เมื่อวานนี้ผมเขียนถึงข่าวดังระดับโลกที่คนไทยได้ยินได้ฟังและได้อ่านแล้วก็อดที่จะยืดอกด้วยความภาคภูมิใจเสียมิได้...นั่นก็คือ ข่าวที่ว่าในพิธีเปิดการแข่งขัน “ฟุตบอลโลก 2026” ในส่วนที่สหรัฐฯจะเป็นเจ้าภาพ ณ สนามโซฟาย สเตเดียม รัฐแคลิฟอร์เนียนั้น...“น้องลิซ่า”นักร้อง K-Pop เชื้อชาติไทย สัญชาติไทยของเราจะไปร่วมแสดงในพิธีเปิดนี้ด้วยนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์พิธีเปิดฟุตบอลโลกที่จะมี “ศิลปินไทย” ของเราได้รับเชิญไปร่วมแสดงแต่ผมก็ทิ้งท้ายในทำนองว่า เราอาจจะไม่ได้ดูชมการแสดงของน้องลิซ่าก็ได้ เพราะลิขสิทธิ์บอลโลกครั้งนี้แพงหูฉี่มาก และจนบัดนี้ (นับถึงวันเขียนต้นฉบับเมื่อวาน) ยังไม่มีข่าวว่าภาคเอกชนใดๆจะลงทุนซื้อลิขสิทธิ์มาให้คนไทยดูเลยจะหวังการสนับสนุนจาก กสทช. หรือ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ก็น่าจะยาก เพราะได้ตัด “ฟุตบอลโลก” ออกไปจากกฎ Must Have เรียบร้อยแล้วครั้นจะเอาเงินจากภาษีอากรส่วนอื่นไปสนับสนุนก็ไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะเศรษฐกิจของประเทศไทยเราน่าห่วงมาก จากสถานการณ์ “สงครามตะวันออกกลาง” ถ้ารัฐบาลซึ่งเคยรับปากประชาชนว่าจะหาทางให้ประชาชนดูฟรีบอลโลกนี้ให้ได้ หันมาใช้เงินภาษีอากรโดยตรงจากงบกลางหรืองบใดงบหนึ่งที่มาจากภาษีอากรโดยตรง...ผมเองแม้จะอยากดูบอลโลกอย่างมากก็จะขอคัดค้านแบบหัวชนฝาปรากฏว่าในวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม หลังจากผมเขียนต้นฉบับเมื่อวาน 1 วัน ก็เกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า “พลิกล็อก” ขึ้น กลายเป็นข่าวใหญ่หลังการประชุม ครม.ในภาคเช้าจบแล้วเมื่อสื่อออนไลน์ทุกสำนักพาดหัวตรงกันว่า คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบในแผนการให้ กรมประชาสัมพันธ์ เป็นผู้ประสานงานกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เกี่ยวกับการจัดให้มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 หรือครั้งที่ 26 ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน-19 กรกฎาคม สื่อออนไลน์บางสำนักรายงานด้วยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวดังนี้ “รัฐบาลพยายามทำให้ดีที่สุด โดยวันนี้ผมได้รับทราบและให้กรมประชาสัมพันธ์ประสานงานและร่วมมือกับทาง กสทช.และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อพยายามทำให้เกิดขึ้นให้ได้เหมือนทุกครั้ง”แม้จะฟังดูทะแม่งๆอยู่บ้างว่าทำไมท่านนายกฯถึงใช้คำว่า “ครม.รับทราบ” แทนที่จะใช้คำว่า “ได้สั่งการให้” กรมประชาสัมพันธ์ กับ กสทช. ไปดำเนินการอย่างเต็มปากเต็มทำแต่ ณ นาทีนี้โอกาสที่คนไทยจะได้ดูการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครั้งนี้ผ่านฟรีทีวีน่าจะสูงเกินกว่า 50 เปอร์เซ็นต์แล้วละ อาจจะถึง 70 เปอร์เซ็นต์ด้วยซํ้าไปเพราะการที่จะใช้เงินจาก กสทช.ในการซื้อลิขสิทธิ์ และหาสปอนเซอร์จากภาคเอกชนมาร่วมด้วย โดยไม่ควัก งบกลาง หรือ งบประมาณ อื่นใด ที่มาจากภาษีของประชาชนโดยตรงนั้น ผมเชื่อประชาชนส่วนใหญ่พอจะรับได้แต่ก็นั่นแหละครับ เนื่องจากค่าลิขสิทธิ์งวดนี้แพงมาก หากจะต้องใช้ถึง 1,300 ล้านบาทอย่างที่เป็นข่าว ผมก็ว่าเยอะเกินไป...อย่างเก่งควรใช้เงินจาก กสทช.ไม่เกิน 500 ล้านบาท ที่เหลือก็ขอให้เป็นการลงขันจากภาคเอกชนก็ฝากให้พิจารณาด้วยความรอบคอบก็แล้วกันครับ ถามว่าอยากดูไหม? ใครบ้างจะไม่อยากดู...แต่ในยามวิกฤติเช่นนี้จำเป็นต้องประหยัดทุกๆอย่าง อะไรประหยัดได้ก็ต้องประหยัดไว้ก่อนโดยส่วนตัวผมเรียนท่านผู้อ่านแล้วว่าผมมีวิธีติดตามบอลโลกครั้งนี้โดยไม่ต้องเสียสตางค์ตามสไตล์ของผมอยู่แล้ว แต่เชื่อว่าคงเป็นวิธีที่ไม่ถูกใจคอบอลส่วนใหญ่แน่ๆพรุ่งนี้ผมจะเฉลยนะครับว่าวิธีของผมคืออะไร? และอย่างไร?"ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม