เกมรุกงึกๆงักๆ ปั่นป่วนอยู่กับการตั้งรับในเกมรับ เปรียบรัฐบาลภูมิใจไทยเป็นทีมฟุตบอล “เซราะกราว ยูไนเต็ด” กัปตันทีมอย่าง “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” ก็คงอยู่ในสภาพย่ำแย่อย่างที่กล่าวมา แม้แต่โครงการที่คิดจะเรียกเรตติ้ง อุตส่าห์กู้ 4 แสนล้าน แบ่งมาส่วนหนึ่งเพื่อเติมเงินช่วยคนจน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่เพราะวางเงื่อนไขไม่รอบคอบ แก้แล้วแก้อีก ถึงตอนนี้ยังเคลียร์ไม่สะเด็ดน้ำแม้แต่จะแจกเงินก็ยังโดนด่า เวรกรรมรัฐบาลแท้ๆแน่นอน เพราะส่วนหนึ่งสมาธิมุ่งมั่นของ “กัปตันอนุทิน” ต้องแบ่งไปที่ “แก้ต่าง แก้ตัว” ทำให้ที่เปิดโปรแกรมเดินหน้าดีลดึงนักลงทุนต่างประเทศ โหมข่าวเม็ดเงินจีนไหลเข้าทะลัก จัดโปรเจกต์โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนานใหญ่ ฯลฯ แต่ชาวบ้านก็ไม่อินตามเพราะมีข่าวฉาวโฉ่ ข้อกล่าวหาสารพัด กรรมเก่า-ใหม่ กรรมโกย-กรรมโกง โผล่ไม่เว้นวันกลบกระแสอย่างปมโกงสอบท้องถิ่น ถึงแม้ “อนุทิน” จะเล่นบทถนัด ขึงขังจัดการ คนก็ไม่ค่อยเชื่อน้ำอิ๊ว หนำซ้ำถูกทวงถามความรับผิดชอบในฐานะผู้นำและ รมว.มหาดไทยกับคิวโกงสอบครั้งมโหฬาร มท.1 จะตีเนียนลอยตัวคงไม่ได้นอกเสียจากมีช็อตแก้ไข เอาจริงเอาจังจัดการคนผิด บี้ให้หนักไปถึงตัวใหญ่ ผู้บงการ เพื่อพิสูจน์ตัวเองแต่วันนี้ส่อแววตัดจบปลาซิวปลาสร้อย ที่มีคำสั่งตั้งสอบวินัยบิ๊กข้าราชการ เปิดทาง ป.ป.ช. ปปท. ทีมตำรวจ สืบสวนสอบสวน เตรียมสั่งยกเลิกผลการสอบ การบรรจุข้าราชการท้องถิ่นลอตใหญ่ถ้าผลออกมาแค่เท่านี้ เสียงโห่ฮารออยู่เพราะเอาเข้าจริง คนไทยทั้งประเทศกินข้าวรู้ดีว่า “อภิมหาโกงสอบท้องถิ่น” รอบนี้ ลำพังมือปฏิบัติการ ข้าราชการคงทำไม่ได้ ถ้าไม่มีฝ่ายนโยบายบิ๊กการเมืองเป็นผู้บงการหนำซ้ำที่สั่งเชือดก็ระดับข้าราชการสีน้ำเงินอ่อน แต่อธิบดีตัวใหญ่ สารตั้งต้นแห่งการโกง เพราะติดสีน้ำเงินเข้มยังลอยตัวสบายๆ ไม่ต้องพูดถึงลาสต์บอสตัวใหญ่ ยากที่ผู้นำจะกล้า แม้แต่เปิดชื่อประจานในสถานการณ์ที่ถูกมองว่า 2 น. “น.หนู อนุทิน” กับมหากุนซือ “น.เนวิน ชิดชอบ” ประลองกำลัง แย่งดุลอำนาจในระบอบทักษิณกันย่อมๆ แล้วก็จบด้วยการฮั้ว ก่อนทั้งพี่ทั้งน้องจะพังไปด้วยกันเพราะ “กรรมเก่าๆ” จี้ติดตามหลังมาแล้ว ทั้งรายการ “ฮั้ว สว.”ที่ถูกฝ่ายค้าน พรรคประชาชน แท็กทีมภาคประชาชน เขี่ยไฟลุกอีกครั้ง ล่าสุดไอลอว์ออกมาสรุปข้อมูลเก่าที่คณะอนุกรรมการ กกต.เคยเรียกผู้ถูกกล่าวหาไปชี้แจง โยงบิ๊กเนมภูมิใจไทยเป็นพวง ตั้งแต่ผู้นำ รัฐมนตรี สส. อดีต สส.ทั้งที่ถูกพาดพิง ต้องไปเคลียร์ปมเอี่ยวแก๊งฮั้วกันถ้วนหน้าก่อนหน้านี้แล้ว แต่เพราะวันนี้เห็นท่าไม่ดี “อนุทิน” ต้องรีบตัดไฟขู่ฟ้องหมิ่นประมาทคิว “ฉายหนังซ้ำ” ทิ่มแทงใจใช้ช่องทางกฎหมายปิดปากอย่างด่วนสะท้อนอาการไม่สู้ดี โยงโฟกัสไปถึง กกต. ที่ต้องสรุปก่อนเคาะจะส่ง–ไม่ส่ง ปมฮั้ว สว.ให้ศาลพิจารณา วัดใจ “กรรมการ” ว่าไปตามระบบ หรือเคลียร์คัตตัดตอนในภาวะหวาดเสียว เหมือนอีกหลายๆปมกรรมเก่า เมื่อเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมชั้นศาลยากจะใช้เส้นสายกำลังภายในช่วยปัดเป่าไม่ต่างจากคดีโกงสอบท้องถิ่น รีบตัดจบชี้แจงต่อ ป.ป.ช. ตำรวจ ก่อนเรื่องร้อนไปถึงศาล ปมซุกหุ้นของอดีตรัฐมนตรี น้องชายผู้มากบารมี ต้องให้ประธานสภาฯสีน้ำเงินจัดไฟต์บังคับช่วยดับไฟ ยื้อส่งเรื่องต่อประธานศาลฎีกา ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.ส่วนปมเขากระโดงเริ่มโดนคุ้ยถี่จนต้องยันเกมบุก ทั้งกรมที่ดิน และ รฟท.โยนลูกกันไปมา ลากเวลาใช้อำนาจตามหน้าที่ รวมถึงกรรมใหม่แผลสด เอไอพาสปอร์ต โยนลูกให้ข้าราชการ ไม่ให้ถึงตัวลูกชายหัวหน้าซุ้มบุรีรัมย์ ฯลฯไม่เคลียร์คัตตัดจบ เรื่องถึงศาลก็เสี่ยงเจ๊งยกก๊วนและเพราะเป็นห้วงที่ต้องเร่ง “แก้กรรม” ทำให้ “อนุทิน” และรัฐบาลสีน้ำเงิน วิ่งเคลียร์วุ่นไปทุกเรื่องร้อนไม่มีสมาธิปั่นงาน ได้แค่เปิดโชว์โวขายรายวันกันไป.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม