เมื่อวานผมเขียนปลอบใจคนไทยที่รู้สึกท้อถอยอันเนื่องมาจากการขยายตัวของ GDP ในไตรมาส 2 ของเรา เพิ่มมาเพียงร้อยละ 1.9 เท่านั้น บ๊วยสุดในบรรดา “6 เสือ” เศรษฐกิจชั้นนำของกลุ่มอาเซียนโดยอ้างข้อเท็จจริงที่สำคัญที่สุดของตัวเลข GDP ว่าไม่ได้รวมมูลค่าของ “เศรษฐกิจนอกระบบ” เอาไว้ในการคิดคำนวณ เพราะถ้าเอามาคิด ประเทศไทยของเราซึ่งมีขนาดของเศรษฐกิจนอกระบบเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ ของ GDP แต่ละปี อาจจะแพ้เวียดนาม สิงคโปร์ อะไรพวกนี้ไม่มากนัก และน่าจะแซงฟิลิปปินส์ได้ด้วย...หลุดจากตำแหน่งบ๊วยในบรรดา “6 เสือ” อาเซียนอย่างแน่นอนถือเป็นการปลอบใจแบบมองเรื่องซีเรียสให้เป็นเรื่องขำขำว่าอย่างนั้นเถิด...มิฉะนั้นก็จะบังเกิดความท้อใจโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเวียดนาม ซึ่งโตสูงสุดถึง 8.2% ทิ้งเรา (1.9%) ไม่เห็นฝุ่น จากตัวเลข GDP ที่เปิดเผยได้อย่างเป็นทางการเพราะถ้าเอาตัวเลขนอกระบบทั้งหมดมาคิดได้ แม้อัตราขยายตัวเราจะยังแพ้เวียดนามอยู่ แต่ก็จะไม่แพ้อย่างน่าตกใจเช่นนี้...และที่สำคัญขนาดของ GDP โดยรวมของเราก็จะโตกว่าตัวเลขปัจจุบันอีกราวๆ 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะเป็นตัวเลขที่สูงขึ้นเยอะมาก จนเวียดนามไม่สามารถแซงเราได้ง่ายๆ ในช่วงเวลาอันใกล้นี้วันนี้เราลองมาดูข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวเลขเศรษฐกิจนอกระบบของไทยสักนิดว่าสถานการณ์ล่าสุดเป็นอย่างไร?เท่าที่ผมค้นได้จาก AI ที่ไม่ต้องเสียสตางค์ของกูเกิล สรุปได้ว่า ประเทศไทย ของเรามีสัดส่วนของ เศรษฐกิจนอกระบบ อยู่ที่ร้อยละ 48 ของ GDP จริงอย่างที่ผมจำได้คลับคล้ายคลับคราอ้างไว้เมื่อวานนี้กูเกิลใช้ถ้อยคำรวมๆว่า อยู่ระหว่างร้อยละ 45-48 ของ GDP และ อันดับโลก ขึ้นๆลงๆระหว่างอันดับ 8-15 ของโลก ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการสำรวจของแต่ละปีในปีที่ อัฟกานิสถาน เป็นแชมป์โลก (นอกระบบ 72%) นั้น ไทย เรา อยู่อันดับ 15 ของโลก (ร้อยละ 46.2%) โดยมี เมียนมา อยู่อันดับ 9 ของโลก (49.0%) สูงกว่าไทยอีกการสำรวจหนึ่งให้ ซิมบับเว เป็นอันดับ 1 ของโลก (60%), จอร์เจีย อันดับ 2 (58%) ในขณะที่ ไทย เราติดสูงถึง อันดับ 8 ของโลก (45%) และการสำรวจครั้งที่ว่านี้ไม่รวมถึงเมียนมาการที่ตัวเลข เศรษฐกิจนอกระบบ สูงเช่นนี้ แม้จะมองอย่างขำขำ แล้วนำมาใช้เป็นเครื่องปลอบใจได้อย่างที่ผมเสนอแนะ ท่านผู้อ่านเมื่อวานนี้ แต่ในความเป็นจริงไม่มีใครอยากให้สูงหรอกครับเพราะมันจะส่งผลโดยตรงต่อการเก็บภาษีหารายได้เข้ารัฐ รวมไปถึงปัญหาการดูแลสวัสดิการแรงงาน รวมทั้งในเรื่องปัญหาหนี้นอกระบบทั้งหลาย ซึ่งจะเข้าไปช่วยจัดการได้ยากรวมทั้งข้อเสียหายที่สำคัญประการหนึ่งที่ผมกล่าวไว้แล้วว่า ทำให้มูลค่า GDP โดยตรงหายวาบไปเลย อย่างของไทยเราก็ถือว่าหายไป 45-48 เปอร์เซ็นต์ คิดดูเถอะ ถ้าเอาไปรวมกับ GDP ปัจจุบันตัวเลขจะเพิ่มขึ้นอีกเยอะและจะหนีเวียดนามออกไปอีกหลายก้าวจึงมีความพยายามที่จะดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบมาโดยตลอด บางบันทึกบอกว่ามีความพยายามมาตั้งแต่ปี 2553 จนบัดนี้ 2569 ผ่านไปแล้ว 16 ปี ตัวเลขก็ยังอยู่ที่ร้อยละ 40 กว่าๆ ค่อนไปทางร้อยละ 50 อยู่นั่นเองมาถึงรัฐบาลนี้ก็ยังใช้ความพยายามอยู่แต่คงจะเป็นเรื่องยากต่อไปเหมือนเดิม โดยเฉพาะในยุคที่มีจีนเทา ฝรั่งเทา อิสราเอลเทา เข้ามาเป็นระลอก ภายใต้การสนับสนุนอำนวยความสะดวกของ “ไทยเทา” ซึ่งมีทั้งข้าราชการเทา และชาวบ้านเทาจำนวนมากผมขอเอาใจช่วยรัฐบาลขอให้ดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะผลดีมีมากกว่าผลเสียอย่างแน่นอน...ขอให้พยายามต่อไป ยากแค่ไหนก็ขอให้พยายามอย่างเต็มที่เป้าหมายแรกเอาให้เหลือสัก 30 เปอร์เซ็นต์ ถ้าทำได้จะปรบมือให้ “เสี่ยหนู” ชนิดไม่กลัวข้อมือหักเลยเชียวล่ะ."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม