ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้กว่าจะ ได้ดูบอลโลก ก็ต้องลุ้นกันถึงวันสุดท้ายต่างกับที่ผ่านมา เบื้องต้นคงเป็นเพราะค่าลิขสิทธิ์แพงเกินไป 2.3 พันล้านบาท ก็เลยต้องเจรจาลุ้นกันเมื่อยกว่าจะได้ฟุตบอลโลกครั้งนี้มีสหรัฐฯ–เม็กซิโก–แคนาดาเป็นเจ้าภาพ 3 ประเทศ เจเอเอสบริษัทเอกชนที่ได้รับความช่วยเหลือจากสมาคมฟุตบอลช่วยเจรจาจนประสบความสำเร็จต่างกับที่ผ่านมา รัฐบาลจะช่วยอุดหนุนจึงไม่ยากแต่ครั้งนี้รัฐบาลบอกว่าแพงไปเกรงใจประชาชนที่ต้องนำเงินภาษีมาจ่ายก็อ้างกันไป แต่ที่นำเงินไปใช้จ่ายอย่างอื่นที่ไม่จำเป็นกลับไม่เกรงใจกีฬาฟุตบอลนั้นถือเป็นจิตวิญญาณอย่างหนึ่งของคนทั้งโลกที่นิยมกันมากที่สุด โดยเฉพาะคนไทยไม่ใช่แค่ในเกมเท่านั้นแต่บนโต๊ะพนันก็เฟื่องฟู1 เดือนเต็มๆช่วงมหกรรมบอลโลกครั้งนี้ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็จะถือว่าเป็นที่ “หลบมุม” ทางการเมืองได้ยิ่งรัฐบาลที่กำลังซวนเซรอดไม่รอดเพราะสังคมมุ่งสนใจฟุตบอลมากกว่าการเมืองไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านต่างก็ไปลุ้นตรงนั้นมากกว่าพอจบฟุตบอลก็รอดตัวไปหรือมิฉะนั้นก็จบเกมเพราะมันหนักจนเยียวยาไม่ไหวรัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ที่กำลังศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก เนื่องจากปัญหาสารพัดรุมเร้าหนักตั้งแต่ถูกฉีกหน้ากากระบอบสีน้ำเงิน เป็นต้นอะไรต่อมิอะไรดูเลวร้ายไปหมดที่ยังจมปลักอยู่ ณ ขณะนี้ก็คือ “ไชยชนก ชิดชอบ” ลูกชายหัวแก้ว หัวแหวนจารย์ใหญ่แห่งสำนักบุรีรัมย์ที่กำลังปลุกปั้นให้ขึ้นชั้นการเมืองทำท่าจะไปไม่รอดก็เรื่องเอไอ พาสปอร์ตมูลค่า 1,600 ล้านบาท ที่ถูกสังคมสงสัย โดยเฉพาะฝ่ายค้านกำลังรุมจิกติดว่าเป็นโครงการที่ต้องการประโยชน์1.ไม่คุ้มค่า2.บริษัทที่ได้งานแนบแน่นกับรัฐมนตรีจนต้องให้ทางกระทรวงออกมาจัดทำประชาพิจารณ์ย้อนหลัง เพราะได้มีการลงนามสัญญาไปแล้ว ทั้งๆที่ต้องทำก่อนหน้านี้นี่ก็เป็นจุดที่ชวนให้สงสัยทางกระทรวงชี้แจงว่าไม่เสีย เปรียบและแก้ไขสัญญาไม่ได้ แต่ที่สุดก็บอกว่าจะรื้อสัญญาใหม่ยิ่งไปกว่ากันเจ้ากระทรวงยอมรับรู้จักกับเจ้าของ บริษัท แต่ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยแต่สังคมก็ยังไม่เชื่อคิดว่านี่เป็นวิธีการฟอกขาวมากกว่าด้วยพฤติกรรมและตัวบุคคลที่ดำเนินกันนั้นไม่น่าเชื่อถือ มีแต่จุดที่น่าสงสัยงานแรกที่หวังจะโชว์ฟอร์ม “เด็กเทพ” ให้สังคมได้ประจักษ์กลับกลายเป็นตราสังมัดแน่นเข้าไปอีกบรรดา “เด็กเทพ” คนอื่นๆที่ยังไม่ได้แสดงผลงานก็พลอยแหยงกันไปทั้งวง!“ลิขิต จงสกุล”คลิกอ่านคอลัมน์ “สับรางวันอาทิตย์” เพิ่มเติม