อิหร่านไม่หวั่น “ทรัมป์” ขู่รายวัน เตือนหากถูกสหรัฐฯโจมตีจะเปิดแนวรบใหม่ สร้างความเสียหายในระดับที่สหรัฐฯและอิสราเอลไม่คาดคิดได้ รัสเซีย-จีนร่วมออกแถลงการณ์ประณามสหรัฐฯและอิสราเอล โจมตีอิหร่าน บ่อนทำลายเสถียรภาพในตะวันออกกลาง รัสเซียพร้อมช่วยเหลือแก้ไขแต่ไม่เข้าไปบีบบังคับฝ่ายใด ด้านทีมชุดสุดซอย กระทรวงพลังงาน ลุยยื่นหลักฐานดีเอสไอ ฟันบริษัทค้าน้ำมัน จ.อ่างทอง ซุกน้ำมันช่วงวิกฤติพลังงานสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังตกอยู่ท่ามกลางความตึงเครียด แม้ว่า “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะชะลอปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านออกไปชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้การเจรจาตามคำร้องขอของชาติพันธมิตรในอ่าวอาหรับ แต่ยังสั่งกองทัพสหรัฐฯล็อกเป้าเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการโจมตีขนาดใหญ่เต็มรูปแบบหากการเจรจาล้มเหลวเมื่อวันที่ 20 พ.ค.กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ออกมาประกาศเตือนสหรัฐฯ และอิสราเอลว่า ทางอิหร่านยังไม่ได้แสดงศักยภาพทางทหารทั้งหมดที่มีอยู่ แต่ถ้าหากยังมีการรุกรานอิหร่านซ้ำอยู่ สภาวะสงครามที่เคยมีจะขยายอาณาเขตไปนอกภูมิภาค และอิหร่านจะสร้างความเสียหายในระดับที่สหรัฐฯ และอิสราเอลไม่อาจคาดคิดได้ โดยการประกาศเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ได้ชะลอคำสั่งโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 19 พ.ค. ตามคำขอของเหล่าผู้นำประเทศกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยให้เหตุผลว่าการเจรจากำลังเป็นไปได้ด้วยดี ใกล้หาข้อตกลงที่ทางสหรัฐฯยอมรับได้แล้ว อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ระบุว่าจะให้เวลา 2 ถึง 3 วันขณะเดียวกัน วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้เดินทางมาพบกับสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน โดยการประชุมครั้งนี้มีกำหนดจัดต่อเนื่องจนถึงวันที่ 20 พ.ค. และจะมีการหารือในประเด็นต่างๆ หนึ่งในหัวข้อเหล่านั้นคือสภาวะสงครามอิหร่าน ระหว่างการเจรจาสี จิ้นผิง ได้ออกมาเรียกร้องให้หยุดการต่อสู้กันทันที นอกจากนี้ทางจีนและรัสเซียยังร่วมออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอลว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายและบ่อนทำลายเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะที่นายเซอร์เกย์ เรียบคอฟ รมช.ต่างประเทศรัสเซีย ก็ออกมาระบุว่ารัสเซียพร้อมช่วยเหลือแก้ไขความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและอิสราเอล แต่ไม่มีเป้าหมายที่จะเข้าไปบีบบังคับฝ่ายใดด้านสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า มีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำ สามารถเดินทางผ่านช่องแคบได้แล้วเมื่อวันที่ 20 พ.ค. โดยหนึ่งในเรือเหล่านั้นคือ ยูนิเวอร์ซัล วินเนอร์ เรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติเกาหลีใต้ บรรทุกน้ำมันดิบคูเวต 2 ล้านบาร์เรล กำลังเดินทางกลับเกาหลีใต้โดยมีกำหนดการถึงที่หมายในวันที่ 9 มิ.ย. ส่วนอีก 2 ลำเป็นเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติจีนและฮ่องกงชื่อเรือหยวนกุ้ยหยาง และโอเชียนลิลลี่ ทั้งสองลำบรรทุกน้ำมันดิบจากอิรัก 3 ล้านบาร์เรล และน้ำมันดิบอัลชาฮีนจากกาตาร์ 1 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตามเรือทั้ง 3 ยังเดินทางผ่านทะเลโอมานซึ่งกองทัพเรือสหรัฐฯทำการปิดล้อมอยู่ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดีกักตุนน้ำมัน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อการปฏิรูปพลังงาน (ทีมชุดสุดซอย) พร้อมด้วยทีมงานฝ่ายกฎหมาย กรมธุรกิจพลังงาน เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมกับบริษัท ทริลเลี่ยน ปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569 ลงวันที่ 20 มี.ค.เนื่องจากพฤติการณ์ไม่มีการแจ้งปริมาณการนำเข้าส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงตามคำสั่งนายกฯ โดยพบว่าบริษัทไม่รายงานการรับเข้า-ส่งออกน้ำมันในเดือน มี.ค.จำนวน 6 ครั้ง และเดือน เม.ย.จำนวน 14 ครั้ง มีความผิดตาม พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 มาตรา 8 โดยมีโทษจำคุก 10 ปี ต่อความผิด 1 ครั้ง ทั้งหมดรวม 20 ครั้งน.ส..ฐิติภัสร์กล่าวว่า ได้นำข้อมูลมายื่นเพิ่มเติมให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษและนำข้อมูลที่พบเพิ่มเติมโดยพลังงานจังหวัดอ่าง ที่ได้มีการเรียกตรวจเอกสาร ไม่ว่าจะเป็นใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง หรือใบขายน้ำมันของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ก็เพราะว่าในช่วงเดือน มี.ค.บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ได้มีการซื้อขายน้ำมันกับบริษัท โกลบอล เวลออยล์ฯ แต่ปรากฏว่า บริษัท โกลบอล เวลออยล์ฯ ในฐานะผู้ค้า ไม่ได้ออกใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง แต่กลับเป็นคลังน้ำมันที่ชื่อว่าบริษัท แพนเอเชีย สตอเรจ แอนด์เทอร์มินัล จำกัด เป็นผู้ออกใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงแทน อย่างไรก็ตาม บริษัท แพนเอเชีย สตอเรจ แอนด์เทอร์มินัล จำกัด กลับมีกรรมการผู้ถือหุ้นเป็นชุดเดียวกันกับของบริษัท ทริลเลี่ยนออยล์ จำกัด ซึ่งมีสถานะเป็นเจ้าของสถานที่อีกด้วย และยังพบความเชื่อมโยงว่าเจ้าของคลังน้ำมัน บริษัท ทริลเลี่ยนออยล์ จำกัด ซึ่งเป็นกรรมการชุดเดียวกัน และครอบครัวเดียวกันนั้น ยังมีคลังน้ำมันอีกหลายที่อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นที่ จ.สมุทรปราการ เพชรบุรี เชียงราย พิษณุโลก ฉะเชิงเทรา พบว่าทั้งหมดมีลักษณะการประกอบธุรกิจคล้ายกัน และยังคล้ายกับกรณีของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จึงหวังว่าข้อมูลวันนี้จะสามารถทำให้ดีเอสไอไปใช้ขยายผล และตรวจสอบเชิงลึกต่อไป นอกจากนี้ได้ไปตรวจสอบบริษัทใน จ.เชียงราย จากการขยายผลของบริษัททริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้งฯ พบว่าตัวผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 ที่เช่าคลังน้ำมัน เป็นจ้าของเดียวกันกับบริษัท ทริลเลี่ยนออยล์ จำกัด มีพฤติกรรมการออกใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ครบถ้วนจำนวน 662 ใบ และยังพบว่ามีการขัดคำสั่งนายก รัฐมนตรีอีก 1 ครั้ง อยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึกว่ามีการกระทำความผิดในส่วนอื่นเพิ่มหรือไม่ด้านนายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เรื่องที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ยื่นฟ้องโรงกลั่นน้ำมันต้องปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยกลุ่ม ปตท. ยืนยันได้ดำเนินการอย่างโปร่งใส เพราะเมื่อกลั่นน้ำมันออกมาแล้ว ก็ต้องจำหน่ายต่อ เนื่องจากไม่มีถังกักเก็บอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่