จบมหาสงกรานต์ สิ้นสุดเทศกาลแห่งความสุข กลับสู่โหมดเผชิญทุกข์ คนไทยหนีไม่พ้นวิบาก กรรมร่วมของชาวโลก ที่ชะตากรรมแขวนอยู่บน “เชือก บังเหียน” บังคับม้าของ “คาวบอยไบโพลาร์”อารมณ์เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย สไตล์ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เพี้ยน บ้า ฉลาด เจ้าเล่ห์ อยู่ในคนเดียวกันมันจึงเดาทางลำบาก คาดการณ์ยาก แนวรบอ่าวเปอร์เซียจะลากยาวไปอีกนานแค่ไหน ในสถานการณ์มาถึงจุดที่ทั้งสหรัฐฯและอิหร่าน ต่างฝ่ายต่างยึด “ช่องแคบฮอร์มุซ” เป็นด่านสกัดเรือน้ำมันล็อกความเดือดร้อนของพลเมืองโลกเป็นตัวประกันก่อวิกฤติพลังงานหนักหนาสาหัสสุดในประวัติ ศาสตร์มวลมนุษยชาติ แต่หมายเหตุในวงเล็บ สหรัฐฯ ในฐานะคู่ตะลุมบอนในการเปิดแนวรบตะวันออกกลาง “เขย่าตลาดน้ำมัน” กลับไม่สั่นสะเทือนเท่านานาชาติตลาดหุ้นมะกันพุ่งขึ้นสวนทางสงครามอ่าวเปอร์เซียและในสถานการณ์นัวเนีย ก็เป็น “คาวบอยทรัมป์” เอง ที่โพสต์อวดภาพเรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากได้ “ปรับหางเสือ” เปลี่ยนทิศ มุ่งสู่ตลาดสหรัฐอเมริกาแทนแหล่งเก่าในตะวันออกกลางที่ติดด่านสู้รบ“อเมริกันเฟิสต์” เข้าเป้า “บวก” มากกว่า “ลบ”สื่อเป็นนัย วอชิงตันพร้อมลากยาวสงครามที่ “กำไร” มากกว่า “ขาดทุน”ในจังหวะยกระดับเกมกระแทกดุล “มหาอำนาจ” ยุทธศาสตร์ “คาวบอยทรัมป์” ล็อกช่องแคบฮอร์มุซย้อนเกล็ดอิหร่าน สามารถลากมังกรจีนโผล่ออกฉากหน้าไม่อาจซ่อนเร้นกายเป็นพันธมิตรทางลับของรัฐบาลเตหะรานต้องแสดงตัวส่งสัญญาณคำรามขู่สหรัฐฯห้ามยุ่งกับเรือจีน รัฐบาลปักกิ่งไม่อาจนิ่งอยู่ในสถานะ “สปอนเซอร์ หลัก” อย่างไม่เป็นทางการของอิหร่าน คอยเก็บตกผลประโยชน์จากภาวะช่องแคบฮอร์มุซสะดุดเพราะส่อเค้าโดนอุดเส้นทางน้ำมันตีบตันเหมือนกันไฟต์บังคับให้เทกแอ็กชันระดับที่ “หวัง อี้” รมว.ต่างประเทศของจีนต่อสายตรงถึง “อับบาส อารักชี” รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เรียกร้องให้ดำเนินการฟื้นฟูการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาเป็นปกติพญามังกรกัดฟันคำรามให้เตหะรานเปิดร่องน้ำสากลพอดีเข้าล็อก “คาวบอยทรัมป์” ตีกิน อ้างรัฐบาลปักกิ่งตอบตกลง เห็นพ้องในมติร่วมกับวอชิงตัน จะไม่ส่งอาวุธหนุนอิหร่าน อารมณ์รวบรัดตัดจบ “ทรัมป์” ชิงเคลมเองเออเองบอกจีนมีความสุขมากๆที่สหรัฐฯกำลังเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวรและประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” จะโอบกอดกับตนเองแน่นๆเต็มอ้อมแขน ในการเดินทางเยือนแผ่นดินจีนอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 14—15 พฤษภาคมนี้ข่าวดีสุดๆของชาวโลก ถ้าไม่บังเอิญสะดุด “เชื่อทรัมป์ระวังออกลูกเป็นลิง”ณ จุดที่ผู้นำ “คาวบอยไบโพลาร์” กล้าล้อเล่นไม่เว้น พระเยซู ด่ากราดได้แม้แต่พระสันตะปาปา อารมณ์เพี้ยน แฝงเจ้าเล่ห์ แยกไม่ออกบ้าจริง บ้าหลอก บ้ารู้มิติสงครามภูมิรัฐศาสตร์ซับซ้อน ยากเกินหยั่งสถานการณ์โลกไม่อาจฝากชะตากรรมไว้กับเส้นบางๆอารมณ์ขึ้นๆลงๆของ “คาวบอยไบโพลาร์” พลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้าได้แค่เสี้ยวนาทีไม่มีโลกสวยในทุ่งลาเวนเดอร์ อย่าคาดหวังลมๆ แล้งๆใครเตรียมตัวตั้งรับวิกฤติขั้นร้ายแรงดีสุด นั่นคือ “รอดก่อน”แน่นอน มันคือโจทย์กดดันสำหรับประเทศไทยที่วิกฤติพลังงานหนักหนากว่านานาชาติ จากสภาพ “การเมืองมั่วน้ำมัน” ปล่อย “ไอ้โม่ง” ฉวยปล้นซ้ำวิกฤติสงคราม ฉุดความเชื่อมั่นรัฐบาล “อนุทิน 2 พลัส” ภายใต้การนำของ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” ที่บริหารแบบเมาหมัดจน “น้ำมันหมดปั๊ม”แต้มศรัทธา “เกลี้ยงถัง” ตั้งแต่ยังไม่ทันออกสตาร์ตรอบใหม่แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในภาวะมืดมนอนธการจากควันสงครามไร้แสงสว่าง มันก็พอเห็น “จุดประกายความหวัง” ในเชิงบริหารสร้างหลักประกันให้ประชาชนพอจะคลายกังวลภาวะน้ำมันขาดแคลนจนต้องปันส่วนกับคิวสดๆร้อนๆที่ “ทูตอ้วน” สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ นำคณะใหญ่บินลัดฟ้าไปเยือนรัฐสุลต่านโอมานอย่างเป็นทางการเปิดดีลขยายความร่วมมือในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานโดยเงื่อนไขสถานการณ์ผูกมิตรกับชาติผู้ค้าน้ำมันใหญ่ที่ทรงอิทธิพลในตะวันออกกลาง และมีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือลูกเรือไทยที่ถูกอิหร่านถล่มในช่องแคบฮอร์มุซ จุดที่เชื่อได้ในศักยภาพโอมานเป็นพันธมิตรที่ไทยสามารถพึ่งพาแหล่งน้ำมันได้ในภาวะวิกฤติตัวแทนรัฐบาลไทยกับโอมานปิดดีลกันโดยตรง พร้อมๆกับสัญญาณบวกจากภาคธุรกิจเอกชน ล่าสุดเครือยักษ์ ปตท.โดย “ดร.เอ้” คงกระพัน อินทรแจ้ง ซีอีโอใหญ่ ได้ยืนยันผ่านแถลงการณ์การันตีแผน “ป้องกันไม่ขาดน้ำมัน” สกัดภาวะขาดแคลนน้ำมันในประเทศด้วยการเร่งบริหารจัดการความมั่นคงพลังงานเชิงรุก ปรับแผนการจัดหาน้ำมันดิบนอกพื้นที่ความขัดแย้ง โดยใช้ศักยภาพทางการค้าระหว่างประเทศและเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลกอย่างเต็มที่ไม่ติดเงื่อนไข แม้ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นกับภาระสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นกว่า 2.3 แสนล้านบาท ต้นทุน ดอกเบี้ยเพิ่มกว่า 7 พันล้าน เพื่อเป็นต้นทุน “ลดความเสี่ยง” ของประเทศไทยจากภาวะขาดแคลนน้ำมันยักษ์ ปตท. “เฉือนเนื้อ” คืนกำไรให้สังคมไทยแบบไม่อั้นแน่นอน นี่คือเครดิตความเชื่อมั่นที่กระตุกโดยผู้บริหารภาคเอกชนและตัวแทนรัฐบาล จากฟอร์มบริหารเน้นสร้างหลักประกัน วิ่งหาน้ำมันล่วงหน้า ไม่ผูกชะตาไว้กับช่องแคบฮอร์มุซอีกจุดที่เป็นประกายความหวังต่อเนื่อง โดยเฉพาะชาวนา ชาวไร่ ชาวสวนก็คือคิวของ “เดอะซัน” นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่รีบบินด่วนไปเจรจา เปิดดีลซื้อ “ปุ๋ยยูเรีย” โดยตรงกับรองนายกฯสหพันธรัฐรัสเซียเคลียร์ภาวะปุ๋ยแพง แก้ปัญหาปัจจัยผลิตการเกษตรขาดแคลนล่วงหน้าได้ปุ๋ยรัสเซียมาผ่อนกลไกตลาด บีบแก๊งกักตุนให้คายสินค้าโดยอัตโนมัติปฏิเสธไม่ได้ นี่คือฟอร์ม “มือบริหารอาชีพ” ที่เชี่ยวเชิงธุรกิจ คิดข้ามช็อต มองปัญหาทะลุ อย่างน้อยก็กระตุ้นความเชื่อมั่น กระตุกความหวังประชาชนในการประคองวิกฤติสงครามในยามที่รัฐบาลเซราะกราว ขาดแคลนมืองานยิ่งกว่าน้ำมันด้วยสภาพข้อจำกัดของ “พรรคภูธร” ค่ายภูมิใจไทย ที่เติบโตมาจากการเมืองท้องถิ่นบ้านใหญ่ มีจุดด้อยในด้านวิชันในเชิงแก้โจทย์ปัญหาระดับประเทศ“จังหวะนรก” เจอวิกฤติระดับโลกเลยไปกันไม่เป็นอาการสำลักน้ำมันแบบที่ “นายกฯอนุทิน” ต้องเล่นบท “เตมีย์ใบ้” หนีคำถามสื่อไล่บี้ปม “ไอ้โม่ง” แบบรายวัน ฟอร์มเดียวกับ “โกเกี๊ยะ” นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม อดีตหัวขบวน ศบก. ที่พรรคประชาชนต้องขึ้นป้ายประกาศตามหาคนหาย เร้นกาย ซุ่มโป่งหลบมุมทอดสมอเรือหลบมรสุม พายุ “เสี่ยตือ” ที่พุ่ง เข้ากระแทกต่อเนื่องในเมื่อเรื่อง “ไอ้โม่ง” มันฝังลึกในอารมณ์แค้นของประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร ยากจน ที่ต้องถือแกลลอน แบกปี๊บ เดือดร้อนต่อคิวแย่งเติมน้ำมันแบบข้ามวันข้ามคืนแถมโดน “ลักหลับ” ขึ้นราคาน้ำมันดีเซลแบบ ไม่ทันตั้งตัวอาการชาวบ้านร้านตลาดทั้งกลัว ทั้งระแวง ทั้งค้างคาใจ ตราบใดที่ยังไม่มีการล็อกคอ “ไอ้โม่ง” มาลงทัณฑ์กันจะจะ สะท้อนลีลาลูบหน้าปะจมูกปริศนา “เสี่ยตือ” ลูกหนี้ “โกเกี๊ยะ” ก็ยังเป็นชนักปักกลางอกรัฐบาลสถานการณ์ “ยิ่งดิ้นยิ่งเข้าเนื้อลึก” พยายามปัดออกยิ่งมัดแน่น แบบที่ “เสี่ยขิง สุดซอย” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ขันอาสามากู้สถานการณ์ สกัดไฟลามบ่อน้ำมันเขากระโดงอาศัยม็อบหน้าม้า แห่ยุทธการ “ทุบโรงกลั่น” โยนไฟป้ายบาปให้เอกชนฟอร์มดุดัน ตั้งท่าลุยปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน กระตุกสัญญาณบู๊กลุ่มทุนพลังงานปฏิบัติการตีปี๊บด้วยมุกถนัดขาใหญ่ม็อบ แท็กทีมขบวนแห่แก๊งสลิ่ม ผนึกก๊วนม็อบเหลืองพันธมิตร ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว เชียร์อัป “ลูกเลี้ยงลุงกำนัน” ประชันเสียงโห่ของ “ขบวนคนรู้ทัน” ดักทาง ดักไต๋ มันก็แค่ “เบี่ยงเป้า” กลบเกลื่อนไอ้โม่ง โยงย้อนไปถึงวีรกรรม “ก๊วนสุดซอย” ที่กระทรวงอุตสาหกรรมทุบไป เคลียร์ไป สูตรตำรา “กำนันพุนพิน” กับ “ครูใหญ่เขากระโดง”ในสภาพที่ผู้นำรัฐบาลต้องนิ่งเป็นเตมีย์ใบ้ เกรียนไม่ไหว มุกตลกบริโภคชักฝืด ด้วยสภาพต้นทุนติดลบหนัก “ไอ้โม่งปล้นน้ำมัน” กระตุกสังคมหวาดระแวง กระแสรัฐบาลเซราะกราวดำดิ่งระดับนี้ไม่อาจกู้ด้วย “ก๊วนลูกเทพ” ที่คุมอำนาจทีม “อนุทิน 2 พลัส”โจทย์ยากเกินมือรัฐมนตรีที่ถนัดแค่ปั่นกระแสโซเชียลฯ เน้นอีเวนต์ไปวันๆบริหารด้วย “บารมีพ่อ” มากกว่าจะมีแสงในตัวเอง.ทีมการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม