“อนุทิน” ควง 3 รมช.เข้ากระทรวงมหาดไทย เกลี่ยเค้กแบ่งงานกันลงตัว ตั้ง KPI เข้ม ใครออกอาการล้าไปพัก ชื่นมื่นผู้นำเกาหลีใต้ต่อสายร่วมยินดี “ปกรณ์” เดินหน้าปฏิรูปกฎหมายล้าสมัยให้ทันโลก “ไชยชนก” จ่อดึง DGA กลับคืนดีอี ปั้นรัฐบาลดิจิทัล “จุลพันธ์” เจอดี ม็อบ ม.39 รับน้องตั้งแต่วันแรก ออกตัวไม่แทรกคดีตึก skyy9 “โสภณ” เกลี่ยเวลาอภิปรายรัฐบาลแถลงนโยบาย “ณัฐพงษ์” ชู “ธีมพอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” รอจัดหนักปมผลประโยชน์ทับซ้อน กล้าธรรมโวใส่เต็มที่ไม่มีออมมือ “ชัยชนะ” ตั้งแท่นซัก 4 ประเด็นหลัก ป.ป.ช.โนแคร์ชงฟันอดีต 44 สส.ก้าวไกล “เท้ง” ข้องใจแกนนำน้ำเงินกดปุ่มบรรดาคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ที่เพิ่งเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณ ทยอยเข้ากระทรวงที่แต่ละคนกำกับดูแล ขณะที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ถกตัวแทน 3 ฝ่าย หารือการจัดสรรเวลาอภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ระหว่างวันที่ 9-10 เม.ย.นี้“อนุทิน” ควง 3 รมช.เข้ามหาดไทยเมื่อเวลา 07.47 น. วันที่ 7 เม.ย. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงมหาดไทย มีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้บริหารกระทรวงร่วมต้อนรับ จากนั้นนายอนุทินเข้าสู่ห้องประชุมราชสีห์ เพื่อแนะนำตัวและพบปะข้าราชการกระทรวง ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังศาลากลางจังหวัด และที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ นายอนุทินกล่าวว่าดีใจที่ได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่อีกครั้ง ครั้งนี้ รมช.ทั้ง 3 คนเปลี่ยนไป แต่ มท.1 ยังคนเดิม รมช.ทั้ง 3 ท่าน พิจารณาแล้วเห็นว่ามีความสามารถ ไม่ใช่เด็กแล้วเกลี่ยเค้กแบ่งกรมดูแลกันลงตัวนายอนุทินกล่าวถึงการมอบหมายงานว่า จะกำกับดูแลสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และกรมการปกครองเอง ส่วนนายพลพีร์กำกับดูแลกรมที่ดิน กรมการพัฒนาชุมชน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวง นายเจเศรษฐ์กำกับดูแลกรมโยธาธิการและผังเมือง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การประปาส่วนภูมิภาค และการประปานครหลวง และนายวรศิษฎ์กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรุงเทพมหานคร องค์การจัดการน้ำเสีย และองค์การตลาดวาง KPI รมช.ล้าเมื่อไหร่ต้องพักนายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่าวาง KPI รมช.ทั้ง 3 คน ต้องทํางานหนัก KPI ไม่มีเป็นแผ่นกระดาษล้า เมื่อไหร่ต้องพักเมื่อนั้น เมื่อถามว่างานสั่งวันนี้ต้องเสร็จตั้งแต่เมื่อวานเหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่าสําหรับ 3 ท่านนี้ต้องเสร็จตั้งแต่เมื่อวานซืน เพราะทํางานร่วมกันมานานแล้ว เป็นทั้งเลขานุการตนมาก่อน เป็นลูกพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้ที่มอบหมายให้รับผิดชอบในพื้นที่ดูแลประชาชน เมื่อถามว่ารัฐมนตรีส่วนใหญ่อายุยังไม่มาก แต่ต้องทำงานกับข้าราชการที่อายุมากกว่า นายอนุทินตอบว่าเป็น สส.มาแล้วไม่ต่ำกว่าคนละ 3-4 สมัย อายุไม่มากเมื่อเปรียบกับตน แต่เขาเป็นช่วงวัยทํางาน มีคุณวุฒิ วัยวุฒิ สามารถทํางานร่วมกับทุกฝ่ายได้ มีความเข้าใจสัมผัสใกล้ชิด รับฟังความรู้สึกประชาชนได้ สำคัญมากเล่นมุกหน้าผ้าป่าไม่ใช่ฤดูกฐินผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายค้านเตรียมตีแผ่วิกฤติประเทศไทยในเงื้อมือรัฐบาลที่มุ่งปกป้องผลประโยชน์ของตนและพวกพ้อง ในวันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา นายอนุทินปฏิเสธที่จะตอบคำถาม เมื่อถามย้ำว่าฝ่ายค้านเริ่มจองกฐินอภิปรายนโยบายรัฐบาลแล้ว นายอนุทินตอบว่า “ช่วงนี้มันหน้าผ้าป่า ไม่ใช่หน้ากฐิน”ชื่นมื่น “อี แช มย็อง” ต่อสายยินดีต่อมาเวลา 13.30 น. ที่ห้องทำงาน ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทินหารือทางโทรศัพท์กับนายอี แช มย็อง (H.E. Mr. Lee Jae Myung) ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีใต้ ทั้งนี้ นายอี แช มย็อง กล่าวแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง พร้อมกล่าวถึงความประทับใจจากการพบกันเมื่อครั้งเข้าร่วมการประชุมเอเปก ที่เมืองคย็องจู พร้อมย้ำความสำคัญของไทยในฐานะมิตรประเทศที่ใกล้ชิด ที่มุ่งมั่นสานต่อความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน พร้อมหารือประเด็นสำคัญ อาทิ ด้านเศรษฐกิจ การค้า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องผลักดันการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-เกาหลีใต้ การปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ภายใต้โครงการ Thailand-Korea Breaking Chains การปราบปรามขบวนการหลอกลวงออนไลน์ (scam centers) นายอนุทินยังกล่าวเชิญนายอี แช มย็อง เยือนไทยอย่างเป็นทางการในโอกาสเข้าร่วมการประชุม สุดยอดอาเซียนเดือน พ.ย.นี้จบแถลงนโยบายถก ครม. 11 เม.ย.กระทั่งเวลา 17.20 น. นายอนุทินเดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า พร้อม พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกฯ มายังตึกบัญชาการ 1 นายอนุทินกล่าวว่า มาดูห้องทำงานของรองนายกฯ และ รมต.ประจำสำนักนายกฯว่าเรียบร้อยหรือไม่ จากนั้นเดินไปตึกบัญชาการ 2 ตรวจดูความเรียบร้อยห้องทำงานทีมงานโฆษกประจำสำนักนายกฯ และห้องทำงาน ที่ปรึกษานายกฯ ก่อนจะเดินกลับมายังตึกไทยคู่ฟ้า ระหว่างทางยังแวะดูจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐสภาบรรจุวาระพิจารณาร่างแถลงนโยบาย วันที่ 9-10 เม.ย. วันที่ 11 เม.ย.จะมีการประชุม ครม.นัดแรกเลยหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ใช่ ไม่เช่นนั้นติดเทศกาลสงกรานต์จะทอดยาวมากเกินไป วันนี้บ้านเมืองมีปัญหาเยอะ ต้องเร่งประชุม ครม. และเตรียมความพร้อมสำหรับประชาชนที่จะเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์“ปกรณ์” เดินหน้าปฏิรูปกฎหมายนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าตั้งใจเข้ามาผลักดันกฎหมายสำคัญ ได้แก่ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ต้องปรับปรุงให้ทันสมัยตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก.พ.ร.จัดทำร่างกฎหมายเสร็จสิ้นหมดแล้ว รอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการอำนวยความสะดวกและการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชน ถือเป็นระบบหลักของ Super license กฎหมายฉบับนี้อยู่ในชั้นสภา รัฐบาลอาจต้องดึงเรื่องกลับมาเพื่อให้มีมติ ครม.ยืนยันเรื่อง รวมถึงผลักดันยกระดับกฎหมาย และกฎระเบียบต่างๆให้สอดคล้องกับหลักการสากล ตามเกณฑ์ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) หากไม่ปรับเปลี่ยนจะก้าวไม่ทันโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว และไม่สามารถดึงดูดนักลงทุนได้ “เรื่องกิโยตีนกฎหมายผมคงไม่ทำ แต่จะทำเรื่องพัฒนากฎหมาย แก้กฎหมายให้ทันสมัยตามกติกาสากล”นายกฯกำชับ “รัชดา” ตรงไปตรงมาขณะที่ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำพวงมาลัยสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ศาลตา ศาลยาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดากล่าวว่า จะทำหน้าที่สื่อสารข้อมูลที่ครบถ้วนตรงไปตรงมา ให้ถึงประชาชนได้มากที่สุด สร้างความเข้าใจทุกเสียงสะท้อนของประชาชน รัฐบาลได้ยิน นายกฯรับทราบ เราห่วงใย นายกฯย้ำขอให้ทำหน้าที่สื่อสารให้ครบถ้วน มีเหตุผลตรงไปตรงมา ไม่ต้องกังวลต้องมาปกป้องนายกฯหรือรัฐมนตรี ขอให้สื่อสารสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เมื่อถามถึงกระแสข่าวการนัดประชุม ครม.นัดแรกในวันที่ 11 เม.ย. น.ส.รัชดาตอบว่าต้องรอดูทางสภาว่ากำหนดให้แถลงนโยบายวันไหน มีข่าวว่าเดิมกำหนดไว้วันที่ 9-10 เม.ย. อาจขยับไปเป็นวันที่ 10-11 เม.ย. ต้องรอความชัดเจนจากสภาอีกครั้ง“ไชยชนก” จ่อดึง DGA กลับมาอยู่ดีอีที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดีอี เข้าสักการะศาลพระพรหม แยกอาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารบี ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง นายไชยชนกให้สัมภาษณ์ว่าที่ขอโควตารัฐมนตรีช่วยเพิ่มเพื่อแบ่งเบาภาระงานกระทรวงที่มีอยู่มาก กระทรวงดีอีถูกวางให้เป็นกระดูกสันหลัง มีงานที่ต้องแก้ไขกฎหมาย และผลักดันการใช้และอัปเดตเทคโนโลยี จะดึงสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) หรือ DGA ที่ปัจจุบันไปสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้กลับมาอยู่ภายใต้สังกัดดีอีอีกครั้ง เพื่อเป็นไปในทิศทางเดียวกัน“จุลพันธ์” โดนรับน้องตั้งแต่วันแรกที่กระทรวงแรงงาน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน เข้าทำงานวันแรกมี น.ส.บุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน นำอธิบดีและผู้บริหารรอต้อนรับ หลังสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ได้มีกลุ่มผู้ประกันตนมาตรา 39 นำโดย น.สพ.บูรณ์ อารยพล “หมอบูลย์” เข้ายื่นหนังสือเรียกร้องให้ประกันสังคมล้มบำนาญ “สูตร CARE” ให้คำนวณสิทธิบำนาญชราภาพด้วยความเป็นธรรม และคืนเงินส่วนต่างให้ผู้ประกันตนทุกรายที่เสียสิทธิไปก่อนหน้านี้ นายจุลพันธ์รับปากรับเรื่องไปพิจารณา นายจุลพันธ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่าไม่กลัวม็อบ เพราะโตมากับม็อบ ให้นโยบายไปแล้วถ้าเขามาต้องดูแล กระทรวงแรงงานมีเรื่องที่ต้องสะสางเยอะ ต้องทำให้สำเร็จ ทั้งประกันสังคม แรงงานต่างด้าว สิ่งแรกที่จะทำคือลดเงินสมทบประกันสังคม ลดภาระผู้ใช้แรงงานช่วงวิกฤติพลังงาน ส่วนปัญหาตึก skyy9 จะติดตาม แต่ไม่แทรกแซง และการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจะใช้สูตรเดิม ขณะที่กลุ่มม็อบได้โปรยแบงก์กงเต๊กเป็นการประท้วงด้วย“โสภณ” เกลี่ยเวลาอภิปรายนโยบายวันเดียวกันที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการหารือร่วมระหว่าง ครม. สว. และตัวแทน สส.ทุกพรรคการเมือง พิจารณาจัดสรรเวลาการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 ระหว่างวันที่ 9-10 เม.ย. ต่อมานายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย แถลงว่า การแถลงนโยบายรัฐบาลจะใช้เวลาอภิปราย 32 ชั่วโมงครึ่ง จัดแบ่งเวลาให้ประธาน 1 ชั่วโมงครึ่ง นายกรัฐมนตรี 1 ชั่วโมงครึ่ง ครม.ชี้แจง 6 ชั่วโมง สว. 4 ชั่วโมง สส.ฝ่ายรัฐบาล 5 ชั่วโมงครึ่ง และเวลา สส.ฝ่ายค้าน 14 ชั่วโมงครึ่ง ยอมรับกังวลต่อการประท้วงในที่ประชุม จึงกำชับแต่ละฝ่ายให้ช่วยกันควบคุม“ณัฐพงษ์” ชู “ธีมพอแล้วไม่ไหวแล้ว”ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ว่า ครั้งนี้เรามาใน “ธีมพอแล้วไม่ไหวแล้ว” พรรคเตรียมผู้อภิปรายไว้ไม่ต่ำกว่า 20 คน ตนเป็นผู้อภิปรายเปิด หลังจากเห็นตัวร่างนโยบายรัฐบาล เป็นการเอาโครงสร้างผังบริหารนโยบายจากพรรคอื่นๆมามัดรวมกัน อาจยังไม่เพียงพอ สิ่งที่เป็นปัญหาสูงสุด คือ ประชาชนและภาคเอกชนขาดความเชื่อมั่นเชื่อใจในรัฐบาล ประชาชนตั้งคำถามว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ที่มาที่ไปของฐานอำนาจรัฐบาลชุดนี้ ตกลงมาจากไหน ส่วนใหญ่โฉมหน้า ครม.ยังเป็นโควตาการเมือง ต่อให้มีนโยบายที่สวยหรูขนาดไหน ก็อาจไม่สามารถแก้ไขโครงสร้างใหญ่ได้ หากไม่กล้าชนกับคอร์รัปชัน ผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมือง ส่วนจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ อยู่ที่รัฐบาลสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้หรือไม่ รวมถึงบุคคลที่อยู่ใน ครม.ต้องไม่มีผลประโยชน์กล้าธรรมโวใส่เต็มที่ไม่มีออมมือนายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม กล่าวว่า พรรคจะไม่มีการออมมือในการอภิปรายนโยบายรัฐบาล เตรียมประเด็นทวงถามนโยบายตามที่ประกาศหาเสียงไว้ ทั้งพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย จะประเมินว่านโยบายที่นายกฯและ ครม.ร่วมกันจัดทำเสนอต่อรัฐสภานำไปปฏิบัติจริงได้มากน้อยแค่ไหน พรรควางประเด็นอภิปรายไว้ทั้งวิกฤติพลังงาน ภาคการท่องเที่ยว การเกษตร การศึกษา และภาคสังคมในการดูแลผู้สูงอายุ จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มที่“ชัยชนะ” ตั้งแท่นซัก 4 ประเด็นหลักนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เตรียมคำถามนโยบายเร่งด่วนรัฐบาล ดังนี้ การแก้ปัญหาพลังงาน และราคาสินค้าขึ้นราคาจากเหตุราคาน้ำมันแพงขึ้น ต้องการทราบมาตรการแก้ไข หากในอนาคตราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวลดลง รัฐบาลมีมาตรการรับมืออย่างไร หากผู้ประกอบการไม่ยอมปรับลดราคา รวมถึงนโยบายด้านสาธารณสุข ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา นโยบายกระจายอำนาจ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเศรษฐกิจ การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การดูแลความสงบเรียบร้อย รวมถึงปัญหาชายแดน และปัญหาภัยสแกมเมอร์ข้ามชาติ ที่ถือเป็นความมั่นคงแห่งรัฐ รวมถึงนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เช่น คนละครึ่งพลัส ที่พรรคภูมิใจไทยใช้หาเสียง นำมากำหนดไว้ครบถ้วนหรือไม่ป.ป.ช.โนแคร์ชงฟัน 44 สส.ก้าวไกลอีกเรื่อง นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงความคืบหน้าการส่งคำร้องต่อศาลฎีกาเอาผิดคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ผิดจริยธรรมร้ายแรง กรณีเข้าชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งถ่ายเอกสารประกอบการพิจารณาส่งคำร้อง จำนวน 56 ชุด หลายหมื่นแผ่น ส่งให้องค์คณะศาลฎีกา และฝ่ายเลขานุการศาลฎีกา ในวันที่ 9 เม.ย. เจ้าหน้าที่จะส่งเอกสารทั้งหมดให้ฝ่ายเลขาธิการ ป.ป.ช. ถ้าเห็นว่าเอกสารประกอบคำร้องครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว จะส่งคำร้องต่อศาลฎีกาได้ในวันที่ 9 เม.ย. แต่ถ้ายังไม่สมบูรณ์ครบถ้วน อาจต้องขยับออกไปก่อน ยืนยัน ป.ป.ช.เร่งทำงานเต็มที่ เมื่อถามว่าวันที่ 9 เม.ย.ตรงกับวันแถลงนโยบายพอดี นายสุรพงษ์ ตอบว่า ไม่เกี่ยวกับการเมือง เป็นแค่การยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา จากนั้นศาลฎีกาจะตั้งองค์คณะเพื่อตรวจสอบ และพิจารณาคำร้องจาก ป.ป.ช. ก่อนมีคำสั่งว่าจะรับคำร้อง และให้ผู้ถูกกล่าวหายุติการปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนหรือไม่ เป็นอำนาจวินิจฉัยของศาลฎีกาค่ายส้มข้องใจแกนนำน้ำเงินกดปุ่มด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า หากถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนหยุดสงกรานต์จริง คนที่มีอำนาจกดปุ่มสั่งเรื่องนี้ คิดว่าไม่ควรทำไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องมาบล็อกการอภิปรายในวันแถลงนโยบาย เรื่องคดี 44 สส. เราสื่อสารมาตลอดว่าผิดต่อหลักการที่ สส.มีอำนาจในการแก้ไขกฎหมาย สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นนิติสงครามชัดเจน ขั้วตรงข้ามการเมืองพยายามใช้อาวุธทางกฎหมาย สกัดกั้นทำลายพวกเรา ยิ่งทำแบบนี้ยิ่งสร้างความไม่พอใจต่อประชาชนที่แสวงหาความเป็นธรรม สังคมกำลังตั้งคำถามว่าพรรคภท.ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล มีอิทธิพลสามารถกำกับองค์กรอิสระ เพราะมีที่มาที่ไปขององค์กรอิสระ รวมถึงสภาฯบน สภาฯล่าง รัฐบาลอาจมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ลั่นพร้อมรับสถานการณ์เลวร้ายสุดเมื่อถามว่าหากมีคำสั่งคำสั่งใดคำสั่งหนึ่งออกมา ในวันอภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาล พรรคเตรียมรับมือสถานการณ์อย่างไร นายณัฐพงษ์ตอบว่า คงตอบแทนศาลไม่ได้ แต่เชื่อมั่นว่าศาลฎีกาจะทำหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม และอยากให้ความเป็นธรรมกับพวกเราด้วย เพราะเห็นได้ชัดว่าคดีนี้เป็นคดีการเมือง แต่เราเตรียมรับมือไว้แล้วทุกสถานการณ์ ในพรรคคิดถึงกรณีเหตุเลวร้ายที่สุดไว้อยู่แล้ว ฉะนั้นไม่ว่าคำสั่งจะออกมาวันไหน เราเตรียมพร้อมเดินหน้าต่อเต็มที่นักท่องเที่ยวอินเดียแห่เข้าไทยเพิ่มที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายนาเคศ สิงห์ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย เข้าอำลานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย กรณีพ้นหน้าที่ นายนาเคศ สิงห์ กล่าวแสดงความยินดีที่นายอนุทินชนะเลือกตั้ง และในโอกาสเข้ารับตำแหน่งนายกฯอีกครั้ง พร้อมเชิญเยือนอินเดีย ขอบคุณนายกฯและรัฐบาลไทยในการส่งกลับบุคคลสัญชาติอินเดียที่บางส่วนเป็นผู้กระทำผิดซ้ำ ร่วมกันป้องกันไม่ให้บุคคลกลุ่มเสี่ยงกลับเข้ามากระทำผิดซ้ำ ส่วนด้านการค้าการลงทุน ไทยและอินเดียเห็นพ้องร่วมกันผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกัน แลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยว และจากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีแนวโน้มว่าชาวอินเดียจะเดินทางมาไทยมากขึ้น และยังแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการพลังงาน ช่วงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง นายอนุทินเน้นย้ำยังคงสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่