เหยื่อ “ช่างหนึ่ง หวานเจี๊ยบ” กว่า 20 ราย บุกร้องกองปราบปราม วอนรับคดีอาญามาดำเนินการ เนื่องจากตำรวจท้องที่อ้างว่าเป็นคดีแพ่ง ขณะนี้เหยื่อเดือดร้อนหนัก บางคนต้องนอนโรงรถเพราะบ้านก่อสร้างไม่เสร็จ ล่าสุดมีเหยื่อชายสูงอายุวัย 59 ปี ถึงกับฆ่าตัวตายไปแล้วด้วยความผิดหวัง ที่สำคัญเพจรับสร้างบ้านของช่างหนึ่งยังเปิดอยู่ เกรงจะมีเหยื่อเพิ่มอีกมาก ด้าน “ศุภมาส” รมต.ประจำสำนักนายกฯ แฉ ช่างหนึ่งเบี้ยวนัดชี้แจง สคบ.ทำผู้เสียหายกว่า 40คนรอเก้อ สั่งให้ออกหมายเรียกอีกรอบ ขัดขืนมีโทษทั้งจำทั้งปรับ พร้อมประสานตรวจสอบเส้นเงินให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน หลังจากนั้นจะพาเหยื่อไปดำเนินการทางแพ่ง รับปากคดีนี้ต้องแล้วเสร็จภายใน 2 เดือนที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 พ.ค. น.ส.นลิน โรจนวัทธิกร ผู้ก่อตั้งเพจห้วยแถลง พากลุ่มผู้เสียหายประมาณ 20 คน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียง เข้ายื่นหนังสือร้องขอเป็นธรรมถึง พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. ให้ดำเนินการผู้ใช้ชื่อ “ช่างหนึ่ง หวานเจี๊ยบ” ผู้รับเหมาก่อสร้างรับงานและรับเงินทำบ้านแล้วแต่ไม่ทำตามสัญญานายมลเทียน หวังชมกลาง 1 ในผู้เสียหาย เผยว่า ติดต่อผู้รับเหมาผ่านช่องทางออนไลน์ ก่อนนัดพูดคุยจนถึงขั้นทำสัญญาก่อสร้างบ้านชั้นเดียวลักษณะห้องแถว กำหนดระยะเวลาการก่อสร้างไว้ 10 เดือน หลังเริ่มก่อสร้างมีคนงานเข้ามาทำงานเพียงบางส่วน เช่น ทำโครงสร้างและมุงหลังคา แต่คาไว้ยังไม่แล้วเสร็จตามแบบที่ตกลงกันไว้ เมื่อพยายามติดต่อตามงาน กลับได้รับการบ่ายเบี่ยง อ้างเหตุผลต่างๆนานาเพื่อขอเงินเพิ่ม ก่อนขาดการติดต่อไปในที่สุดด้านนางนยา เที่ยงธรรม ผู้เสียหายอีกราย เผยว่า ผู้รับเหมารายนี้จะใช้วิธีทยอยเรียกเก็บเงินในรูปแบบต่างๆ เช่น ค่าวัสดุ ค่าแรง หรือค่าอุปกรณ์ อ้างเหตุจำเป็นเร่งด่วนทำให้ผู้ว่าจ้างหลงเชื่อ และโอนเงินเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง บางรายสูญเงินหลักแสนถึงหลักล้านบาท บ้านกลับสร้างไม่เสร็จ คืบหน้าเพียงเล็กน้อย ทั้งที่ตนตัดสินใจขายที่ดินเพื่อนำเงินมา สร้างบ้านให้พ่อที่พิการ โอนเงินให้ผู้รับเหมาไปเกือบ 9.5 แสนบาท กลับไม่ได้บ้านตามสัญญา ปัจจุบันต้องอาศัยอยู่ในโรงรถกับพ่ออย่างยากลำบาก ตนสูญเงินกว่า 9.5 แสนบาท สิ่งที่ได้มีเพียงการเทคานและโครงเหล็กที่เริ่มผุพัง อีกทั้งโครงสร้างถูกทิ้งจนเกิดน้ำท่วมขัง สร้างความเสียหายซ้ำเติมต่อทรัพย์สินเดิมของครอบครัวด้วยส่วน น.ส.นลิน โรจนวัทธิกร ผู้ก่อตั้งเพจห้วยแถลง กล่าวว่า พากลุ่มผู้เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.โนนสูง พนักงานสอบสวนบอกว่าเข้าข่ายคดีแพ่งไม่ใช่อาญา อยากเข้าไปพูดคุยขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีอาญา และให้โอนคดีมาที่กองบังคับการปราบปราม จึงพาผู้เสียหายมาร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมในวันนี้ ก่อนหน้านี้เคยนัดเคลียร์กันที่ สภ.คง ช่างหนึ่งขอกลับไปสร้างบ้านให้เสร็จ ผู้เสียหายปฏิเสธเพราะไม่ไว้ใจ นอกจากนี้ยังมีเรื่องลุงเล็ก อายุ 59 ปี ที่เลือกฆ่าตัวตายจากความผิดหวังที่หลงไว้ใจช่างหนึ่ง ก่อนหน้านี้ช่างหนึ่งพยายามบอกว่าลุงเล็กเลือกจบชีวิตเพราะความขัดแย้งในครอบครัว สุดท้ายพบจดหมายระบุว่า โง่ให้เขาหลอก ระบุชื่อช่างหนึ่งด้วย“ที่สำคัญผู้รับเหมาคนนี้ยังเปิดเพจรับงานก่อสร้างตามปกติ ห่วงว่าอาจมีประชาชนตกเป็นเหยื่อเพิ่มเติม ขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำซ้อนในวงกว้าง” น.ส.นลินกล่าวขณะที่ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เผยความคืบหน้ากรณีนายเกรียงไกร ระไวกลาง หรือช่างหนึ่ง ผู้รับจ้างก่อสร้างบ้าน เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “หวานเจี๊ยบรับสร้างบ้าน” หลัง สคบ.ใช้อำนาจตามกฎหมายเชิญตัวมาให้ปากคำเมื่อวันที่ 12 พ.ค. แต่นายเกรียงไกร ไม่มาตามนัด ทำให้ไม่สามารถไกล่เกลี่ยกับผู้เสียหาย ราว 60 คนได้ สั่งการให้ สคบ.ออกหนังสือเรียกอีกครั้ง หากไม่มาแสดงตัวจะมีโทษทางอาญาจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ“สคบ.รวบรวมเอกสารหลักฐานพิจารณาดำเนินคดีแพ่งแทนผู้เสียหาย และทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานให้ผู้เสียหายในคดีฉ้อโกงผ่านกองบังคับ การปราบปราม (บก.ป.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) อีกทางหนึ่ง” น.ส.ศุภมาสกล่าวรมว.ประจำสำนักนายกฯเผยด้วยว่า สคบ.ยื่นขอสอบเส้นทางการเงินจากธนาคาร ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 15 วัน สำหรับบทกำหนดโทษกรณีดำเนินการไม่เป็นไปตามที่ตกลงในสัญญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนความผิดในส่วนของโฆษณามีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ไทม์ไลน์การดำเนินคดีของ สคบ.กับผู้ถูกกล่าวหาจะใช้เวลาไม่เกิน 2 เดือน“สคบ.ยังเดินหน้าตรวจสอบผู้รับเหมาก่อสร้างรายอื่นที่มีพฤติการณ์ใกล้เคียงกรณีที่เกิดขึ้น พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้และเข้าถึงบริการของ สคบ.ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้พี่น้องประชาชนใช้ช่องทางการร้องเรียนได้สะดวกรวดเร็ว ขอฝากถึงพี่น้องประชาชน ทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อหรือใช้บริการต่างๆในโลกออนไลน์ ขอให้ตรวจสอบให้ละเอียดว่าสิ่งที่ได้รับตรงตามที่ได้โฆษณาไว้หรือไม่” รมว.ประจำสำนักนายกฯกล่าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่