ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง กรณีที่ฝ่ายค้านยื่นเรื่องให้พิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ของ กระทรวงการคลัง ขัดกับ รัฐธรรมนูญ ม.172 ว่าด้วยเรื่องเร่งด่วนฉุกเฉินหรือไม่ ในกรณี การเกิดโรคระบาด โควิด–19 เป็นเรื่องเร่งด่วนฉุกเฉิน ไม่มีปัญหา แต่กรณีของรัฐบาลชุดนี้ ต้องดูว่า การอ้างวิกฤติพลังงาน มีความเร่งด่วนฉุกเฉินหรือไม่ เพราะผลกระทบจาก สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ประเทศไทยไม่มีผลกระทบโดยตรง จากภัยสงคราม และรัฐบาลเคยประกาศว่า ไม่มีผลกระทบกับ ประเทศไทยเนื่องจากไม่ใช่คู่ขัดแย้ง และมีปริมาณน้ำมันสำรอง เพียงพอกับการใช้ในประเทศ ที่ผิดปกติไม่ได้เกิดจากผลของราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นโดยตรง แต่เกิดจากการกักตุนน้ำมัน เอาไว้เก็งกำไรของผู้ค้าน้ำมันที่เป็นคนละเรื่องของสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางนอกจากนี้ เงินกู้ 4 แสนล้าน ที่นำมาใช้ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส 2 แสนล้าน ไม่ใช่โครงการเร่งด่วน แต่เป็นโครงการที่ต่อเนื่องมาจาก คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ที่เป็นนโยบายต่อเนื่องมาจาก รัฐบาลอนุทิน และเป็นนโยบายที่แถลงไว้กับสภา (อาจเป็นสาเหตุที่รัฐบาลเปลี่ยนชื่อโครงการเป็นไทยช่วยไทยพลัส) และอีก 2 แสนล้านจะนำไป เปลี่ยนผ่านการพัฒนาระบบพลังงานของประเทศ ซึ่งไม่มีรายละเอียดชัดเจน ว่าจะทำอะไรที่ไหน มีอะไรบ้าง แล้วจะเรียกว่าโครงการเร่งด่วนฉุกเฉินได้อย่างไร เท่ากับเป็นการตีเช็คเปล่าคดีที่ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด อดีต รมว.พาณิชย์ บุญทรง เตริยาภิรมย์ แสดงทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ ไม่สามารถชี้แจงที่มา ของทรัพย์สินจำนวน 107 ล้านได้ เข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติ จากคดี รับจำนำข้าวสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เตรียมส่งสำนวนให้อัยการยื่นฟ้องศาลฎีกานักการเมืองเพื่อดำเนินการยึดทรัพย์เป็นของแผ่นดินก่อนหน้านี้ บุญทรง รับโทษคดีโครงการระบายข้าวระบบจีทูจี เป็นเวลา 7 ปี จากทั้งหมด 16 ปี ได้รับการพักโทษมาเมื่อปี 2564 และมีกำหนดที่จะพ้นโทษในปี 2571มีคดีที่ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลอดีตรองปลัดคลัง สุภา ปิยะจิตติ ในคดีการจัดเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปเป็นการฝ่าฝืนวินัยการคลัง จากการไม่อุทธรณ์คดี สร้างความเสียหายกับรัฐ ละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่ ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน คดีนี้น่าจะผ่านนับสิบปีแล้วคดีการเมืองที่เกี่ยวกับอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ใน ป.ป.ช.และคดีการเมืองที่เกี่ยวกับแกนนำพรรคการเมืองต่างๆ ยกเว้นพรรคภูมิใจไทยที่คดีศักดิ์สยาม ชิดชอบ ชี้มูลว่าไม่มีเจตนาไปแล้ว ป.ป.ช.เตรียมนำมาปัดฝุ่นอีกรอบการที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เตรียมลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เพื่อไปดูที่ดินการรถไฟ เขากระโดง ให้เห็นกับตา ทำเอารัฐบาลออกอาการหงุดหงิด เช่นเดียวกับคดีฮั้วเลือก สว.ที่องค์ประกอบของคดีใกล้จะครบถ้วน ตามข้อกล่าวหา อั้งยี่ ซ่องโจรโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะมีการเร่งรัด คดีเช่นเดียวกันหรือไม่ยุติธรรมต้องไม่เงียบ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม