การจัดซื้อโครงการ “TH–AI Passport” กว่า 1,621 ล้านบาท ของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซื้อสิทธิ์ AI Pro 5 ล้านสิทธิ์มาแจกให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปใช้ฟรี 1 ปี แม้ คุณไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีดีอี จะจัดเวทีชี้แจงไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มีความกระจ่าง ทำไมต้องซื้อในราคาแพงลิ่ว ทั้งที่ของฟรีมีให้ใช้ทุกโมเดล ข้อมูลที่ คุณพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ชี้แจง ทำให้สงสัยหนักขึ้นไปอีก โมเดลเอไอที่ซื้อสิทธิ์มา 1,621 ล้านบาท ผู้รับจ้างรวมมาให้ถึง 31 โมเดล จาก 14 ค่ายเอไอชั้นนำผมถามจริงๆเถอะ ท่านรัฐมนตรีไชยชนก ปลัดพชร โมเดลเอไอตั้ง 31 โมเดล แถมยังมาจาก 14 ค่ายเอไอที่ต่างกัน 5 ล้านสิทธิ์จะใช้กันยังไง แบ่งกันยังไง ใครเป็นคนสอน เอไอเก่งและฉลาดก็จริง แต่ผู้ใช้ต้องฉลาดด้วย จึงจะสามารถสั่งเอไอให้ทำงานที่ต้องการได้ผมเพิ่งไปเรียน AI “หลักสูตร V.A.I.P.” รุ่นที่ 11 ซึ่งเป็นหลักสูตร ที่จัดร่วมระหว่าง ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม คุณสรกล อดุลยานนท์ หรือ “หนุ่ม เมืองจันท์” นักหนังสือพิมพ์คอลัมนิสต์ชื่อดัง และ อาจารย์อ้น คุณปฤณ จำเริญพานิช ซึ่งเพิ่งได้รับรางวัลนักการตลาดดีเด่นแห่งเอเชีย ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม มีเจ้าของบริษัทนักธุรกิจไปเรียนกันเป็นร้อยคน มีนักการเมืองชื่อดังหลายคนไปเรียนด้วย แม้ผมจะใช้เอไอมาพักใหญ่ แต่ใช้ของฟรี ส่วนใหญ่ใช้ค้นข้อมูล คุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ วิเคราะห์ข้อมูล ที่ไม่ลึกมาก ผมขอยืนยันว่า ของฟรีมีประสิทธิภาพเหลือเฟือ ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT, Gemini หรือ Perplexityถ้าไม่ใช้วิเคราะห์เชิงลึกจริง เพื่อผลลัพธ์ทางธุรกิจหรือผลงานวิจัย ผมคิดว่าของฟรีก็มีประสิทธิภาพเหลือพออยู่แล้ว ยิ่งให้ลองใช้แค่ปีเดียว ผมเสียดายเงินภาษี 1,621 ล้านบาทครับ มันไม่คุ้มค่าอะไรเลย ทำให้ยิ่งเชื่อว่าต้องมีอะไรไม่โปร่งใสแน่นอนในแง่ข้อมูลการใช้ AI ของคนไทย ผมเชื่อว่า คุณไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีดีอี และ คุณพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ต้องรู้แน่นอน ปี 2568 รายงานของ Global AI Adoption in 2025 ระบุว่า คนไทยมีอัตราการใช้ AI เพียง 10.7% ของประชากรทั้งหมดตํ่ากว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ 16.3% ส่งผลให้ไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 89 ของโลก ในขณะที่ เวียดนามมีอัตราการใช้เอไอ 23.5% ของประชากรทั้งหมด อยู่อันดับ 38 ของโลก ทิ้งห่างไทยไปถึง 51 อันดับ สิงคโปร์มีอัตราการใช้เอไอสูงถึง 60.9% ของประชากรทั้งประเทศ มากกว่าไทยถึง 6 เท่า ถูกจัดอยู่ในอันดับ 2 ของโลก ที่น่าอับอายขายหน้า คือ รายงานฉบับนี้จัดให้ “ประเทศไทย” อยู่ร่วมกับประเทศที่มีข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีอย่าง “นิการากัว” ในอเมริกากลางสัปดาห์ที่แล้วสองค่าย AI ยักษ์ใหญ่มีการปล่อยตัว AI โมเดลใหม่ออกมาอีกสองตัวที่มีความเก่งกาจสุดลํ้า Google ปล่อยตัว Gemini 3.5 Flash ที่ฉลาดกว่าและทำงานเร็วกว่าเดิมถึง 4 เท่า Anthropic ก็ปล่อยตัว Claude Fable 5 ความเก่งระดับ Mythos แต่ได้ลดระดับลงมา เพราะรุ่น Mythos เก่งเกินไปจนบริษัทไม่กล้าปล่อยออกมาให้คนทั่วไปใช้ความเก่งของ Claude Mythos ถูกสร้างขึ้นมาให้มี ทักษะการวิเคราะห์และเขียนโค้ดขั้นสูงได้ด้วยตัวมันเอง ความน่ากลัวของมันไม่ได้มาจากความผิดพลาด แต่มาจาก “ความเก่งเกินไป” ในการ “เจาะระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ (Hacking)” โดย มีทักษะการแฮ็กเหนือกว่ามนุษย์ สามารถอ่านโค้ด วิเคราะห์ตรรกะ ค้นหาช่องโหว่ความปลอดภัยได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว มีการทำงานแบบอัตโนมัติที่สมบูรณ์ (Agentic Coding) สามารถสร้างมัลแวร์โจมตีในระดับชาติได้ ถ้าตกอยู่ในมือคนไม่ดีก็อันตรายเห็นไหมครับ ความเก่งของ AI ปัจจุบันมันเก่งขนาดไหนเมื่อ AI เก่งขนาดนี้ แทนที่จะเอาเงิน 1,621 ล้านบาทไปซื้อสิทธิ์ AI Pro มาแจกฟรี 5 ล้านสิทธิ์ โดยไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นมีความรู้ในการใช้หรือไม่ขนาดไหน ผมเสนอให้เอาเงิน 1,621 ล้านบาทไปซื้อ AI ชั้นยอด มาช่วย “เจาะกำแพงคอร์รัปชัน” ของ ข้าราชการและนักการเมืองไทย จะทำเป็นโครงการ “AI ไล่จับคอร์รัปชัน” ก็ได้ ผมเชื่อว่า AI สามารถเจาะหาหลักฐานข้อมูลการทุจริตคอร์รัปชันในทุกโครงการมาได้แน่นอน แถมยังช่วยวิเคราะห์ให้เสร็จสรรพ เก่งกว่าตำรวจ เก่งกว่า ป.ป.ช. AI ยังมีความซื่อสัตย์ไม่โกงต่อ จะช่วยเซฟเงินของชาติที่ถูกโกงกินไปปีละ 5 แสนล้านบาททุกปีได้แน่นอน.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม