คลื่นการลงทุน Data Center ระดับแสนล้านที่ยกทัพมาประเทศไทย แต่ประชาชนในพื้นที่เริ่มต่อต้านเมื่อทรัพยากรน้ำและไฟฟ้าของคนทั้งประเทศกำลังถูกดึงไปขับเคลื่อน AIปัจจุบันไทยมี Data Center 166 โครงการ เปิดใช้แล้ว 35 โครงการ กำลังก่อสร้าง 49 โครงการ โดย น.ส.กุลวลี นพอมรบดี ประธาน กมธ.ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เผยข้อมูล สกพอ.ชี้ให้เห็นภาพรวม 113 โครงการที่ยื่นขอใช้ไฟรวม 31,751 เมกะวัตต์เมื่อเทียบกับการ ใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศพีกสุดที่ 36,000 เมกะวัตต์ ความต้องการจริงของ Data Center ยังสูงถึง 20,220 เมกะวัตต์ โดย 47 โครงการ หรือ 87% ปักหมุดอยู่ในภาคตะวันออก แม้จัดสรรให้ได้เพียง 3,817 เมกะวัตต์ (เซ็นสัญญาไปแล้ว 2,636 เมกะวัตต์)แต่แรงกดดันตกอยู่ที่รัฐ หากปล่อยผ่านอนุญาตทุกโครงการ ไทยต้องเร่งสร้างโรงไฟฟ้าใหม่เพิ่ม 6,000-10,000 เมกะวัตต์ ภายใน 5 ปียังดีที่ สกพอ.ตั้งเพดานในภาคตะวันออกไม่เกิน 10,000 เมกะวัตต์ แม้ไทยมีไฟฟ้าสำรองเหลือราว 40% จากกำลังผลิต 50,000 เมกะวัตต์ ใช้จริง 36,000 เมกะวัตต์ เมื่อไฟสำรองเหลือมากจึงเป็นเหตุที่ทุนต่างชาติ แห่มาไทย แต่ถ้าวันใดประเทศอื่นสร้างโรงไฟฟ้าได้เพียงพอ ทุนเหล่านี้ อาจย้ายฐานออกจากไทยได้สุดท้ายจะเหลือไฟฟ้าส่วนเกินมหาศาล ภาระผ่านบิลค่าไฟที่แพงหูฉี่เสี่ยงตกกับประชาชน ทางแก้ ประธาน กมธ.เสนอให้ Data Center ขนาดใหญ่ต้องสร้างโรงไฟฟ้าเองที่น่าตกใจจนทำให้ชาวบ้านผวา เมื่อสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ชี้ให้เห็นว่า วันใดที่ศูนย์ Data Center ตั้งเต็มเพดาน ใช้น้ำสูงถึงวันละ 333,000 ลูกบาศก์เมตร เทียบเท่าน้ำประปาที่คนนับล้านใช้ในหนึ่งวัน ทางออก พื้นที่ไหนน้ำไม่พอ ต้องห้ามตั้งศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ไม่เว้นแม้กระทั่ง Google ผ่านแผนลงทุน Data Center มูลค่า 3.6 หมื่นล้านบาท ที่ จ.ชลบุรี แม้มีเสียงคัดค้านจาก 50 ชุมชน แต่อยู่ระหว่างดึงมือสำรวจน้ำใต้ดินระดับโลกมาสแกน เพื่อใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์ชี้แจงกับคนในพื้นที่ นับว่าเป็นบริษัทแบบอย่างที่ดี ทำตรงไปตรงมา เพื่อให้คนในพื้นที่มั่นใจทางออกที่วินวินทุกฝ่าย ขอฝาก คณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ มองทะลุมิติโดยสร้าง AI Infrastructure Ecosystem ระบบเดิม แอปพลิเคชันและโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละ Data Center ต่างคนต่างทำ ทำให้ใช้ทรัพยากรไฟฟ้าและสายส่งแบบกระจาย ไม่เกิดความคุ้มค่าเชิงยุทธศาสตร์ระบบใหม่รวมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล–ระบบเครือข่ายเป็นรากฐานเดียว (Unified Infrastructure) เพื่อเชื่อม Data Center ทั้งหมดเข้าด้วยกัน ทำให้แอปพลิเคชัน โมเดล AI และนวัตกรรมใหม่ๆดึงพลังไปใช้ต่อยอดเศรษฐกิจได้เต็มประสิทธิภาพพร้อมวาง “โซลูชันขับเคลื่อนสู่ AI Hub” เริ่มจาก โครงสร้างพื้นฐาน วางโซนผังเมือง สายส่งไฟฟ้า โครงข่ายไฟเบอร์ระดับประเทศ ไม่แยกพัฒนาเป็นจุด จากนั้น ดึงกำลังประมวลผล 1-5% จาก Data Center ที่ เชื่อมกันในระบบใหม่ มาเป็นกองกลางให้ผู้ประกอบการ สตาร์ตอัพ และนักวิจัยไทยใช้พัฒนา AIและ รวมศูนย์การอนุมัติและกำกับดูแลไฟฟ้า–ที่ดิน–BOI– ความมั่นคงไซเบอร์ ในจุดเดียว เพื่อความรวดเร็ว ตบท้ายด้วยการ จัดสรรไฟฟ้าแบบมีเงื่อนไข (Use–it–or–lose–it) พ่วง Direct PPA พลังงานสะอาด และประเมินผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจริงที่ประเทศได้รับเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าประเทศไทยจากแค่ที่ตั้ง “Data Center” ให้กลายเป็น “เจ้าของ AI Ecosystem” ระดับภูมิภาคและยังต่อยอดได้มากกว่านี้.“วายุ บูรพา”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม