ตามปกติ หลังจากรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารงานมักจะมีการ “โยกย้ายข้าราชการนอกฤดูกาล” อยู่เสมอ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อความคล่องตัว ตอบโจทย์การปฏิบัติงานที่เปลี่ยนไป นอกจากนั้น ยังเป็นการสลายขั้วอำนาจเก่าในกระทรวงที่อาจจะมีการ “ลองของประลองปัญญา” รมว.ใหม่อีกด้วยแต่เรื่องนี้กลับกลายเป็นประเด็นร้อนๆ เมื่อ รมว.เกษตรและสหกรณ์ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” สั่งย้ายฟ้าผ่า นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ โดยที่นายราเชนไม่ยอมรับ และออกมาระบุว่า เป็นการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมโดยนายราเชนให้เหตุผลว่า การย้ายครั้งนี้อาจมี “ผลประโยชน์” และ “พวกพ้อง” เข้ามาเกี่ยวข้องตามที่เป็นข่าวออกมา ซึ่งกรณีนี้คงต้องพิสูจน์ทราบกันต่อไป และคาดว่าอาจจะต้องไปจบที่การฟ้องร้องระหว่างกัน เพราะต่างฝ่ายต่างปล่อย “ไทม์ไลน์” และ“คลิปลับ” มาแฉฝั่งตรงข้าม และอาจจะมีผลให้ตำแหน่ง รมว.ของนายสุริยะ สั่นคลอนขณะเดียวกัน ในฝั่งกระทรวงการคลัง หลังจากที่ปลัดคลังได้ยื้อใบลาออกของ “กุลยา ตันติเตมิท” อธิบดีกรมสรรพากร มาระยะหนึ่งแต่ก็ไม่สำเร็จ สัปดาห์ที่ผ่านมา “กุลยา” ตัดสินใจลาออกจากราชการ ทั้งที่อายุราชการยังเหลืออีก 5-6 ปี และก่อนหน้านี้คนในกระทรวงการคลังรู้ดีว่า “กุลยา” คือเต็งหนึ่งที่จะขึ้น “ปลัดกระทรวงการคลัง” คนต่อไปทำให้เกิด “เครื่องหมายคำถาม” ตัวใหญ่ๆว่า เหตุผลอะไรที่ทำให้ข้าราชการที่มีผลงานโดดเด่น และมีอนาคตที่ดีตัดสินใจ “เกษียณตัวเองก่อนกำหนด” สมองไหลจากภาครัฐออกไปทำงานให้ภาคเอกชน โดยไม่ได้อ้างปัญหาสุขภาพแต่อย่างใด ทำให้มีเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ว่า หรือจะเหตุคับข้องใจอะไร รวมทั้งมีเหตุผลทางการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ทั้งนี้ เท่าที่ “มิสเตอร์พี” คุยๆกับหลายๆคนในแวดวงการเมืองมา ทราบว่า ในช่วงใกล้ๆนี้ยังมีอีกหลายกระทรวงที่เตรียมเสนอปรับโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ช่วงนอกฤดูกาลเช่นเดียวกัน หลังจากที่ “เจ้ากระทรวงคนใหม่” เข้ามารับตำแหน่งแล้วระยะหนึ่ง ซึ่งคงต้องจับตาการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (5 พ.ค.) ว่า จะมีกระทรวงไหนมีการเสนอปรับโยกย้ายข้าราชการหรือไม่อย่างไรก็ตาม ในส่วนตัว “มิสเตอร์พี” หากจะพูดกันแบบแฟร์ๆไม่เข้าข้างใคร เมื่อเราเป็น รมว. ใหม่ แต่ข้าราชการไม่ทำตามนโยบาย โดยไม่มีเหตุผลที่เหมาะสม หรือทำงานแบบเกียร์ว่าง โนเกียร์ หาผลประโยชน์ให้พวกพ้อง เจ้ากระทรวงก็ควรสามารถปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นได้ แต่ที่สำคัญที่สุด การโยกย้ายข้าราชการต้องไม่ได้มาจากการรับสินบน การกลั่นแกล้ง หรือมีผลประโยชน์หรือพวกพ้องเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะวันนี้โลกมันเปลี่ยนไปสู่ยุคดิจิทัล ยุคของความโปร่งใส “ความลับไม่มี จะมีก็แต่คลิปลับ”ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการประจำ หรือข้าราชการการเมือง “ความซื่อสัตย์ สุจริต และมุ่งมั่นทำงานเพื่อประเทศชาติ” เท่านั้นที่จะเป็นเกราะที่สำคัญใช้ป้องกันตัวได้.มิสเตอร์พีคลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม