4 แสนล้านในมือ “อนุทิน” โปรดเกล้าฯ ลงมาแล้ว พ.ร.ก.เงินกู้ของรัฐบาล จากนี้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ในฐานะนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด เขาบอกว่า “จะไม่มีรั่วไหล” แม้แต่สตางค์เดียว ก็ฟังกันไว้จำกันให้แม่น นี่คือคำยืนยันจากปากผู้รับผิดชอบขณะเดียวกันฝ่ายค้านโดยพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ก็จะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความว่ากระทำได้หรือไม่ว่าไปแล้วรัฐบาลจะกู้ชุดแรก 2 แสนล้านบาท ในส่วนนี้ไม่น่ามีปัญหา เนื่องจากจะนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบแต่อีก 2 แสนล้านที่ยังไม่ได้กู้ แต่ผู้คนกังขาว่าจะนำไปใช้อะไรบ้างเนื่องจากไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน!เพียงแต่บอกว่าจะนำไปใช้ในการปรับโครงสร้างพลังงานอันหมายถึงการยกเลิกการใช้น้ำมันแต่จะหันไปใช้พลังงานสะอาดคือไฟฟ้าที่มาจากพลังน้ำ พลังแสงอาทิตย์ พลังลมซึ่งไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพียงแต่สังคมยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรบ้างจากเงินจำนวน 2 แสนล้านบาทนี้ก็เลยต้องตรวจสอบ และคำถามสำคัญก็คือนี่ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนแต่อย่างใดทำไมรัฐบาลจึงต้องออกเป็น พ.ร.ก.ไม่ออกเป็น พ.ร.บ.รัฐบาลบอกว่าหลายรัฐบาลก็เคยทำมาแล้วไม่มีปัญหา แต่ถ้ามีปัญหาก็ไม่เป็นไรแค่เสียเวลาไปอีก 6 เดือนก็สามารถทำได้จะเสียเวลาก็ตรงนี้อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องหรือไม่มากกว่าแต่ดูแล้วรัฐบาลไม่ค่อยวิตกกังวลเท่าใด คงเชื่อว่าน่าจะผ่านไปได้ก็เป็นเรื่องของรัฐบาลแต่เรื่องที่สงสัยและเป็นข้อกังขาก็คือรัฐบาลจะนำเงินไปทำอะไรบ้างตรงนี้ต่างหากที่รัฐบาลจะต้องชี้แจงแถลงไขให้หายข้องใจว่าไปแล้วไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดแต่เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องทำเพื่อให้ประชาชนผู้เสียภาษีได้รับรู้เพื่อจะได้เกิดความสบายใจและรัฐบาลก็สามารถดำเนินการได้อย่างปลอดโปร่งไม่ต้องกังวลต่อเสียงคัดค้านก็ไม่ต่างไปจากโครงการ “แลนด์บริดจ์” ที่ประชาชนก็ต้องการรู้รายละเอียดข้อดีข้อเสียคุ้มค่าหรือไม่ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาที่น่าสนใจก็คือการที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าจะนำเงินไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด “ไม่มีรั่วไหลแม้สตางค์เดียว”ขอให้จริงเถอะ...เพราะนักการเมืองเวลาจะเอาเงินก็มักจะพูดแบบนี้แต่พอได้ไปแล้วก็ฟาดกันปากมันคือความไม่น่าเชื่อถือวันนี้รัฐบาลได้บริหารประเทศเข้าถึงรายละเอียดของเนื้อหาแล้วพูดอะไร ทำอะไรจะต้องรับผิดชอบ 100%"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม