จากผลกระทบจากภาวะวิกฤติพลังงาน ในภาวะสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ นอกจากส่งผลต่อราคาน้ำมัน ก๊าซ และผลกระทบ ต่อเนื่องไปถึงภาวะเศรษฐกิจ จากราคาสินค้า ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น เป็นโจทย์หลักของประเทศไทยที่รัฐบาลชุดใหม่เร่งหามาตรการแก้ไข ช่วยเหลือประชาชนนอกจากนี้ ยังมีหลายฝ่ายออกมาแสดงความเป็นห่วงผลกระทบด้านสังคมที่จะตามมาหากเศรษฐกิจเกิดภาวะฝืดเคือง ข้าวยากหมากแพง โดยเฉพาะปัญหาการก่ออาชญากรรม ลักเล็กขโมยน้อย ลักวิ่งชิงปล้น กระทบกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเช่นกัน จึงเป็นอีกโจทย์ที่รัฐบาลจะต้องสั่งการให้เตรียมมาตรการดูแลแน่นอนในส่วนนี้ กระทรวงมหาดไทย ที่มีภารกิจหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุขประชาชน จะต้องเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ได้นำ 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการเข้ากระทรวง และได้แสดงความมั่นใจว่า แม้ 3รมช.จะหน้าใหม่ แต่มั่นใจว่าจะทำงานอย่างเสียสละเพื่อประชาชนได้ทั้งในเรื่องการทำงานร่วมกับข้าราชการ การดูแลประชาชน ทุกคนต่างมีทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ มีความรู้ความสามารถ และไม่ใช่มือใหม่ มีประสบการณ์ สัมผัสใกล้ชิดชาวบ้านในพื้นที่ ประชาชนเลือกเข้ามาเป็น สส.มาแล้วหลายสมัย อย่างไรก็ดีได้กำชับว่าการทำงานอย่าช้า และอย่าล้า สั่งงานวันนี้อาจจะต้องเสร็จตั้งแต่เมื่อวานที่สำคัญการทำงานของกระทรวง มหาดไทยในยุคนี้ ทั้งข้าราชการ และฝ่ายการเมืองคุมนโยบายจะทำงานอย่างเป็นเอกภาพ เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยเฉพาะรัฐมนตรีทุกคนมาจากพรรคการเมืองเดียวกัน และรัฐมนตรีทุกคนสามารถทำงานทุกด้านทดแทนกันได้ ไม่จำเป็นต้องทำเฉพาะสายงานที่ได้รับมอบหมายกำกับดูแลเท่านั้นอย่างไรก็ดี แม้นายกฯจะสร้างความมั่นใจถึงการทำงานดูแลประชาชนในระดับหนึ่ง แต่หลายฝ่ายก็ยังเป็นห่วงถึงประสบการณ์ในการทำงานบริหารของรัฐมนตรีช่วย เพราะกระทรวงมหาดไทยมีงานที่ต้องเกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนแทบทุกด้าน ทั้งการดำรงชีพ ที่ดิน น้ำ ไฟฟ้า ไปจนถึงภัยพิบัติสาธารณะแน่นอนว่าการทำงานดูแลประชาชนต้องอาศัยกลไกราชการ แต่อีกทางฝ่ายนโยบายก็จะต้องเป็นผู้นำแนวทางภาคปฏิบัติ โดยเฉพาะในภาวะวิกฤติประเทศ หากมัวเดินตามข้าราชการ ก็จะเข้าลักษณะรัฐราชการบริหาร จึงเป็นเรื่องที่รัฐมนตรีหน้าใหม่ที่ถูกค่อนแคะว่าเป็นลูกเทพจะต้องพิสูจน์การทำงาน ลบล้างคำว่ามือใหม่หัดขับให้ได้.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม