หนุ่มแค้นแม่ลูกอ่อนยิงหัวดับ หลังผู้ตายบอกกับญาติผู้ก่อเหตุติดยาต้องหนีตำรวจ ไม่พอใจขับรถกระบะเข้าไปเคลียร์ ผู้ตายอุ้มลูกสาววัย 4 ขวบออกมาคุยแล้วมีเรื่องทะเลาะผลักกันไปมา โมโหชักปืนยิงแล้วหนีไปบ้านเพื่อน ตำรวจตามรวบตัวพร้อมของกลาง ตรวจหาสารเสพติดพบฉี่สีม่วง คุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพเหตุหนุ่มปืนโหดแค้นยิงแม่ลูกอ่อนดับรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 11 ส.ค. พ.ต.ท.สุริยา ภูมิวัฒน์ สว. (สอบสวน) สภ.บ้านนา จ.นครนายก รับแจ้งเหตุผู้หญิงถูกยิงเสียชีวิตที่หน้าอู่ช่างแป๊ะ เลขที่ 4/1 หมู่ 6 บ้านคลอง 30 ต.ทองหลาง ไปตรวจพร้อมด้วย พ.ต.อ.มงคล โท้เป๋า ผกก.สภ.บ้านนา พ.ต.ท.วุฒิพงษ์ จีนอิ่ม รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.เทพสิน วิจิระวัฒน์ รอง ผกก. (สอบสวน) เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์โรงพยาบาลบ้านนา และอาสาหน่วยกู้ภัยสว่างอริยะนครนายก (จุดบางอ้อ)ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าอู่ซ่อมรถยนต์พบศพ น.ส.กรวิกา หรือยุ้ย วิเวก อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 3 ต.ป่าขะ อ.บ้านนา จ.นครนายก สภาพถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาดกระสุนเข้าบริเวณขมับซ้าย มีลูกสาวผู้ตายวัย 4 ขวบ นั่งร้องไห้อยู่ใกล้ศพ ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อนายอานนท์ สัมฤทธิ์ อายุ 27 ปี ขับรถกระบะหลบหนีสอบถามนายวิวัฒน์ หรือช่างแป๊ะ บัวขาว อายุ 40 ปี เจ้าของอู่รถ ทราบว่า ผู้ตายมีศักดิ์เป็นน้องสะใภ้ มาปลูกกระต๊อบอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้ามอู่ซ่อมรถของตน ส่วนสามีไปทำงานรับเหมาสร้างถนนต่างจังหวัดส่งเงินมาให้เมียและลูก ก่อนเกิดเหตุนายอานนท์ สัมฤทธิ์ อายุ 27 ปี เป็นญาติ ขับรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีเทา ทะเบียน บท 8644 นครนายก มาหาผู้ตายที่บ้านแล้วเกิดมีปากเสียงกัน ผู้ตายอุ้มลูกข้ามถนนมาขอความช่วยเหลือ ตนออกมาห้ามบอกว่าให้กลับไปอย่ามาทะเลาะกัน จังหวะนั้นตนเข้าไปในห้องเดินหยิบโทรศัพท์เพื่อจะแจ้งตำรวจได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด รีบออกมาดูพบว่าน้องสะใภ้ถูกยิงล้มแน่นิ่งขาดใจตายต่อหน้าลูกสาววัย 4 ขวบ ก่อนที่นายอานนท์จะขับรถกระบะหลบหนีไปต่อมาเวลา 09.00 น. วันที่ 12 ส.ค. พ.ต.อ.มงคล โท้เป๋า ผกก.สภ.บ้านนา พ.ต.ท.วรากร บรรณสิทธิ์ สว.สส. พร้อมกำลังชุดสืบสวนจับกุมนายอานนท์ สัมฤทธิ์ อายุ 27 ปี ผู้ก่อเหตุ พร้อมของกลางปืนไทยประดิษฐ์ .38 และกระสุน 2 นัด ที่บ้านเพื่อนอยู่ใกล้คลอง 30 หมู่ 6 ต.ทองหลาง อ.บ้านนา จ.นครนายก แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนสอบสวนนายอานนท์ให้การอ้างว่า ผู้ตายเป็นญาติกัน ก่อนหน้านี้ผู้ตายไปพูดกับญาติพี่น้องบอกว่าตนเสพยาต้องหลบหนีตำรวจ ช่วงเกิดเหตุโมโหขับรถไปหา ผู้ตายอุ้มลูกสาวเดินออกมาจากกระต๊อบเกิดโต้เถียง จังหวะนั้นผู้ตายนำลูกออกจากอ้อมแขนให้ยืนที่พื้น ไม่พอใจเกิดผลักกันไปมา โมโหชักปืนยิงแล้วหลบหนีไปบ้านเพื่อน กระทั่งถูกจับกุม ต่อมาตำรวจคุมตัวนายอานนท์ไปตรวจหาสารเสพติดพบฉี่สีม่วง จากนั้นคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่