ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์กันต่อเนื่อง สำหรับโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,600 ล้านบาท ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แม้นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ชี้แจง ยืนยันโครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในการเข้าถึงเทคโนโลยี AI การใช้งบฯเฉลี่ยต่ำกว่าประเทศอื่นๆ และโครงการมีความโปร่งใสล่าสุด เรื่องนี้นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามเกี่ยวกับโครงการนี้ คือ ประโยชน์ในการที่รัฐจะแจกสิทธิ์การใช้งาน AI ระดับ Pro 5 ล้านคน 1 ปี โดยใช้งบฯ กองทุนดีอี แบบพอดีกับงบฯกองทุนที่เหลืออยู่ ขณะที่ประชาชนใช้แบบฟรีจากแพลตฟอร์มต่างๆในเวอร์ชันที่พออยู่แล้วการแจกปูพรมโดยไม่สร้างทักษะให้ประชาชน ส่วนนักพัฒนานวัตกรรมที่ต้องการใช้ AI ระดับสูง แต่ที่รัฐแจกก็ไม่พอใช้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ การรองรับการใช้งาน 5 แสนรายต่อชั่วโมง แต่คำนวณพบว่าจะได้ 139 รายต่อวินาทีเท่านั้น ระบบเช่าถ้าใช้ไม่หมดก็คือทิ้งทันที รวมทั้งประเทศไม่ได้ถือครองข้อมูลการใช้งานของประชาชนเจตนารมณ์กองทุน DE Fund คือ ต้องใช้เพื่อการพัฒนาแกนหลักและลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระยะยาวของ ประเทศ แต่โครงการนี้แม้แต่เอกสารประกวด ราคาก็ยังกำหนดไว้แค่กว้างๆ มีลักษณะควักเงินก้อนใหญ่ไปจ่ายค่าเช่า รวมทั้งการอนุมัติเร่งรีบโดยบอร์ดกองทุนเคาะจบ ไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบของสภาฯดังนั้นโครงการนี้แทนที่จะจ่ายค่าเช่าระบบให้ต่างชาติ รัฐบาลควรนำเงินมาจัดสรรใหม่เพื่อสร้างรากฐานที่คุ้มค่ากว่า เช่น จัดซื้อกำลังการประมวลผลประสิทธิ ภาพสูงของตัวเอง แล้วนำไปฝากวางร่วมใน Data Center ของเอกชน เครื่องมือเหล่านี้มีอายุใช้งาน 3 ถึง 5 ปี เป็นสมบัติแผ่นดินที่สตาร์ตอัพ และนักพัฒนาไทยได้ใช้ต่อผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการสร้าง AI พัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมนำร่องให้สตาร์ตอัพมาทดลอง ดึงสถาบันการเงิน บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำมาลงทุนร่วม ถ่ายทอดเทคโนโลยีและจ้างงาน เปลี่ยนงบฯเป็นทุน แบบคูปองนวัตกรรม ซื้อ AI ที่ตรงความต้องการ การลงทุนพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยสร้างทรัพย์สินทางปัญญาระยะยาวเอาเป็นว่าถึงแม้โครงการนี้จะมีเป้าหมายที่ดีเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงเทค โนโลยีใหม่ แต่เมื่อมีข้อสังเกตมากมาย หลายประเด็น กระทรวงดีอีควรนำไปทบทวน หรือหากปรับปรุงแก้ไขได้ก็ควรทำเพื่อให้โครงการนี้บรรลุวัตถุประสงค์เพื่อส่วนรวม ไม่ใช่โครงการที่มุ่งแต่จะใช้จ่ายจนถูกมองว่าเร่งถลุงงบฯ แต่ได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม