ความมั่นคงแบบไม้หลักปักขี้เลน พล.ท.พงศกร รอดชมภู ที่ปรึกษาคณะบริหารพรรคประชาชน และอดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ขยับมุมคิดในยามที่รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ถูกท้าทายจากมิติความมั่นคงทั้งในและนอกประเทศหลังแบ่งงานกำกับดูแลหน่วยความมั่นคง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กำกับดูแล สมช. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ กำกับดูแลสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)รวมถึงนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาจบไปเรียบร้อย โดยเน้นย้ำบริหารราชการแผ่นดินภายใต้ความไม่แน่นอนรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและภูมิรัฐศาสตร์โลกส่งเสริมความมั่นคงชายแดนให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบและแก้ปัญหาข้ามพรมแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค เพื่อสร้างความสงบสุขให้สังคมไทยปัญหามั่นคงชายแดน แก้ปัญหาไทย-กัมพูชาด้วยสันติวิธีตามกลไกทวิภาคี แก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้ พัฒนาระบบป้องกันประเทศ พัฒนาศักยภาพกองทัพให้มีความพร้อม สอดคล้องบริบทความมั่นคงในปัจจุบันและอนาคตรัฐบาลแบ่งงานความมั่นคงแยกส่วนต่างคนต่างพายบั่นทอนเอกภาพรัฐพร้อมสะท้อนให้เห็นความมั่นคงนิยามไปถึง อาทิ ด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยา วัฒนธรรม การทหาร เทคโนโลยี โดยคนที่ดูความมั่นคงต้องบูรณาการทุกด้าน ก่อนมีเข็มมุ่งเลือกความมั่นคงของชาติบนหลักการทั่วไป ทั้งได้เงินเข้าประเทศจากไหน ถ้าไม่มีเงินเข้าประเทศนั่นหมายความว่าไม่มีความมั่นคง“ไทยถูกบ่อนทำลายจากการเงินหรือไม่ โดยถูกทำลายเศรษฐกิจ เซาะกร่อนบ่อนทำลายสังคมหรือไม่ ภัยที่ทำลายมาจากไหนเช่น สงครามยูเครน-รัสเซีย สู้ด้วยกำลังทหาร แต่วัดผลแพ้ชนะที่โรงกลั่นน้ำมัน การสู้รบจึงไม่เหมือนสมัยก่อนที่สู้รบแบบประจันหน้าความมั่นคงต้องทำให้ศักยภาพของไทยเหนือกว่าชาติอื่น เช่น ไต้หวันมีเทคโนโลยีผลิตชิปที่ทั่วโลกต้องการ จีนก็ไม่กล้าโจมตี สหรัฐฯก็ไม่กล้าปล่อยไต้หวัน เป็นการป้องปรามจนชาติอื่นไม่มายุ่ง”นิยามความมั่นคงยุคใหม่จึงต้องมีเงิน-เทคโนโลยี ที่กลายเป็นอำนาจป้องปรามชาติอื่นโจมตี ขอย้ำความมั่นคงไม่ใช่แค่ทหาร แต่รวมถึงศักยภาพที่เหนือกว่าด้านอื่นๆด้วย จนชาติอื่นไม่กล้าแหย่แต่ต้องดูด้วยว่าเงินที่ได้มาเป็นการบ่อนทำลายชาติหรือไม่ เช่น ทุนศูนย์เหรียญที่เข้ามา ทุนที่เข้ามาทุบทำลาย SME ของไทยเกือบหมด แม้แต่ทุนใหญ่ยังไปอยู่กับทุนเหล่านี้ ขอตั้งข้อสังเกตว่าตราบใดที่ทุนใหญ่เหล่านี้เป็นคดีความแล้วเงียบหาย ขอให้เข้าใจว่า ไทยกำลังถูกคุกคามด้านความมั่นคง แต่ไม่มีใครกล้าพูดขณะนี้รัฐบาลยังเปิดกว้างหนักกว่ารัฐบาลยุคพรรคเพื่อไทย สุดท้ายได้สินค้าไม่มีคุณภาพ การฟอกเงิน และเงินไหลกลับต่างประเทศผ่านแอปพลิเคชันต่างชาติสุดท้ายคือการรุกรานสร้างความไม่มั่นคงทำให้ไทยอ่อนแอพ่ายแพ้ทางเศรษฐกิจฉะนั้นรัฐบาลที่แยกส่วนกำกับดูแลงานความมั่นคง ต่างคนต่างไปคนละทาง การขับเคลื่อนไม่สอดประสานก็ไร้พลัง ควรหารองนายกฯด้านความมั่นคง เพื่อดูภาพใหญ่ผสมผสานทุกมิติเกี่ยวกับความมั่นคงให้มีเอกภาพ ภาษาชาวบ้านคือไปบี้ สมช.กำหนดยุทธศาสตร์ความมั่นคง โดยมีฝ่ายการเมืองคอยชั่งน้ำหนักตัดสินอย่างจุดยืนบนเวทีโลกไทยอยู่ฝ่ายไหน ไทยถูกมองว่า “เป็นนกหลายหัว” ตามความหมายของมาเคียเวลลี เวลาที่ผู้ชนะเขาก็หยามเหยียดคุณ ส่วนผู้แพ้ก็เกลียดคุณ คุณไม่มีเพื่อน บางยุค รมว.กลาโหมของไทยไปขึ้นเวทีสหประชาชาติ ไทยไม่มีเพื่อนเลย ก็ถูกต้อง เพราะไทยมีนโยบายแบบ “ไม้ หลักปักขี้เลน”ไทยจะมีเพื่อนได้ เช่น ยุโรป ยึดกฎสหประชาชาติ ไม่ยุ่งกับสหรัฐฯที่โจมตีอิหร่าน ไทยต้องมีหลักการแบบนั้นบ้าง จากหลักการที่แน่นทำให้ไทยวิจารณ์ได้ ทั้งสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน กรณีทำขัดต่อกฎสหประชาชาติสถานการณ์แบบนี้ไทยต้องคิดให้เป็น มีจุดยืน มีหลักการ ถึงกลายเป็นแบบโอมาน ปากีสถาน ตุรกี ที่มีพฤติการณ์ไม่เข้าใครออกใคร จนได้รับความเกรงใจจากชาติต่างๆ แต่กรณีประเทศไทยขอย้ำว่าเป็น “ไม้หลักปักขี้เลน” ที่เอาแต่ประจบสอพลอใช่หรือไม่ สุดท้ายไม่มีประเทศไหนเชื่อไทยถึงวันนี้รัฐบาลอนุทินพลัสต้องมี “รองนายกฯด้านความมั่นคง” พล.ท.พงศกร บอกว่า ถูกต้อง เพื่อตัดสินใจแต่ละย่างก้าวของไทย นับตั้งแต่วันนี้สำคัญมาก ที่มีสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม ขณะนี้เดินเข้าสู่ความมั่นคงนำเศรษฐกิจแล้วโดยเฉพาะวิกฤติภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังไปสู่ปรากฏการณ์สหรัฐฯครองน้ำมัน จีนคุมเศรษฐกิจ โลกเดินเข้าสู่ยุคความมั่นคงขับเคลื่อนเศรษฐกิจบทบาท “รองนายกฯด้านความมั่นคง” ต้องกำหนดนโยบาย เพื่อให้หน่วยงานมั่นคง โดยเฉพาะ สมช.วางยุทธศาสตร์รับมือภูมิรัฐศาสตร์ผันผวน พล.ท.พงศกร บอกว่า ใช่ แต่นโยบายด้านนี้ของรัฐบาลอ่านแล้วไม่มีอะไร เป็นเรื่องกว้างๆไร้ทิศทาง-ไปแก้ปัญหาเอาดาบหน้าส่วนหนึ่งอาจเกิดจากปัญหาโครงสร้างรัฐไทยที่ไปผูกอยู่กับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แม้มีการทบทวนก็ยังทำให้ก้าวไม่ทันโลก เพราะเทคโนโลยีค่าเฉลี่ยเปลี่ยนทุก 1.5 ปี อีกปัญหาต้องแก้ไข โดยสร้าง SME ให้แข็งแรงแบบเยอรมนี ญี่ปุ่น เพื่อกระจายฐานแต่ขณะนี้การแบ่งงานกำกับดูแลหน่วยงานความมั่นคงไม่มีเอกภาพ พล.ท.พงศกร บอกว่า ต้นทางดูแลด้านความมั่นคงอย่าง เซอร์ โรเบิร์ต ทอมป์สัน ที่ดูปมโจรคอมมิวนิสต์มลายาจนประสบผลสำเร็จ เป็นต้นแบบประกาศ 66/23บนหลักการ เช่น เอาประชาชนเป็นตัวตั้งชิงมวลชน ให้ได้ เจ้าหน้าที่รัฐเคารพกฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยต้องมีความสัมพันธ์สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันพอแยกการกำกับดูแลปั๊บหลักการ ใหญ่พังพาบสมมติ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป้าหมายใหญ่ คือ ความปลอดภัย แล้วเศรษฐกิจก็ถูกปั๊มขึ้นมาเอง แต่ที่ผ่านมาเกือบทุกพฤติกรรมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำผิดหลักการ ใหญ่ของเซอร์ โรเบิร์ต ทอมป์สัน ที่ต้องชิงมวลชนก่อน แต่กลับไปรังแก เจ้าหน้าที่รัฐไม่เป็นที่พึ่งสุดท้าย จะไปเปลี่ยนความคิดได้อย่างไรจนเกิด “อุตสาหกรรมความมั่นคง” ที่มีการทุจริตทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายนู้น กลายเป็นการ “เลี้ยงไข้” โดยเกิดขึ้นตั้งแต่ทุ่มงบประมาณลงไปหนักๆ ขณะนี้เข้าสู่ปีที่ 22 ใช้งบประมาณไปหลายแสนล้านบาท ทำไมถึงเปลี่ยนวิธีคิดไม่ได้ฉะนั้นนอกจากยึดหลักการของเซอร์ โรเบิร์ต ทอมป์สันแล้ว ถึงเวลาเลิกใช้กำลังพลจำนวนมาก เปลี่ยนไปใช้โดรน กล้อง AI-ระบบตรวจจับเสียงปืน เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย และใช้เครื่องตรวจเขม่าดินปืนยืนยันตัวตนผู้กระทำผิดรวมถึงดึงแนวร่วม กองกำลังต่างๆดึงมาอยู่ฝ่ายไทย โดยจับเข่าคุยกับมาเลเซีย เปิดพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้ที่ไม่ได้เป็นอาชญากร แต่ถูกกลั่นแกล้งเข้ามาในพื้นที่นี้ มีเจ้าหน้าที่ไทย-มาเลเซียเจรจาพูดคุย เชื่อว่าประมาณครึ่งหนึ่งจะหลุดออกจากวงโคจรนี้ อย่าทำให้ขบวนการที่เหลือปั่นป่วนต้องการเสนอให้ยกเครื่องหน่วยงานมั่นคง พล.ท.พงศกร บอกว่า ขอให้เริ่มจากรัฐบาล ควรรู้ว่างานมั่นคงต้องบูรณาการ ถ้าแยกส่วนแบบนี้จะกลายเป็น “อุตสาหกรรมความมั่นคง” โดยเฉพาะปัจจุบันสถานการณ์ความมั่นคงของโลกต้องมีรองนายกฯด้านความมั่นคง เอาความมั่นคงนำตามด้วยด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ที่ต้องสัมพันธ์กัน.ทีมการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม