จากที่มีเสียงวิจารณ์กันต่อเนื่อง กรณีที่ประชาชน และภาคเอกชน ออกมาแฉข้อมูลร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำที่ไม่โปร่งใส และพฤติการณ์ทุจริตคอร์รัปชัน ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และหน่วยงานภาครัฐต่างๆ แต่ก็มักถูกตอบโต้ด้วยวิธีการฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาฐานหมิ่นประมาท ในลักษณะที่เรียกว่า “ฟ้องปิดปาก”ล่าสุด นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ได้ออกคำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา พ.ศ.2569 เพื่อเป็นแนวทางตรวจสอบกลั่น กรองการใช้สิทธิฟ้องคดีอาญาให้เป็นไปโดยสุจริต ป้องกันมิให้กระบวนการทางศาล ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้ง จำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนวางแนวทางให้ศาลสามารถพิจารณาตรวจสอบการใช้สิทธิฟ้องคดีอาญา ที่อาจมีลักษณะเป็นการกลั่นแกล้ง เอา เปรียบ หรือมุ่งสร้างภาระแก่คู่ความโดยไม่สมควร ยืนยันหลักการสำคัญกระบวนการยุติธรรมจะต้องไม่ถูกนำไปใช้ในลักษณะบิดเบือนจากวัตถุประสงค์ของกฎหมาย หรือใช้เป็นเครื่องมือคุกคามสิทธิเสรีภาพรวมทั้งยังได้กำหนดเกี่ยวกับพฤติการณ์ที่พึงถือเป็นเหตุอันควรสงสัยว่า มีการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต เพื่อให้ศาลสามารถใช้ดุลพินิจในการตรวจสอบได้อย่างรอบคอบ อาทิ การฟ้องบุคคลที่ใช้สิทธิตามกฎหมาย หรือแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะ เปิดเผยข้อมูลการทุจริตและการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมายหากปรากฏข้อเท็จจริงว่าการฟ้องคดีเป็นไปโดยไม่สุจริต ศาลมีอำนาจยกฟ้องได้ตั้งแต่ในชั้นตรวจฟ้อง หรือในระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง และศาลยังอาจมอบ หมายให้เจ้าพนักงานคดี หรือเจ้าพนักงานศาลช่วยตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อประกอบการไต่สวนและวินิจฉัย ทำให้การพิจารณามีความครบถ้วน รอบคอบอันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่น ของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมและยังคุ้มครองสิทธิของโจทก์ คำแนะนำดังกล่าวให้ความสำคัญกับการคุ้มครองการมีส่วนร่วมของประชาชน ในกรณีที่การดำเนินคดีอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการจำกัดเสรีภาพ การแสดงความคิดเห็น หรือ สร้างแรงกดดันแก่ผู้ใช้สิทธิโดยสุจริตของศาลยุติธรรมคำแนะนำของประธานศาลฎีกา ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนากระบวนพิจารณาคดีอาญาให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส โดยยึดมั่นหลักการสำคัญ คือการใช้สิทธิทางศาลต้องอยู่บนพื้นฐานความสุจริตไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งผู้อื่น เช่นฟ้องปิดปากประชาชน พึงที่ผู้พิพากษาทุกท่านควรยึดเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป. คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม