รัฐบาลลุยจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก “อนุทิน” ขู่นักการเมืองพกปืนโดนหนัก รับ สื่อสารสั้นไปนิด “ยิงโจรในบ้านผิด” ย้ำเจตนา ให้ทุกคนอยู่ไกลปืน “รุทธพล” กำชับ จนท.ดีเอสไอต้องให้อธิบดีอนุญาต “สุชาติ” รับสะสมไว้ 12 กระบอก ตั้งแต่อดีต “ปกรณ์” รอถก ปค.-กฤษฎีกา รื้อกฎหมายอนาล็อก คุมเข้มแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่นำเข้าจนถึงครอบครองเครื่องกระสุน จ่อ Set Zero ผู้ครอบครองทั้งระบบ โฆษก ตร.แจงหลักการป้องกันสมควรแก่เหตุ ปชป.ฉะนโยบายเกาไม่ถูกที่คัน ทำความปลอดภัยในชีวิตประชาชนเหลื่อมล้ำ วอนนายกฯใช้สติคิดให้รอบคอบ ส้มซัด กกต.แจงเส้นเงิน 8.6 แสน ฮั้ว สว.ไม่เคลียร์รัฐบาลเดินหน้าจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ประกาศขู่นักการเมืองคนไหนพกปืนโดนหนัก ย้ำเจตนา ไม่ต้องการให้คนอยู่ใกล้ปืน ด้านนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เล็งสังคายนากฎหมายอนาล็อก คุมเข้มแบบเรียลไทม์ หวังกวาดล้างปืนเถื่อน“หนู” ขู่นักการเมืองพกปืนโดนหนักเมื่อเวลา 07.35 น. วันที่ 12 ส.ค. ที่ท้องสนาม หลวง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว. มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ กรณีสั่งการในที่ประชุม สส.พรรค ภท.ห้ามพกปืน ว่า ไม่ใช่แค่สั่งการ สส.ตอนนี้ใครก็พกปืนไม่ได้ เพราะไม่มีใบอนุญาตอีกแล้วในประเทศไทย หมดอายุหมดแล้ว เมื่อถามว่าลูกพรรคหลายคนมีการสะสมอาวุธปืน นายอนุทินตอบว่า เป็นเรื่องของเขา เขาชี้แจงในบัญชี ทรัพย์สินไว้ จึงเน้นย้ำไปว่าไม่ใช่เฉพาะ สส. ใครก็ตาม ที่จะมาลงเลือกตั้งมีตำแหน่งทางการเมือง หากมีเรื่อง เกี่ยวกับอาวุธปืนถือว่าผิดกฎหมาย อาจถูกตีความเรื่อง จริยธรรม ทั้งห้ามสมัครรับเลือกตั้ง หรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะยุ่งในอนาคต ฉะนั้นทางที่ดีที่สุดในฐานะ บุคคลสาธารณะควรทำตัวเป็นแบบอย่างย้ำเจตนาอยากให้ทุกคนอยู่ไกลปืนผู้สื่อข่าวถามว่า มติ ครม.ยกเลิกใบอนุญาตซื้อปืน หรือขอ ป.3 ซื้อไม่ได้อีก ไม่ว่าใครก็ตามใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “ครับ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ต้องจัดระเบียบปืนเมืองไทย ขณะนี้มี 10 ล้านกระบอกแบบนี้ไม่ไหว ประชากรมี 70 ล้านคนเอง” เมื่อถามว่า นายกฯระบุว่าถึงยิงโจรในบ้านก็ผิด กลายเป็นกระแส ดราม่าจนเกิดความเข้าใจผิด นายกฯตอบว่า ไม่มีการเข้าใจผิดหรอก หลักสำคัญคือพยายามทำให้ทุกคนเห็นว่าอาวุธปืนไม่มีประโยชน์กับใคร ถ้าถูกใช้ เมื่อไหร่ ไม่ว่าจะเหตุสุดวิสัย หรือควรแก่เหตุ ต้องไป พิสูจน์ในศาล ไม่ว่าจะเป็นการยิงคนที่มาประสงค์ร้าย ต้องถูกตั้งข้อกล่าวหาก่อนแล้วไปหลุดในศาล อาจสื่อสาร สั้นไปนิด แต่จุดประสงค์และเจตนารมณ์คือ ไม่อยากให้ พวกเราอยู่ใกล้อาวุธปืน เพราะไม่เคยทำสิ่งที่ดีให้ทั้งคน ที่ถูกอาวุธปืนและคนที่ใช้อาวุธปืน กว่าจะมีคำพิพากษาต้องเสียเวลาไปขึ้นศาล ไปประกันตัวต้องการพูดแค่ เตือนสติกันเท่านั้น อย่าอยู่ใกล้ปืนดีที่สุดจนท.ดีเอสไอต้องให้อธิบดีอนุญาตพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนายกฯมีมาตรการห้ามเจ้าหน้าที่พกปืนว่า ในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตามระเบียบภายในมีบางส่วนที่สามารถพกปืนได้ แต่ต้อง มีใบพกพาและอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ต้องมีใบยืนยัน เป็นระบบ 2 ชั้น แต่กำชับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ทั้งปืน ราชการในการเบิกจ่ายและปืนส่วนตัว ต้องได้รับอนุญาต จากอธิบดี นายกฯกำชับในที่ประชุม ครม. แม้เป็น ผู้ติดตามท่านก็จะสุ่มตรวจ ถือเป็นเรื่องที่ดี เจ้าหน้าที่จะได้ปฏิบัติถูกต้อง เชื่อว่าน่าจะมีปฏิบัติการจริงในช่วงวันเปิดสภา เมื่อถามว่าเป็นตำรวจเก่ามีปืนหรือไม่ และจะจัดการอย่างไร พล.ต.ท.รุทธพลตอบว่า มีเอาไว้ ที่บ้านปกป้องทรัพย์สินตามกฎหมายมีใบ ป.4 ตั้งแต่รับราชการมาได้เป็นผู้ปฏิบัติ ก็ไม่ได้พกปืน ยิ่งมา ตอนนี้ยิ่งไม่ต้องพก“สุชาติ” รับสะสมปืนแต่ไม่เคยพกนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงกรณีแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ว่ามีอาวุธปืนในครอบครอง 12 กระบอก ว่า เป็นการสะสมในอดีต ตั้งแต่ยังไม่มีตำแหน่งทาง การเมือง มีความชอบ ประกอบกับเคยเป็นนักกีฬา อยู่ที่ว่ามีแล้วต้องมีสติและใช้ให้ถูกวิธี ต้องฟังนโยบายนายกฯอยู่แล้วและส่วนตัวไม่ได้พก ใบ ป. 12 อนุญาตพกพาอาวุธปืนก็ไม่มีการออกให้ในรัฐบาลนี้ เชื่อว่า ทุกคนที่มีใบอนุญาตอยู่ในขณะนี้หมดอายุแล้ว ส่วนที่เหลือแค่เฉพาะเจ้าหน้าที่ ส่วนในกระทรวงมีแค่บาง หน่วยงาน อย่างเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าและอุทยาน สามารถพกปืนได้ตามกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่และปะทะกับผู้ลักลอบตัดไม้เถื่อน หรือบุกรุกพื้นที่ต่างๆ ส่วนตัวไม่ได้ไปทำร้ายใคร แล้วเขาจะมาทำร้ายอะไรเรา หากเขาทำร้ายก็ถือเป็นความโชคร้ายของเราแค่นั้น“ปกรณ์” ถก ปค.–กฤษฎีการื้อ ก.ม.ปืนนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไข พ.ร.บ.อาวุธปืนว่า เตรียมหารือกับกรมการปกครอง (ปค.) คณะกรรมการกฤษฎีกา นำหลักไปรับฟังความคิดเห็น กฎหมายฉบับนี้ใช้มาตั้งแต่ปี 2490 สถานการณ์ต่างๆเปลี่ยนไป เมื่อก่อนใช้ระบบอนาล็อกควบคุม ให้นายอำเภอเป็นผู้อนุมัติ มีกระดาษเป็นใบอนุญาต ไม่มีการทบยอดกันกับร้านปืนที่นำเข้าระหว่างผู้ซื้อ ผู้ครอบครอง และการโอน ทำแบบง่ายๆไม่เป็นระบบ เมื่อเป็นปัญหาขึ้นต้องออกแบบระบบ เริ่มตั้งแต่ต้นทางนำเข้า เช็กสต๊อกร้านปืน ระบบต้องเข้มข้น เพราะปืนมีอันตราย ต้องมีความรับผิดชอบว่าขายปืนให้ใคร ขายไปแล้วมีระบบกำกับปืนอย่างไร ใบอนุญาตควรมีอายุหรือไม่เพราะปัจจุบันไม่มีอายุ นายกฯสั่งการว่าควรมีอายุ 3 ปี และควบคุมการโอน เพราะปัจจุบันมีการนำปืนไปจำนำ จริงๆแล้วเป็นทรัพย์สินมีทะเบียนไม่สามารถจำนำได้ คนที่ครอบครองคือผู้รับจำนำ ถือว่าครอบครองปืนเถื่อน เพราะไม่ได้รับอนุญาต แม้กระทั่งสนามยิงปืนก็ต้องควบคุมให้มากขึ้น ปืนกับเครื่องกระสุนต้องสัมพันธ์กัน แต่ปัจจุบันเครื่องกระสุนเยอะกว่าปืน ทำให้เราเห็นจุดอ่อนตามคดีต่างๆ ปืนกระบอกเดียวมีกระสุนถึง 30-40 นัดคุมเข้มแบบเรียลไทม์ล้างปืนเถื่อนเมื่อถามว่า การออกใบอนุญาตครอบครองปืนจะออกมาในลักษณะเดียวกับการออกใบอนุญาตขับขี่ใช่หรือไม่ นายปกรณ์ตอบว่า มันต้องมี หากไปซื้อปืนในร้านปืนต่างประเทศจะรู้เลย ตั้งแต่ท่าถือ นิ้วมือต้องไม่เข้าโกร่งไกปืน เขาดูพฤติกรรมตลอด มีความรับผิดชอบสูงมาก ปืนไม่ใช่ปากกาที่อยู่ๆจะขายได้ เมื่ออันตรายและใช้เป็นอาวุธได้ก็ต้องควบคุมเข้มขึ้น เมื่อถามถึงกรณีการโอนลอย แต่ปลายทางไม่มีการโอนเป็นผู้ครอบครองจริงกลายเป็นช่องโหว่ นายปกรณ์ตอบว่า ต้องปิดช่องโหว่ทั้งหมดจากปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต ให้ทีมงานกรมการปกครองและกฤษฎีกาไปศึกษาแล้วว่ามีช่องโหว่อะไรบ้าง จะปิดกันอย่างไร หลังจากนั้นจะรู้ว่าใครเป็นผู้ครอบครองปืนและเครื่องกระสุนจำนวนเท่าใด มีระบบมอนิเตอร์ติดตาม รวมถึงต้องไปเช็กดูว่าการจำหน่ายปืนเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ เป็นการเชื่อมโยงกันทั้งระบบ มีการหารือในเบื้องต้นกับกรมสรรพากรแล้ว ทั้งนี้ ระหว่างที่รอการแก้ไขกฎหมาย อาจออกประกาศกฎกระทรวง การตรากฎหมายใช้เวลานาน จำเป็นต้องออกประกาศชั่วคราวจ่อ Set Zero ผู้ครอบครองทั้งระบบน.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลรับฟังทุกข้อเสนอแนะ รวมถึงข้อกังวลสิทธิในการป้องกันตนเองและผลกระทบต่อนักกีฬายิงปืน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดกฎหมายใหม่ การสรุปล่วงหน้าว่ารัฐบาลจะห้าม 100% ในทุกกรณี หรือตัดสิทธิประชาชนในการป้องกันตนเอง ยังไม่ใช่ข้อสรุป หลักคิดสำคัญของนายกฯคือการทำให้การครอบครอง การพกพา และการใช้อาวุธปืนอยู่ภายใต้การควบคุมที่เข้มงวดมากขึ้น ไม่ใช่รัฐบาลจะเลือกจัดการปืนถูกกฎหมายหรือปืนเถื่อนก่อน ต้องจัดการทั้งสองอย่าง ส่วนข้อเสนอเรื่องการตรวจสุขภาพกาย สุขภาพจิต หรือการ Set Zero เรียกผู้ครอบครองอาวุธปืนทั้งหมดกลับเข้าสู่กระบวนการคัดกรองใหม่ เป็นข้อเสนอที่นำมาศึกษาได้ แต่ต้องพิจารณาทั้งข้อกฎหมาย ผลกระทบ ความพร้อมหน่วยงาน และหลักเกณฑ์ที่เป็นธรรม ขอย้ำว่าแนวนโยบายรัฐบาลไม่ได้ลบล้างหลักกฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน หลักการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 68 ยังคงมีผล สำหรับนักกีฬายิงปืน รัฐบาลรับทราบข้อกังวล และจะพิจารณารายละเอียดให้เหมาะสมกับการใช้งานเพื่อการกีฬา ไม่ตัดโอกาสทางการกีฬาโฆษก ตร.ออกโรงแจงแทนนายกฯพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าจากคำกล่าวของนายกฯเรื่องเหตุผู้บุกรุกบ้านพักและมีการใช้อาวุธปืนจนผู้บุกรุกเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย ไม่สามารถสรุปได้ทันทีว่าผู้ยิงมีความผิดหรือไม่ ประมวลกฎหมายอาญาระบุการใช้อาวุธปืนยิงบุคคลอื่นโดยเจตนาและเป็นเหตุให้เสียชีวิต โดยหลักย่อมเป็นการกระทำที่กฎหมายกำหนดเป็นความผิด แต่ก็มีบัญญัติข้อยกเว้นไว้ในมาตรา 68 เรื่องการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย และศาลจะพิจารณาตามข้อเท็จจริงของแต่ละคดี นายกฯไม่ได้บอกว่าผู้บุกรุกเข้าบ้านแล้วเจ้าของบ้านไม่มีสิทธิป้องกันตัว แต่เป็นการย้ำหลักการว่าเมื่อมีการใช้กำลังจนบุคคลเสียชีวิต ต้องให้กระบวนการยุติธรรมตรวจสอบก่อน ตร.ดำเนินตามนโยบายนายกฯเพื่อลดเหตุรุนแรงในสังคม ห้ามพกพาอาวุธปืนออกนอกบ้าน โดยไม่มีเหตุอันควรถือเป็นความผิดเด็ดขาด จะมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ากฎหมายรับรองสิทธิโดยชอบธรรมปชป.ฉะนโยบาย รบ.เกาไม่ถูกที่คันด้านนายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนโยบายการควบคุมอาวุธปืนของรัฐบาลว่า แม้นโยบายนี้ดูมีความตั้งใจดีเพื่อลดปัญหาความรุนแรงในสังคม แต่ในความเป็นจริงกำลังสร้างความเหลื่อมล้ำด้านความปลอดภัยของพลเมืองไทย เป็นเรื่องที่น่ากังวลยิ่ง ต้องยอมรับความจริงว่าปืนเถื่อนหรือปืนไทยประดิษฐ์ หาซื้อได้ง่ายทางออนไลน์ ที่นายกฯระบุว่าโลกออนไลน์ควบคุมได้ยาก ก็ไม่ควรเป็นเหตุผลที่จะปล่อยปละละเลย หรือยอมจำนนต่อปัญหา เพราะเท่ากับเปิดทางให้ตลาดมืดค้าปืนเติบโตอย่างเสรี ผลกระทบตรงคือตำรวจที่ต้องปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยทุกวัน เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายไม่มีอาวุธ แต่โจรกลับซื้อปืนเถื่อนได้ตามใจชอบ แล้วเราจะฝากความหวังเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินไว้กับใครทำความปลอดภัยในชีวิตเหลื่อมล้ำนายพงศกรกล่าวต่อว่า ขอเสนอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ด้วยการทลายเครือข่ายค้าปืนเถื่อนออนไลน์แบบถอนรากถอนโคน บูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงดีอี และตำรวจไซเบอร์ เอาจริงกับการกวาดล้างเพจ หรือกลุ่มไลน์ซื้อขายปืนเถื่อน พร้อมทั้งกดดันแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียให้ลบคอนเทนต์เหล่านี้แบบเด็ดขาด ก่อนที่สังคมไทยจะตกอยู่ในภาวะที่คนร้ายถืออาวุธเหนือกว่าเจ้าหน้าที่รัฐวอนนายกฯ ใช้สติคิดให้รอบคอบน.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าอยากให้นายกฯใช้สติปัญญาในการผลักดันร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืนฉบับใหม่อย่างรอบคอบ เพื่อควบคุมอาวุธปืนอย่างมีเหตุและผลเหมาะสมมากกว่าใช้เพียงอารมณ์ จนไปลิดรอนสิทธิพื้นฐานประชาชนในการปกป้องตัวเอง และโอกาสทางการกีฬา ทั้งควรให้ความสำคัญกับระบบคัดกรองผู้มีสิทธิครอบครองอาวุธปืน มีระบบการออกใบอนุญาตซื้อ ครอบครองและใช้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือจะ Set Zero เรียกผู้ครอบครองปืนทั้งหมดทยอยมารายงานตัว เพื่อเข้าสู่ระบบคัดกรองใหม่ มีการบันทึกฐานข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ อย่าปล่อยให้การร่างกฎหมายฉบับนี้ล้มเหลวเหมือนนโยบายกัญชาส้มซัด กกต.แจงไม่เคลียร์เส้นเงินฮั้วน.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงเส้นทางการเงินที่มีการโอนเงินจากนักการเมือง จ.อำนาจเจริญ ไปให้พนักงานสืบสวนของ กกต. 860,000 บาท ช่วงคาบเกี่ยวกับการเลือก สว. ปี 2567 ว่า คำชี้แจงจาก กกต. ยังไม่เห็นคำตอบของคำถาม กกต.ตอบมาแค่ในช่วงเวลาดังกล่าวมอบหมายให้พนักงานคนนี้ไต่สวนสำนวนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. นอกจากนี้ยังมีถ้อยคำในแถลงการณ์ของ กกต.ระบุว่า มีการรับเงินก้อนนี้จริง ตามที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยเรื่องเส้นเงิน แต่ยังไม่มีถ้อยคำไหนบอกว่าการรับเงินนี้เกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับการเลือก สว. กกต.จะดำเนินการอย่างไรต่อ นอกจากปลดบุคคลดังกล่าวออกจากการเป็นเจ้าพนักงาน จะดำเนินการทางอาญาต่อหรือไม่ เรื่องนี้ต้องถามต่อไปยัง กกต. และต้องมีคำตอบมท.4 โต้ “ทวี” ยื้อสอบทุจริตท้องถิ่นวันเดียวกัน นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) ตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการตรวจสอบทุจริตสอบท้องถิ่นมีความพยายามยื้อเวลาว่า จริงๆเราไม่ได้ยื้อเวลา ทีมที่ทำงานก็ทำงานเต็มที่ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น (สถ.) ต้องชื่นชมและขอบคุณ อยู่ในกระบวนการส่งข้อมูลตรวจสอบให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่วนแฟลชไดรฟ์ก่อนหน้านี้ล่าช้า เพราะต้องส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานนำเอาสำเนามาตรวจสอบ ตอนนี้เสร็จสิ้นทั้งหมดแล้ว จะส่งให้ ป.ป.ช.เร็วที่สุด ยืนยันทุกอย่างไม่ได้ล่าช้า ทำตามกระบวนการ ทุกคนทำงาน เราไม่ได้นั่งวิจารณ์อย่างเดียว เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจพยายามปกป้องใครหรือไม่ นายวรศิษฎ์ตอบว่า ยืนยันไม่มีการปกป้องใคร พบหลักฐานถึงใครทำผิด ใครเกี่ยวข้อง และใครอยู่เบื้องหลัง ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือการตรวจสอบ เราไม่ได้แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เราแก้ทุกจุดที่แก้ได้ เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้คนที่เข้าสอบโดยสุจริต และลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมาย และขยายผลขบวนการทุจริตโดยไม่มีข้อยกเว้น เราทำตรงไปตรงมากำชับ อปท.ห้ามจ้างเหมาคนทุจริตผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค. นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ลงนามหนังสือด่วนมากถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เรื่องซักซ้อมการจ้างเหมาบริการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อ้างถึงหนังสือคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ด่วนสุดที่ มท 0808.2/ว 9636 ลงวันที่ 10 ส.ค. กำหนดหลักเกณฑ์การจ้างเหมาบริการของ อปท.ให้ถือปฏิบัติ เพื่อให้การจ้างเหมาบริการของ อปท.เกิดประโยชน์กับทางราชการ และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารท้องถิ่นเป็นไปตามประมวลจริยธรรมผู้บริหารท้องถิ่น จึงขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดกำชับให้ผู้บริหารท้องถิ่นพิจารณาการจ้างเหมาบริการนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่ไม่มีพฤติกรรมการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ ตลอดจนระมัดระวังการจ้างเหมาบริการเป็นช่องทางหลีกเลี่ยงหลักเกณฑ์ หรือมีการเอื้อประโยชน์แก่นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาเฉพาะรายตามประมวลจริยธรรมผู้บริหารท้องถิ่น“สรณ” ย้ำวันนี้ยังทำหน้าที่ ปธ.กสทช.นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการทำหน้าที่หลังนายกรัฐมนตรีลงนามนำความขึ้นทูลเกล้าฯให้พ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช.ว่า เอาวันนี้ก่อน วันนี้ยังปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธาน กสทช.ด้วยความจงรักภักดี ทราบจากข่าวแล้วว่านายกฯน้ำขึ้นทูลเกล้าฯให้พ้นจากตำแหน่งแล้ว เมื่อถามว่าในการประชุมบอร์ด กสทช.ครั้งต่อไป จะดำเนินการอย่างไร นพ.สรณตอบว่า เดี๋ยวค่อยดูต่อไป เอาวันนี้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยคิด เมื่อถามว่ามีทางเลือกตัดสินใจในใจแล้วหรือไม่ นพ.สรณตอบว่า มีหลายออปชันให้เลือก คนเราต้องมีทางเลือก “ผมทำหน้าที่เป็นหมอก่อนจะมีโปรดเกล้าฯ ทำหน้าที่สุจริตชน ไม่ได้ขโมยใคร ไม่ได้ทำร้ายใคร ผมรักษาคนไข้ ผมประกอบวิชาชีพขัดหรือแย้งก่อนที่จะมีการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งหรือ การรักษาคนไข้ไปกระทบอะไรกับ กสทช.ก็คิดไม่ออก”ไทยไม่เอามั่นคงไปแลกการค้าสหรัฐฯอีกเรื่อง น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีรายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศบางแห่ง ระบุรัฐบาลไทยเตรียมนำความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหาร มาเป็นเงื่อนไขต่อรองในการเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกาว่า ไม่เป็นความจริง ไม่ใช่แนวนโยบายของรัฐบาล การเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ดำเนินบนพื้นฐานผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ พร้อมแสวงหาข้อตกลงที่สร้างประโยชน์ร่วมกันอย่างเหมาะสม และเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย ขณะที่ความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหาร ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เป็นความสัมพันธ์ที่มีมายาวนาน ดำเนินไปบนพื้นฐานของผลประโยชน์ด้านความมั่นคงร่วมกัน ความร่วมมือต่างๆ รวมถึงการฝึกร่วมผสมคอบร้าโกลด์ ยังคงดำเนินไปตามกรอบและแผนงานที่กำหนดไว้ ไม่ได้ถูกนำไปผูกโยงเป็นเงื่อนไขแลกเปลี่ยนกับผลการเจรจาการค้า“อนุทิน” โพสต์ภาพครอบครัววันแม่ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊กเป็นภาพครอบครัว มีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดา อดีตรองนายกฯและอดีต รมว.มหาดไทย นางทัศนีย์ ชาญวีรกูล มารดา นายมาศถวิน ชาญวีรกูล น้องชาย และนางอนิลรัตน์ นิติสาโรจน์ น้องสาว นำพวงมาลัยเข้ากราบนางทัศนีย์ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ พร้อมข้อความระบุว่า “อายุครบแซยิดปีนี้ ยังมีพ่อมีแม่อยู่ ไม่เคยอยากได้อะไรมากกว่านี้ #ขอบอก #ขอบคุณสรวงสวรรค์#วันแม่ 2569” ก่อนที่ช่วงเย็นนายอนุทินเดินทางมาชมงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 ที่จัดถึงวันที่ 16 ส.ค. นายกฯได้ขึ้นเวทีร่วมร้องและเต้นกับวงเดอะพาเลซ วงดนตรียุค 70-80 เช่น เพลงมนต์ไทรโยค ของวงอินโนเซ้นท์ เพลงสาวรำวง อ้อย กระท้อน เพลงเขิน วงแกรนด์เอ็กซ์ และเพลงเชื่อฉัน ดนุพล แก้วกาญจน์อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่