ไม่น่าเชื่อนะครับ สหรัฐอเมริกา มหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกที่ได้ชื่อว่า เป็นประเทศเสรีประชาธิปไตยอันดับต้นๆของโลก วันนี้จะกลายเป็น “ประเทศเผด็จการ” ไปเสียแล้ว ภายใต้การนำของ จอมเผด็จการทรัมป์ ที่ชาวอเมริกันเลือกมากับมือ “รายงานประชาธิปไตย Democracy Report 2026” ของ สถาบัน Varieties of Democracy (V–DEM) มหาวิทยาลัยโกเธนเบิร์ก สวีเดน ที่เผยแพร่ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ระบุว่าสหรัฐฯได้สูญเสียความเป็นประชาธิปไตยเสรีที่มีมายาวนานเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้นำประเทศสหรัฐฯมุ่งหน้าไปสู่ “ระบอบเผด็จการ” ในอัตราที่เร็วกว่า ฮังการี และ ตุรกี เสียอีกสตาฟฟาน ลินด์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง สถาบัน V–DEM ได้เปรียบเทียบ ความเร็วในการเปลี่ยนผ่านจากประชาธิปไตยสู่เผด็จการ ว่า นายกฯออร์บาน ของ ฮังการี ใช้เวลาประมาณ 4 ปี ประธานาธิบดีวูวิชช์ ของ เซอร์เบีย ใช้เวลาประมาณ 8 ปี ประธานาธิบดีเออร์โดกัน ของ ตุรกี ใช้เวลาประมาณ 10 ปี แต่ ประธานาธิบดีทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ใช้เวลาเพียง 1 ปี ในการเปลี่ยนผ่านสหรัฐฯไปสู่รัฐเผด็จการคะแนนประชาธิปไตยของสหรัฐฯ ได้ตกต่ำลงถึงระดับที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1965 ซึ่งมีการออกกฎหมายว่าด้วยสิทธิพลเมืองสหรัฐฯ สภาคองเกรสก็อยู่ในสภาพที่แย่ที่สุด มีคะแนนต่ำที่สุดในรอบ 100 ปีเลยทีเดียว สิทธิและความเท่าเทียมของพลเมืองในสหรัฐฯรวมทั้งการแสดงความเห็นของสื่อ วันนี้ก็ตกต่ำที่สุดในรอบ 60 ปี ไม่น่าเชื่อว่าสหรัฐฯจะตกต่ำถดถอยได้มากขนาดนี้ทรัมป์ ได้รวบอำนาจทุกอย่างไว้ภายใต้ อำนาจประธานาธิบดี ก็ต้องรอดู ผลเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายนนี้ ชาวอเมริกันจะยังโง่เลือกพรรครีพับลิกันของทรัมป์อีกหรือไม่วันอังคารที่ผ่านมา สถาบันเอเชียอาคเนย์ศึกษายูซุฟ อิสฮัด (ISEAS-Yusof Ishak Institute) ในสิงคโปร์ก็เพิ่งเผยแพร่ ผลสำรวจเรื่องความกังวลทางภูมิรัฐศาสตร์ของกลุ่มประเทศอาเซียน ระบุว่า สหรัฐฯภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ เป็นความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์อันดับหนึ่งของอาเซียนสูงถึง 51.9% กังวลต่อความไม่แน่นอนของนโยบายสหรัฐฯ กังวลต่อความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯในพันธกิจระยะยาวขยายความคือ กลุ่มประเทศอาเซียนไม่เชื่อถือในตัวประธานาธิบดีทรัมป์ ที่มีความไม่แน่นอน พูดจากลับกลอกเปลี่ยนไปมาตลอดเวลาตามการแปรเปลี่ยนของอารมณ์ผลสำรวจระบุด้วยว่า ความเชื่อมั่นของอาเซียนต่อสหรัฐฯร่วงลงจากระดับ 47.2% ในปีที่แล้ว เหลือ 44.0% ในปีนี้ เมื่อถามว่า ถ้าถูกบังคับให้เลือกข้างจะเลือกฝ่ายใดเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ คำตอบจากสมาชิกอาเซียน 52.0% เลือกประเทศจีน เพิ่มขึ้น 4.3% สมาชิกอาเซียนเลือกจีน เพราะมองว่า จีนเป็นมหาอำนาจทางการเมืองที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยให้คะแนนสูงถึง 40.0% แต่ให้ราคาสหรัฐฯเพียง 29.9% เท่านั้น ทิ้งห่างกันแบบไม่เห็นฝุ่นเลยด้าน ความกังวลต่อภูมิรัฐศาสตร์ ปรากฏว่า สมาชิกอาเซียนแสดงความกังวลสูงสุดถึง 76.8% ต่อภาวะความเป็นผู้นำของสหรัฐฯภายใต้การนำของทรัมป์ รองลงมาคือ การหลอกลวงออนไลน์ระดับโลก 51.4% นี่คือความเสื่อมถอยที่สุดของสหรัฐฯในยุคทรัมป์ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน สำนักข่าวซินหัวจีน ได้เผยแพร่ ผลสำรวจของ Gallup บริษัทวิจัยชื่อดังสหรัฐฯ ระบุว่า ปี 2025 จีนมีคะแนนนิยมจากประเทศทั่วโลกแซงหน้าสหรัฐฯ โดย คะแนนนิยมความเป็นผู้นำของจีนอยู่ที่ร้อยละ 36 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 32 ในปีที่แล้ว ขณะที่สหรัฐฯได้คะแนนนิยมร้อยละ 31 ลดลงจากร้อยละ 39 เป็นคะแนนนิยมที่ทิ้งห่างมากที่สุดในรอบ 20 ปี ด้าน คะแนนนิยมของผู้นำสหรัฐฯ (ทรัมป์) ก็ลดลงในหลายประเทศที่เป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ NATO ลดลงมากที่สุด ความพินาศของโลกจากทรัมป์ในครั้งนี้ หวังว่าฟ้าจะมีตา ทรัมป์ควรได้รับการลงโทษจากพระเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในโลก ให้สาสมกับความโหดเหี้ยมที่กระทำต่อมนุษยชาติ.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม