ประธานาธิบดีทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯพา เจ้าของบิ๊กเทค และ นายแบงก์ใหญ่ เดินทางถึง กรุงปักกิ่ง เมื่อวานนี้ (13 พ.ค.) เช้าวันนี้จะเข้าพบหารือกับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ช่วงบ่ายไปเยี่ยมชม หอสักการะฟ้าเทียนถาน ตอนคํ่า ประธานาธิบดีสี เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารคํ่า พรุ่งนี้เช้า ประธานาธิบดีสี ชวน ทรัมป์ นั่งจิบนํ้าชาแบบจีน หารือต่ออีกรอบ รับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน ก่อนที่ทรัมป์จะบินกลับสหรัฐฯช่วงบ่ายเป็นอันเสร็จพิธีเยือนจีนอย่างเป็นทางการของผู้นำสหรัฐฯเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปีการเดินทางเยือนจีนของ ประธานาธิบดีทรัมป์ ครั้งนี้ ทำเนียบขาว แถลงว่า มีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ทางการเมืองมาก การหารือของสองผู้นำครั้งนี้จะมุ่งสร้างข้อตกลงที่ดีให้กับชาวอเมริกัน และกลไกการบริหารจัดการด้านการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ เช่น อุตสาหกรรมการบิน เกษตรกรรม พลังงาน ฯลฯนักธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่ ประธานาธิบดีทรัมป์ เชิญไปร่วมทริปด้วยครั้งนี้ก็มี อีลอน มัสก์ จากเทสลา ทิม คุก จากแอปเปิล เคลลี ออร์ธเบิร์ก จากโบอิ้ง เดวิด โซโลมอน จากโกลด์แมนแซค สตีเฟน ชวาซแมน จากแบล็คสโตน ลาร์รี ฟิงก์ จากแบล็คร็อค เจน เฟรเวอร์ จากซีตี้กรุ๊ป ฯลฯ แต่ไม่มีชื่อ เจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia เจ้าของบริษัทชิป AI ยักษ์ใหญ่โลกที่มีมูลค่ากว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์ ร่วมทริปไปด้วย ทั้งที่หวงได้ผลักดันให้ทรัมป์ยอมเปิดตลาดจีนให้กับชิปเอ็นวิเดีย แต่ทรัมป์อนุญาตให้ขายได้เฉพาะชิปรุ่น H200 จนถึงวันนี้จีนยังไม่สั่งซื้อชิปเอ็นวิเดียแม้แต่ชิ้นเดียวอีลอน มัสก์ ที่ร่วมทริปไปครั้งนี้ เพราะจีนเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าใหญ่ที่สุดของเทสลา ซึ่ง อีลอน มัสก์ ต้องการรักษาเค้กก้อนนี้เอาไว้ ค่ายโบอิ้ง ก็หวังให้ผู้นำจีนตกลงซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 737 Max ที่ได้เจรจาไว้ 500 ลำ กองทุนยักษ์ใหญ่ ก็หวังเจาะตลาดจีนกว่า 1,400 ล้านคน ยกเว้น Alphabet ที่ไม่ได้ไป เพราะจีนห้ามใช้กูเกิลในประเทศจีนทั่วโลกดูตื่นเต้นที่ ประธานาธิบดีทรัมป์ บินไปเยือนจีนครั้งนี้ หลังจากที่ทรัมป์ทำสงครามการค้ากับจีนมาเกือบสองปี แต่คนจีนและนักธุรกิจจีนกลับรู้สึกเฉยๆ สำนักข่าวรอยเตอร์ ไปสอบถามความรู้สึกของพนักงานขายเครื่องใช้ไฟฟ้าแห่งหนึ่ง เธอตอบว่า ไม่ได้สนใจข่าวประธานาธิบดีทรัมป์มาเยือนจีน เพราะตราบใดที่อเมริกายังค้าขายอยู่ อเมริกาต้องมาทำธุรกิจกับจีนวันยังคํ่า เธอยังบอกอีกว่า ไม่ว่าทรัมป์จะมาเจรจาดีๆหรือมาประกาศสงครามการค้า ก็ไม่ถือเป็นคำขู่ที่น่ากลัว สำหรับผู้ผลิตและผู้ส่งออกจีนอีกต่อไปแล้ว ก่อนที่ทรัมป์จะบินมาเยือนจีน ทรัมป์ก็ทำตามนิสัยเดิมอีก ประกาศควํ่าบาตร 9 บริษัทที่สหรัฐฯกล่าวหาว่า มีส่วนช่วยอิหร่านส่งออกนํ้ามันไปยังจีน เป็นบริษัทในฮ่องกง 4 แห่ง ยูเออี 4 แห่ง โอมาน 1 แห่งก่อนหน้านี้ สหรัฐฯก็ตั้งกำแพงภาษีสินค้าจีนสารพัด แต่จีนก็ยังส่งออกเป็นลํ่าเป็นสันข้อมูลจากรัฐบาลจีนเปิดเผยว่า ปี 2568 จีนส่งออกมูลค่าสูงกว่า 45 ล้านล้านหยวน กว่า 6.83 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ เกินดุลการค้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ เท่ากับจีดีพีเนเธอร์แลนด์ทั้งประเทศ แม้จีนจะส่งออกไปยังสหรัฐฯลดลง 20% แต่ส่งออกไป แอฟริกา เพิ่มขึ้น 25.8% เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพิ่มขึ้น 13.4% สหภาพยุโรป เพิ่มขึ้น 8.4% ละตินอเมริกา เพิ่มขึ้น 7.4% ได้ตลาดใหม่เพิ่มขึ้นสำนักข่าวรอยเตอร์ ยังไปถามผู้บริหาร เจมิเน็กซ์ กรุ๊ป ผู้รับจ้างผลิตที่มีรายได้จากสหรัฐฯ 70% เขาบอกว่า สิ่งที่เรียนรู้จากประสบการณ์ครั้งนี้คือ อย่ารีบออกตัวแรง ตอนนี้ 75% ของเครือข่ายซัพพลายเออร์ 500 รายของเขายังอยู่ในจีน และ ทุกรายคิดว่าตัวเองคิดถูกแล้วที่ไม่ย้ายฐานผลิต ผู้บริหารของ ไพรด์ โมบิลิตี้ โพรดัคส์ ผู้ผลิตวีลแชร์ สกูตเตอร์ ฯลฯ ก็บอกว่า ห่วงโซ่อุปทานกว่า 100 แห่ง ตอนนี้ 70-80% ยังอยู่ในจีน แม้แนวคิดเรื่อง ลดความเสี่ยงที่ต้องพึ่งพาจีนมากเกินไป จะยังไม่หายไป แต่ความแตกตื่นมันจางไปแล้ว ผู้คนทนทานได้มากขึ้น ไม่ว่าทรัมป์จะออกมาประกาศอะไรก็ตาม คนก็เฉยๆนี่คือ ทรัมป์ในสายตานักธุรกิจจีน/สหรัฐฯวันนี้ ไม่มีอะไรน่ากลัวอีกแล้ว ตราบใดที่สหรัฐฯยังมีการค้าขาย สหรัฐฯยังต้องพึ่งพาจีน ดูจากรายชื่อ บิ๊กธุรกิจสหรัฐฯหลายสิบคน ที่ ประธานาธิบดีทรัมป์ พาไป “ซบอกจีน” ต่อหน้า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก็ยิ่งชัดเจน.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม