานแบบเดิม ออกแบบ workflow ใหม่ อบรม พนักงานให้ใช้นวัตกรรมเป็น กำหนดกฎควบคุม AI ถ้าพนักงานใช้งานไม่เป็น ต่อให้มี AI ที่ดีที่สุดในโลกก็ไปไม่ถึงเส้นชัย และอาจพังตั้งแต่วันแรกที่ใช้สิ่งสำคัญที่สุดในการ Transform องค์กรสู่ AI ก็คือ CEO ต้อง Upskill ตัวเองในเรื่อง AI ผู้นำองค์กรต้องมีความรู้เรื่อง AI ด้วยตัวเอง ต้องวาง Vision ภาพใหญ่ขององค์กรด้วยตัวเอง อย่าโยนภาระไปให้ลูกน้อง สุดท้ายจะล้มเหลวฟังแล้วก็เห็นภาพชัดเจน การเปลี่ยนผ่านองค์กรไปสู่ AI ไม่ใช่เรื่องง่าย สิ่งสำคัญที่สุด CEO ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรจะต้องอัปสกิลตัวเองในเรื่องเอไอ ต้องรู้ทุกอย่างเรื่องการเปลี่ยนผ่าน ตั้งแต่การลงทุน ผลลัพธ์ที่จะกลับมาเป็นรายได้ ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของฝ่ายไอที มีงานวิจัยจาก MIT ระบุว่า องค์กรที่เปลี่ยนผ่านสำเร็จ ทั่วโลกมีเพียง 5% อีก 95% ล้มเหลว ผมคิดว่าถ้าเอา AI มาเป็นตัวช่วยในการเพิ่มผลผลิต (Productivity) น่าจะเวิร์กกว่าเอามาทำงานแทนมนุษย์ในทุกเรื่อง.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม