เพียงแค่เริ่มต้นการที่กัมพูชาเร่งเครื่องเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลนั้น เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเพื่อนำไปสู่การเจรจาอย่างจริงจัง พูดง่ายๆคือกลไกทางกฎหมายระหว่างประเทศไม่มีผลผูกพันแต่อย่างใด“กัมพูชา” ได้ตั้งผู้เชี่ยวชาญชาวต่างประเทศ 2 คน เป็นทีมงานเจรจาไทยก็ให้ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รัฐมนตรีต่างประเทศเป็นหัวหน้าทีมมีผู้เชี่ยวชาญอีก 2 คน แต่ยังไม่ยอมเปิดเผยชื่อการนำเรื่องเข้าสู่ยูเอ็นซีแอล โอซี.นั้น คือการประนอมเรื่องให้เข้ารูปเข้ารอยวางขอบเขตพื้นที่ที่มีปัญหาเท่านั้นแต่ยังไม่มีการแบ่งเขตแดนอย่างเป็นจริงเป็นจังซึ่งจะต้องรอดำเนินการตามกระบวนการต่อไปพูดง่ายๆคือไม่ต้องกังวลเพราะรัฐบาลได้วางแผนการต่างๆ เอาไว้หมดแล้ว รับรองได้ว่าไม่มีเสียเปรียบแน่กระทรวงต่างประเทศได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเอาไว้หมดแล้วแน่นอนว่าแต่ละประเทศต่างก็ต้องการให้การเจรจาสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีมูลค่ามหาศาลที่ผ่านมาต่างฝ่ายต่างก็ไม่ซีเรียสมากนักเพราะคิดว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องนำขึ้นมาใช้เพราะเก็บไว้ก็ไม่หายไปไหน?แต่วันนี้สถานการณ์โลกเปลี่ยนไปทำให้ราคาน้ำมันโลกแพงขึ้นและไม่แน่นอนว่าจะยุติเมื่อใด ดังนั้นจึงต้องเตรียมการเอาไว้ก่อนดีกว่าเดี๋ยวน้ำมันขาดแคลนขึ้นก็จะยุ่งเพราะวันนี้ก็ยุ่งกันแล้วอย่างไทยนั้นคงพอจะรับไหวแต่ถ้าแพงมากก็ยุ่งเหมือนกัน“กัมพูชา” คงไม่ต้องพูดถึงเพราะสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่หากต้องซื้อน้ำมันแพงมาก็ไม่ไหวเหมือนกัน จึงต้องดิ้นรนมากกว่าไทยแต่ที่น่าแปลกใจก็คือสภาพประเทศก็มีปัญหาแต่ดูเหมือนกับว่ากัมพูชายังหาเรื่องไม่หยุดพยายามยั่วยุไทยทุกรูปแบบเอาทหาร เอารถถังมาไว้บริเวณชายแดนคล้ายอยากจะรบอีกแต่ไทยก็อดทนอดกลั้นและมีจุดยืนที่ชัดเจนคือไม่เปิดด่านตามที่กัมพูชาต้องการมากที่สุดพร้อมกันนั้นก็เร่งทำกำแพงปิดชายแดนซ่อมแซมปราสาทให้สวยงามจัดให้ประชาชนเดินทางไปชมโปรโมตการท่องเที่ยวมันก็แปลกดีนะ...ว่ากันให้ถึงที่สุดไทยนั้นต้องการที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่เพื่อนก็พยายามทำให้เรื่องมันยุ่งขึ้นมาอีกก็เป็นจุดยืนของไทยที่จะต้องรักษาเอาไว้กัมพูชาจะทำอะไรคิดอะไรก็เป็นเรื่องของเขา แต่อย่าล้ำเส้นก็แล้วกันรัฐบาลก็ไม่ต้องซีเรียสมากนักแต่ก็เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ทุกอย่างตลอดเวลา!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม