ภาพรวมเสถียรภาพรัฐบาลอนุทิน 2 ปัจจุบันยังคงมีความแข็งแกร่งในแง่ตัวเลขเสียงข้างมากในสภาฯ แต่กำลังเผชิญวิกฤติความเชื่อมั่น โดยถูกตั้งคำถามที่อาจสร้างแรงกดดันทางกฎหมายอย่างหนักหลังผ่านการบริหารงานมา 2 เดือนกว่า แม้จะยึดกุมความได้เปรียบจากจำนวน สส.ของพรรคร่วมรัฐบาล 290 เสียงก็ตามแต่ถ้าปรับเกมรับมือไม่ทันก็อาจเพลี่ยงพล้ำ ให้ฝ่ายตรวจสอบที่เริ่มจับมือกันทำหน้าที่ฝ่ายค้านเข้มข้น พรรคประชาชน (ปชน.) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และกลุ่ม สว.อิสระ ขยับพุ่งเป้าที่ระบอบสีน้ำเงินมากขึ้น โดยรัฐบาลกำลังถูกจับตาเรื่องความโปร่งใส และพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงไปในการใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ทางการเมืองโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.พรรค ปชป. และ น.ส.นันทนา นันทวโร ภาส สว.กลุ่มอิสระ ยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา ส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกา ตั้งคณะกรรมการไต่สวนตรวจสอบกรรมการ ป.ป.ช. ปมยกคำร้องนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม ในคดีซุกหุ้นฝ่ายค้านชี้เป้า 4 ประเด็น ดังนี้ 1.กระบวนการตรวจสอบบกพร่อง 2.ใช้ดุลพินิจมิชอบ 3.ปกปิดข้อมูล และ 4.ละเว้นการตรวจสอบการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ส่งผลให้องค์กรอย่าง ป.ป.ช.ที่เคยทำหน้าที่ตรวจสอบ กำลังกลายมาเป็นผู้ถูกตรวจสอบ หากคิดแง่บวก ก็จะเป็นโอกาสที่ ป.ป.ช. ซึ่งถูกฝ่ายค้านตีตราได้พิสูจน์ตัวเองแถมยังถูกรุกปมช่วยน้ำเงิน คณะกมธ.พัฒนาการเมือง สภาฯ ที่มี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. เป็นประธาน กำลังเดินหน้าตรวจสอบการใช้ อำนาจของนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค ปชน. ยื่นเรื่อง ป.ป.ช. และ กกต. ตรวจสอบคู่ขนานแนวโน้มในระยะสั้น เสถียรภาพเชิงโครงสร้างของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญ วีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยังไม่ล้มลงง่ายๆ เนื่องจากมีเกราะป้องกันนายกฯ ภายใต้กลไกของพรรค ภท. และพรรคร่วมรัฐบาลยังคงคุมเสียงส่วนใหญ่ ในสภาฯไว้อย่างเบ็ดเสร็จ ทำให้ภูมิคุ้มกันระยะสั้นเสมือนปลอดภัยแต่ภูมิคุ้มกันระยะยาวมีความไม่แน่นอน นายอนุทินและกุนซือผู้มากบารมีต้องคิดถี่ถ้วน หากศาลประธานฎีกามีคำสั่งตั้งกรรมการไต่สวน ป.ป.ช.ขึ้นมาจริงๆ หรือหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์กรณีแชตไลน์หลุด ไม่เป็นไปในทางบวก เสถียรภาพที่เคยคิดว่าแข็งแกร่ง ก็อาจพังทลายลงจากวิกฤติศรัทธา และเงื่อนปมทางกฎหมายได้เช่นกัน.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม