เมื่อวานนี้ผมเขียนให้กำลังใจแก่ “กระทรวงการคลัง” เป็นส่วนรวมในกรณีตั้งกฎกติกาเอาไว้เข้มพอสมควรในการคัดกรองผู้ยื่นขอมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ “บัตรคนจน”...ขออย่าได้หวั่นไหวไปกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ จำนวนมากเพราะท่านทำถูกแล้วที่จะต้องกลั่นกรองผู้ที่จะมารับความช่วยเหลือ ซึ่งเป็นเงินจากภาษีอากรของประชาชนทั่วประเทศอย่างเข้มงวด...มิใช่เงินของนักการเมือง คนใดคนหนึ่งหรือพรรคใดพรรคหนึ่งวันนี้ขอเขียนต่อเพื่อให้กำลังใจไปที่ท่านรองนายกฯและ รมว.คลัง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ โดยตรง หลังจากที่ได้อ่านคำสัมภาษณ์ของท่านจากหน้าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับรวมทั้ง ไทยรัฐ ฉบับล่วงหน้าประจำวันที่ 23 กรกฎาคม หรือเมื่อวานนี้เองท่านรองเอกนิติย้ำอีกครั้งว่า วัตถุประสงค์ของบัตรนี้ต้องการช่วย “คนจน” ที่ เดือดร้อนจริงๆ และที่ผ่านมา 4-5 ปี ยังไม่มีการเปิดรับคนเข้าระบบใหม่เลยทำให้มีคนจนตกสำรวจถึง 2.3 ล้านคน และครั้งนี้ได้นำมาเข้าระบบด้วยขณะเดียวกัน ก็มีข้อร้องเรียนมาโดยตลอดว่าที่ผ่านมามี “คนจนปลอม” จำนวนมากอ้างสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จึงกำหนดหลักเกณฑ์ที่เข้มข้นขึ้นเพื่อแยกแยะผู้ที่ไม่มีสิทธิออกไปจากระบบนายเอกนิติกล่าวด้วยว่า ขณะนี้สามารถคัดกรอง “คนจนปลอม” ออกได้บางส่วนแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีประชาชนที่ยากจนจริงหลุดไปด้วย ซึ่งรัฐบาลก็เห็นใจจึงยินดีให้มีการอุทธรณ์ และได้ประสานกับกระทรวงมหาดไทย ให้จัดตั้งศูนย์ One Stop Service เพื่อช่วยทบทวนสิทธิแก่ผู้เดือดร้อนตัวจริงอีกครั้งหนึ่งก่อนจบ ท่านรองเอกนิติกล่าวถึงประเด็นสำคัญประการหนึ่งที่ค้นพบในการกลั่นกรองครั้งนี้ก็คือการที่มีผู้นำข้อมูลชาวบ้านไปใช้โดยมิชอบ ทั้งนำไปจดทะเบียนบริษัท การซื้อหุ้นในตลาด หลักทรัพย์ หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการบริษัท โดยเจ้าตัวไม่รู้เรื่องท่านจึงมอบนโยบายให้กระทรวงการคลังไปด้วยว่าเมื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจริงที่ถูกแอบอ้างชื่อไปใช้ในกิจการที่ว่านี้แล้ว จะต้องดำเนินการกับผู้หลอกลวงชาวบ้านที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์เหล่านี้ด้วยในประเด็นหลังนี้ผมอ่านแล้วก็ช็อกขณะเดียวกันก็ชื่นชมว่าระบบที่ท่านมีอยู่แน่จริงๆ สามารถสืบรู้ได้ว่าประชาชนคนไหนบ้าง ที่ถูกนำไปใช้ในการดำเนินการดังกล่าวจนถูกตัดสิทธิท่านให้สัมภาษณ์แบบให้เกียรติประชาชนที่ถูกตัดสิทธิในกรณีนี้อย่างมากว่า “ถูกหลอกลวง” ในขณะที่คนรู้เหลี่ยมมนุษย์เพราะผ่านโลก (และโรค) อย่างผมและเพื่อนๆหลายคนกลับเชื่อว่า “ไม่ถูกหลอก” หรอกจะต้องมีจำนวนไม่น้อยที่รู้ตัวและยินยอมดังนั้นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ในกรณีนี้ขอให้รีบอุทธรณ์โดยด่วน ถ้าบริสุทธิ์จริงหรือถูกหลอกลวงจริง ท่านได้สิทธิกลับคืนแน่ แต่ถ้าไม่จริงท่านอาจจะโดนลงโทษและเมื่อโดนแล้วก็อย่ามากล่าวหาว่าท่านรองเอกนิติทำไมถึงโหดนักก็แล้วกันอ้อ? เมื่อพูดถึงความจนจริงๆ กลับไม่จริง ท่านรองเอกนิติท่านก็ใช้ถ้อยคำที่น่ารักมาก คือเรียกว่า “คนจนปลอม” ซึ่งก็ถูกต้องแล้ว เพราะท่านอยู่ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีดูแลประชาชนจะมาใช้ถ้อยคำ “แดกดัน” หรือ “แซะ” อย่างที่พวกผมใช้กันอยู่คือคำว่า “อยากจน” ก็คงไม่เหมาะสมกับท่านเท่าไรนักสรุปผมขอให้กำลังใจรองนายกฯ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณที่ท่านยอมถอยอย่างมีเหตุมีผล และหวังว่าคงไม่ถอยมากไปกว่านี้สำหรับ “คนยากจน” ที่แท้จริง มิใช่ “คนจนปลอม” (สำนวน ดร.เอกนิติ) หรือ “คนอยากจน” (สำนวนของพวกเราชาวสื่อมวลชน)– อย่าลืมหาหลักฐานใหม่ไปยื่นให้สมบูรณ์ตามกำหนดการใหม่ด้วยนะครับ และก็ขอให้โชคดีได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนครบถ้วนทุกคน."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม