โมฆะหรือไม่โมฆะ คนกรุงเทพฯต้องเผชิญกับน้ำท่วมเมื่อเจอฝนตก 3 วัน 3 คืน เมืองทั้งเมืองแทบเป็นอัมพาตไปไหนไม่ได้ เพราะถนนหนทางเต็มไปด้วยน้ำ ปัญหาก็คือผู้คนหวั่นไหวกลัวเจออุทกภัย แห่ซื้อของร้านสะดวกซื้อจนเกลี้ยงก็เป็นอะไรที่ชวนให้ตื่นเต้นไปอีกแบบ อันเนื่องมาจากฝนตกเฉพาะเมืองหลวงและปริมณฑล แต่คนต่างจังหวัดท่วมมาหลายวันแล้วนับแต่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรี ปรากฏการณ์ เรื่องน้ำท่วมมาตลอด ไม่ภาคเหนือก็ภาคใต้ปีนี้แวะมาที่กรุงเทพฯเพียงแต่ไม่ใช่น้ำท่วมใหญ่เท่านั้นนั่นเป็นเรื่องของภัยธรรมชาติที่คนไทยต้องเผชิญ แต่ภัยการเมืองที่รัฐบาลต้องเจอก็กำลังเจอหลายลูกติดต่อกันด้านหนึ่งก็เรื่องฮั้ว สว.ล่าสุดก็เรื่องการเลือกตั้งเหมือนกัน คือบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด ที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องเอาไว้และได้นัดวินิจฉัยวันที่ 28 ก.ย.69หากผลออกมาว่าผิดทั้งหมด ถือว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะต้องเลือกตั้งกันใหม่ ความเป็นรัฐบาลก็หมดพูดง่ายๆคือเริ่มต้นกันใหม่อีกมุมที่มองกันก็คือโมฆะเฉพาะการเลือกตั้งแบบปาร์ตี้ลิสต์ ก็ต้องเลือกกันใหม่จำนวน 100 คนอีกทางหนึ่งก็คือไม่มีความผิดแต่อย่างใด ทุกอย่างดำเนินการต่อไปตามปกติก็ต้องลุ้นกันว่าจะออกมามุมไหนหนักสุดก็คือต้องเลือกตั้งใหม่หมด รัฐบาลก็จบ ทุกอย่าง ต้องมาเริ่มต้นกันใหม่ ระบอบสีน้ำเงินก็พังทลายลงไปโดยปริยายเว้นแต่จะชนะเลือกตั้งกลับมาเท่านั้นหนักรองลงมาก็คือเฉพาะปาร์ตี้ลิสต์เลือกตั้งใหม่แค่ 100 คน แต่ละพรรคก็ไปสู้กันตรงนั้น พรรคที่ได้จำนวนมากอาจได้เพิ่มมากขึ้นหรือน้อยลงก็ได้บางพรรคที่ได้อาจจะไม่ได้เลยก็ได้บางพรรคที่ได้น้อยอาจจะได้เพิ่มขึ้นก็ได้ประเด็นมันอยู่ที่ว่านับแต่รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศมาถึงขณะนี้ได้คะแนนสะสมมากขึ้นหรือลดลงก็เป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ยากเชื่อว่าจะน้อยลงแน่!พรรคอื่นๆทั้งที่เป็นรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้านต่างก็น่าจะรู้ตัวเองดีว่าได้สร้างความพึงพอใจให้ประชาชนมากน้อยแค่ไหนหรือบางพรรคที่ได้มาเพียง 1 คน อาจจะได้เพิ่มหรือไม่ได้เลยก็ได้เหนืออื่นใดศาลรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยากเพราะวินิจฉัยแต่ละเรื่องแตกต่างกัน เนื่องจากบางเรื่องก็ใช้นิติศาสตร์ บางเรื่องก็ใช้รัฐศาสตร์แต่ที่จะทำให้การเมืองเกิดการเปลี่ยนได้ก็คือโมฆะทั้งหมด รัฐบาลจบแต่ถ้าเฉพาะปาร์ตี้ลิสต์ก็ยังไปต่อได้ เพียงแต่รัฐบาลจะมีเสียงน้อยลงดูเหมือนว่ารัฐบาล “เส้นใหญ่” จะไม่กังวลมั่นใจว่าจะได้อยู่ยาวนี่เป็นเพียงก้อนกรวดในรองเท้าเท่านั้น!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม