แม้แผนออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท คาดการณ์กันได้ว่าไม่น่าจะมีปัญหา ประสารัฐบาล “เส้นใหญ่” นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล แบ็กอัปแข็งโป๊ก แต่ก็อย่างที่เห็นกัน มีจังหวะสะดุดเป็นระยะๆเหมือนกันสำหรับโจทย์หลักรัฐบาลตีธงไว้กับโครงการ “คนละครึ่งเฟสใหม่” แปลงเป็น 60-40 ตำรับ “ไทยช่วยไทยพลัส” วันนี้ทุกคนเห็นความจำเป็นเร่งด่วน คล้อยตามเหตุผลรัฐบาลที่เอ่ยอ้าง ต้องเร่งหาเงินมาอัดฉีดแจกจ่าย พ่วงเติมเงินสวัสดิการแห่งรัฐ รวมยอดอัดฉีดช่วยเหลือแบบหว่านแห 40 กว่าล้านคนแม้ต้องกู้ก็จำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนจากวิกฤติสงคราม พลังงาน และส่อลามเป็นวิกฤติปากท้องชาวบ้าน แต่อีกก้อนใหญ่ 2 แสนกว่าล้านคิวปรับโครงสร้างพลังงานชักแหม่งๆที่รัฐบาลยกเหตุเพื่อนำมาปรับโครงสร้างเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานในประเทศเสียงคัดค้านเริ่มดัง ทั้งเรื่องที่รัฐบาลยืดเวลาการกู้ สะท้อนว่าไม่ได้ “เร่งด่วนจริง” ทั้งรายละเอียดแผนงานโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ชัด แต่ดันมาขอให้ประชาชน “ตีเช็คเปล่า”ชวนฝันลมๆแล้งๆไปกับรัฐบาลหนำซ้ำอีกเหตุผลหลัก เสียงคัดค้านเพราะชาวบ้านมีปม “ระแวงสะสม”ไม่ไว้วางใจ กลัวปัญหาการรั่วไหลของงบฯก้อนโต จุดสำคัญคือบทเรียนช่วงน้ำมันแพง “ไอ้โม่งวีไอพี” กักตุน ถอนทุน โกยโกงชาวบ้านปมร้อนโยงเครือข่ายอาแปะและอาม่ายังคาใจประชาชนหนำซ้ำ ยังมีอีกคำถามใหญ่ให้รัฐบาล “อนุทิน” ต้องตอบเรื่องการปรับโครงสร้างพลังงาน เปลี่ยนผ่านไปสู่เส้นทางสีเขียวจะ “โกกรีน” ยังไง ที่จะขอกู้เงิน 2 แสนล้านทำพร้อมกันได้ทั้งระบบหรือไม่และหมาดๆคือแผนหรูรัฐบาลที่ว่าจะรีบส่งเสริมคนไทยเปลี่ยนไปใช้รถพลังงานไฟฟ้า แต่ล่าสุดโครงการ “รถเก่าแลกรถอีวี” ทำฝันค้างรัฐบาล “พับแผน” โดยไม่รู้เหตุผลไม่เท่านั้น เรื่องการส่งเสริมเรื่องพลังงานสะอาดรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ ที่บริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติแห่มาจองตั๋วบีโอไอ หอบเงินเข้ามาลงทุนในไทยถึงวันนี้บรรดาโปรเจกต์เศรษฐกิจใหม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าสะอาดมหาศาล แต่การเปลี่ยนผ่านพลังงานรองรับตรงนี้ยังไม่รู้จะได้ทำกี่โมงฉะนั้นไม่แปลกใจ เมื่อพรรคฝ่ายค้าน ทั้งพรรคประชาชน และประชาธิปัตย์ จับมือยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.เงินกู้ เพื่อกู้เงิน 4 แสนล้านบาท คนดูข้างเวทีทั่วไทยจึงเริ่มเงี่ยหูฟังแม้ในเหลี่ยมรัฐธรรมนูญส่อขวางคิวกู้เงินไม่ได้ เหมือนที่ “เนติบริกรรายใหม่” ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย โดดมาป้องรัฐบาล ชี้การออก พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อ “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ” นั้นทำได้ส่วนปม “จำเป็นเร่งด่วน” อยู่ที่รัฐบาลจะดูเอง ไม่ต้องตีความ เสิร์ฟกฎหมายแบบชงหวาน ไม่ต่างมือเสิร์ฟที่ผ่านๆมา โดยเฉพาะที่มีของแถมของฝาก เย้ยฝ่ายค้านทำนองจะค้านทำไม “นายๆอั๊วจะเอา อย่ามาขวาง”โชว์เก๋า เก่งจัดกว่าใครในหล้าแบบนี้ทำพังมานักต่อนักทั้งหมดทั้งปวง เมื่อประเมินทิศทางอ่านสัญญาณแล้ว รัฐบาลคงไม่ยอมถอยให้เสียหน้า มั่นใจปล่อยจอยกู้เงินมาถมเศรษฐกิจตามแผนและคงไม่สน “ทางเลือกอื่น” ที่ฝ่ายค้านแนะทั้งปรับลดภาษีสรรพสามิตลดราคาน้ำมัน บรรเทาความเดือดร้อนชาวบ้านทางอ้อม หรือเก็บภาษีลาภลอยจากเสืออิ่มโรงกลั่นมาถัวใช้ไม่ต้องกู้เต็มแม็กซ์ไม่ต้องมาแบมือขอเปิดวงเงิน ตีเช็คเปล่าล่วงหน้าทั้งนี้ คงเพราะ “อนุทิน” มั่นใจในแนวทางแก้โจทย์ปากท้องประชาชนของทีมเศรษฐกิจรัฐบาลที่สำคัญ รักษาจุดขายพรรคภูมิใจไทย “พูดแล้วทำ”ถึงแม้ชาวบ้านมองต่าง กลัวการถลุงงบฯ แหยงพูดแล้วทำ ทำแล้วปล่อยโกงก็ตามที.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม