ระบอบสีน้ำเงิน ที่พูดถึงกัน ถูกชำแหละจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการครอบงำการเมืองไทย ทั้งระบบ ระดม กำลังความร่วมมือของหลายฝ่ายทั้งเปิดเผยและไม่เปิดเผย กลุ่มการเมืองไทย ประกอบด้วย สีแดง สีน้ำเงิน สีส้ม สีเขียว และสีฟ้า ที่ชิงอำนาจทางการเมืองกันมาโดยเอาอนาคตทางการเมืองเป็นเดิมพัน ถ้าจะว่าไปแล้ว กลุ่มการเมืองที่อยู่ในวงจรอุบาทว์การชิงอำนาจ จะรู้ดีว่า การบริหารประเทศแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจะต้องครอบงำองค์กรเหล่านี้ให้ได้ คือ สื่อ ศาล นักการเมือง และทหาร ส่วนปัจจัยอื่นๆที่อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ อยู่นอกเหนือการครอบงำ และไม่สามารถครอบงำได้ดังนั้นใครที่คิดจะ สืบทอดอำนาจทางการเมือง หรือ ครอบครองอำนาจทางการเมืองไทยเอาไว้ให้นานที่สุด ก็ต้อง ครอบงำ สื่อ ศาล ทหาร และนักการเมือง เอาไว้ให้มากที่สุด ในกรณีที่เกิด การฮั้วทางการเมือง เพื่อต้องการสกัดสีใดสีหนึ่ง สุดท้ายจะกลายเป็นชนวนความหวาดระแวงทางการเมืองที่หักเหลี่ยมเฉือนคมกันเองยกตัวอย่างกรณี การฮั้วเลือก สว. และได้ สว.สีน้ำเงิน ที่ตามล้างตามเช็ดกันมาจนถึงทุกวันนี้ เรื่องของเรื่องเกิดจากความ ต้องการที่จะ สกัดสีส้ม ไม่ให้มีอำนาจในสภาสูง เริ่มจากกติกาการเลือก สว.ที่เปิดช่องให้มีการจัดตั้งตัวแทนตั้งแต่ระดับตำบลอำเภอและจังหวัด ทุกสีไปรวมกันที่บ้านใหญ่หลังหนึ่งเพื่อวางแผนจะสกัดสีส้มเพราะมีแนวโน้มว่าสีส้มจะมาแรง แบ่งพื้นที่แบ่งโซนกันเรียบร้อย ปรากฏว่า สีน้ำเงิน ได้นักคำนวณอัจฉริยะ อดีตนักการเมือง มาวางแผนภูมิให้ทีละขั้นตอน สุดท้ายสีน้ำเงินกินเรียบทุกสี ไม่เฉพาะสีส้มสีเดียว เพราะฉะนั้นถ้าจะโทษที่ต้นเหตุก็ต้องโทษทุกสีที่ไปเปิดช่องให้ระบอบสีน้ำเงินเองเช่นเดียวกับ การที่สีส้ม ยกมือโหวตให้ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ ทั้งที่มีเสียง สส.ในสภาเพียง 69 เสียงด้วยเหตุผลบ้องตื้น ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ และต้องการยุบสภา เข้าทาง ระบอบสีน้ำเงิน ด้วยความประมาทและอ่อนประสบการณ์มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างมากมายของเบื้องหลังการดีลครั้งนั้นองค์ประกอบครบ มี สว.สีน้ำเงิน ที่มีอำนาจในการเลือกนายกฯ แก้รัฐธรรมนูญ ให้ความเห็นชอบบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรม องค์กรต่างๆตามรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการชุดต่างๆ สภาล่าง สภาสูง ทำงานประสานสอดคล้องกัน ต่อให้ฝ่ายค้านเข้มแข็งแค่ไหนก็ทำได้แค่เมาน้ำลายตัวเองกลุ่มการเมืองนอกสภา รวมตัวกันตรวจสอบ เจอผนังทองแดง กำแพงเหล็ก ก็เป็นแค่สีสัน เป็นกิจกรรมเข้าจังหวะ ให้ตื่นเต้นบ้างเล็กน้อย สื่อก็อย่างที่เห็นๆ มีทั้งค่ายน้ำเงิน ค่ายแดง ค่ายเขียว ฟ้อนเงี้ยว เป็นไปตามฤดูกาลส่วนทหาร อยู่ในกรอบจำกัดด้วยเหตุผลบางประการ ไม่มีปฏิกิริยาใดๆทางการเมือง เตรียมรบกับเขมรอย่างเดียว แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคนจะคำนวณมาดีแค่ไหน ก็ไม่สู้ฟ้าลิขิต.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม