ของจริงต้องพิสูจน์ ชนะเลือกตั้งจนได้เป็นแกนนำรัฐบาลของ “ภูมิใจไทย” นั้น องค์ประกอบสำคัญๆที่พอจะหยิบยกมากล่าวถึง 1.“อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรค 2.“3 คนนอก” ที่มาสร้างคะแนนนิยมให้พรรคอย่างโดดเด่น 3.บรรดา “ลูกเทพ” ที่ผนึกกำลังจนนำมาซึ่งชัยชนะ“อนุทิน” ในฐานะนายกรัฐมนตรี “ส้มหล่น” เพราะพรรคประชาชนยกมือสนับสนุนจึงได้ทดลองในตำแหน่งสำคัญนี้คนนอกที่ดึงเข้ามาร่วมงานคือ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ”-“ศุภจี สุธรรมพันธุ์”-“สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” ทั้ง 3 คนถือว่ามีโปรไฟล์ดีมีเสียงสนับสนุนจนเป็นส่วนหนึ่งของชัยชนะกลุ่มลูกเทพเป็นนักการเมืองคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นลูกหลานของคนในพรรคที่สามารถช่วยกันผลักดันและเป็นพลังสำคัญนี่คือองค์ประกอบซึ่งเป็น “ต้นทุน” สำคัญ!วันนี้สถานการณ์การเมืองกำลังนำพาให้คน 3 กลุ่มนี้ที่ได้เป็นรัฐบาลบริหารประเทศพิสูจน์ตัวเองในท่ามกลางวิกฤติสงครามตะวันออกกลางที่ถูกท้าทายก่อนเพื่อนก็คือ “อนุทิน” ว่าจะนำประเทศผ่านวิกฤติได้หรือไม่“3 สหาย” ก็ไม่ต่างกันยิ่งไปกว่านั้นถูกดูแคลนอย่างท้าทายว่าไม่เชื่อมั่นว่าจะนำประเทศฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจไปได้เพราะต้องเจอกับมรสุมลูกใหญ่เกินกำลังคล้ายๆกับดูแคลนก่อนลงมือปฏิบัติก็ต้องดูกันต่อไปว่าพวกเขาจะสามารถลบคำปรามาสไปได้หรือไม่ส่วนบรรดา “ลูกเทพ” ที่ยังไม่เคยบริหารประเทศมาก่อน แต่พวกเขาอยู่ในวัยที่กำลังฟิตด้วยหนุ่มแน่นและสาวที่มุ่งมั่นสอดรับกับสภาพสังคมที่ต้องเปลี่ยนไปแน่นอนว่าสังคมไทยก็อยากเห็นว่าคนรุ่นนี้จะมีความสามารถแค่ไหนที่จะบริหารประเทศให้เจริญงอกงามเหนือกว่าคนรุ่นเก่ากลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างพรรคประชาชนที่เกือบจะได้รับโอกาส แต่ยังไม่สามารถคว้าชัยได้เลยยังไม่ได้รับการพิสูจน์กลายเป็นว่าลูกเทพจากค่ายภูมิใจไทยได้รับโอกาสก่อนหากทำได้ดีก็จะเป็นแบบอย่างตามที่คาดหวังว่าพวกเขาสามารถทดแทนคนรุ่นเก่าได้ ยิ่งสามารถสร้างผลงานได้น่าประทับใจคนรุ่นเก่าก็คงจะตกรุ่นคราวนี้แหละ...ผลบุญอันนี้จะส่งผ่านไปถึงพรรคประชาชนว่าคนรุ่นพวกเขานี้มีความสามารถพอที่จะบริหารประเทศได้ดีกว่าคนรุ่นเก่าหลายเท่าที่ไม่มั่นใจก็โปรดมั่นใจได้ว่าไปแล้วรัฐบาลชุดนี้มีสิ่งใหม่ๆให้สังคมไทยได้พิสูจน์หลายอย่างเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับสถานการณ์อย่างยิ่งเพียงแต่ว่าพวกเขาต้องเจองานหินเสียก่อนแต่ถ้าผ่านพ้นไปได้ก็ต้องบอกว่าสอบผ่านแล้วการส่งผ่านรุ่นต่อรุ่นของไทยเป็นไปด้วยดี!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม