ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ ความเป็นไปของพรรค การเมืองต่างๆซึ่งมีทั้งดีขึ้นและทรุดต่ำลง ล้วนเป็นเรื่องของอนิจจังทั้งนั้น“ภูมิใจไทย” กำลังโดดเด่นมาแรงแซงโค้งเป็นแกนนำรัฐบาล“เพื่อไทย” ที่เคยรุ่งโรจน์ก็กำลังหาทางให้พุ่งขึ้นมาอีกหลังจากทรุดต่ำลง“ประชาชน” พรรคคนรุ่นใหม่ที่เจอมรสุมรุมเร้าหลายเรื่องหลายราว“ประชาธิปัตย์” พรรคเก่าแก่ที่วูบมานานก็หาทางฟื้นตัวขึ้นมาเรื่อยๆล่าสุดศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองก็รับคำร้องที่ ป.ป.ช.ยื่นให้ดำเนินการในเรื่องการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง 44 สส.ที่เข้าชื่อขอแก้ไข ม.112ปรากฏศาลรับคำร้องแต่ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่สำหรับ 10 สส.พรรคประชาชนถือว่าโชคดีไปแม้คดีนี้จะต้องใช้เวลาอีกนานว่า 44 คนนั้นมีความผิดหรือไม่ ก็ต้องสู้กันต่อไป แต่ในช่วงนี้ทุกอย่างยังอยู่ในภาวะปกติคือสามารถปฏิบัติหน้าที่ สส.อย่างเต็มที่ก็ว่ากันไปอีกทั้งจะปรับทัพเปลี่ยนแปลงอะไรก็ทำได้เลย เพื่อเตรียมพร้อมรองรับกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตข้างหน้าพูดง่ายๆว่ายังมีเวลาหายใจหายคอได้เว้นแต่อย่าไปพูดหรือเกี่ยวโยงกับรูปคดี เดี๋ยวศาลจะเปลี่ยนคำสั่งได้ก่อนจะถึงจุดนี้ดูเหมือนพรรคประชาชน จะเคลื่อนไหวกล่าวหาว่า ป.ป.ช. 2 มาตรฐานคือ การไม่รับคำร้องคดีที่ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” ถูกศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่ามีความผิดคดี “ซุกหุ้น”อ้างว่าคนละฐานความผิดไร้เจตนาแจ้งเท็จทำให้ ป.ป.ช.ถูกยำเละข้อหาช่วยเหลือ “ศักดิ์สยาม” ผูกโยงไปถึง สว.ที่แต่งตั้ง ป.ป.ช.เข้ามาทำหน้าที่เพราะการรับคำร้องสวนทางกับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญแต่ ป.ป.ช.กลับรับคำร้องเรื่องที่ 44 สส.ผิดจริยธรรมก็นัวเนียกันอยู่ตรงนี้แหละ...คงต้องไปรอดูผลจากคำตัดสินของศาลฎีกาว่า 44 สส.มีความผิดหรือไม่ เพราะหากผิดก็จะทำให้พรรคประชาชนเสียขุนพลไปทันทีหรือถ้าโชคดีก็มีความผิดไม่กี่คนเพราะคดีจะมีการพิจารณาเป็นรายบุคคลไม่ได้เป็นกลุ่มก้อนรวมกันทั้งหมดอยู่ที่พฤติกรรมของแต่ละบุคคลว่าเข้าข่ายหรือไม่?ที่น่าสนใจไม่น้อยคือพรรคเพื่อไทย เพราะวันที่ 11 พ.ค.2569 “ทักษิณ ชินวัตร” เจ้าของพรรคตัวจริงเสียงจริงจะได้รับการพักโทษออกมาโลดแล่นได้อย่างเต็มที่จึงไม่แปลกที่แกนนำพรรครวมทั้งลูกสาว “แพทองธาร ชินวัตร” จะเคลื่อนไหวด้วยการชุมนุมบรรดาแกนนำทุกรุ่นเพื่อแสดงจุดยืนว่าพวกเขายังสมานสามัคคีกันดีเหมือนจะเป็นการต้อนรับ “นายใหญ่” กลายๆข้อสำคัญก็คือ “ทักษิณ” จะวางบทบาทตัวเองในทางการเมืองอย่างไร จะหยุดหรือจะเดินหน้าต่อ ล้วนมีผลต่อการเมืองไทยและ “เพื่อไทย” อย่างแน่นอนจากการประเมินกันมีความเป็นไปได้มากว่าน่าจะเดินหน้าต่อและลูกพรรคก็คงอยากให้เป็นไปอย่างนั้นแต่ก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาเป็นสำคัญหากยังออกมาซู่ซ่าเหมือนเก่าอาจจะจบไม่สวยได้!ลิขิต จงสกุลคลิกอ่านคอลัมน์ “สับรางวันอาทิตย์” เพิ่มเติม