วันพรุ่งนี้มะรืนนี้ 9–10 เม.ย. นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล จะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อนเข้าบริหารราชการแผ่นดิน วันนี้ผมพาท่านผู้อ่านไปส่องดู นโยบายรัฐบาลอนุทิน–2 มีเนื้อหาอะไรน่าสนใจบ้าง จะแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ก็อยู่ที่ความตั้งใจจริงของ นายกฯอนุทิน และ ครม.ชุดใหม่ แต่คงหวังไม่ได้มากนโยบายแบ่งออกเป็น 5 ด้าน 23 หัวข้อ ผมพาไปส่องดู ด้านเศรษฐกิจที่สำคัญ ด้านการศึกษา และ การปราบคอร์รัปชัน ที่เป็นตัวบ่อนทำลายชาติในบทเกริ่น นายกฯอนุทิน แถลงว่า รัฐบาลจะบริหารภายใต้กรอบวินัยการเงิน การคลัง จะเร่งเยียวยาประชาชนกลุ่มเปราะบาง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน ผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ควบคู่กับการพลิกวิกฤติของโลกให้เป็นโอกาส จูงใจบริษัทต่างชาติให้มาตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในไทย เจรจาส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป ตอกย้ำบทบาทไทยเป็น “ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก” จะเร่งจัดทำ งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ให้ใช้ทันในปีงบประมาณปกติ จะลดรายจ่ายของหน่วยงานรัฐที่ไม่จำเป็นและไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาของประเทศจะ ปรับรูปแบบการบริหารภาครัฐ เป็น “ระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์ (Cluster)” เพื่อทำงานบนเป้าหมายและตัวชี้วัดเดียวกันคลัสเตอร์แรก ในนโยบายคือ “เศรษฐกิจ” จะสร้างโอกาสการเริ่มต้นและเติบโตให้ทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อสร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนไทย จะลดรายจ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าน้ำดื่มสะอาด ค่าพลังงาน รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลรายบุคคลตั้งแต่เกิดจนตาย เพื่อให้รัฐสามารถออกแบบสวัสดิการแบบรวมศูนย์ ส่งเสริม SMEs ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ให้แต้มต่อ SMEs ที่เมดอินไทยแลนด์ จะมีระบบบัญชีออนไลน์ฟรี ระบบประเมินภาระภาษีฟรี ระบบใบกำกับภาษีออนไลน์ (E–invoice) ไปจนถึง การสร้างเครื่องยนต์ใหม่ทางเศรษฐกิจ อาทิ ดิจิทัล และ AI หุ่นยนต์ (Robotic) เซมิคอนดักเตอร์ อาหารแปรรูปมูลค่าสูง พลังงานสะอาด เทคโนโลยีชีวภาพ ยานยนต์สมัยใหม่ การแพทย์และสุขภาพ รวมทั้ง ยกระดับตลาดเงินตลาดทุนให้ทันสมัย โปร่งใส และแข่งขันได้ในระดับสากลด้าน การเกษตร จะเปลี่ยนจากเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่ “เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่งคง เกษตรยั่งยืน” สร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย จะมีการพัฒนาข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และ AI เพื่อวางแผนการผลิตและจำหน่ายตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทยให้เป็น “ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก” จนต้องร้องว่า พอแล้วๆ รวยไม่ไหวแล้วด้าน “การศึกษา” ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดที่จะพัฒนาทุกอย่างที่นายกฯแถลงให้เกิดขึ้นได้จริง แต่นโยบายการศึกษาของรัฐบาลภูมิใจไทยกลับมีแค่ “1 หน้ากระดาษ” เท่านั้น “เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา” ยังกะสโลแกนหาเสียง ทั้งที่การศึกษาไทยตกต่ำมาก ปี 2568 IMD จัดให้การศึกษาของไทยอยู่ในอันดับที่ 55 จาก 69 ประเทศ แต่ที่ดีขึ้นคือ “งบรายจ่ายด้านการศึกษา” ซึ่งไม่รู้ไปอยู่ในมือใครเรื่อง การทุจริตคอร์รัปชัน ที่รุนแรงขึ้นทุกปี เป็นตัวฉุดเศรษฐกิจไทยให้ตกต่ำจนเป็น “ผู้ป่วยแห่งอาเซียน” รัฐบาลภูมิใจไทยใส่ไว้ในข้อ 23 ข้อสุดท้ายเพียง “7 บรรทัด” กว้างๆว่า “แก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง” ทั้งที่เป็นปัญหาหลักของชาติปี 2568 การทุจริตคอร์รัปชันในรัฐบาลไทย ทั้งนักการเมืองและข้าราชการถือว่าอยู่ในระดับเลวร้ายที่สุด หล่นไปอยู่อันดับ 116 ของโลก จาก 182 ประเทศ และอยู่อันดับ 8 ในอาเซียน โดย ได้คะแนนความโปร่งใสเพียง 33 คะแนน ต่ำที่สุดในรอบ 14 ปี ถ้า นายกฯอนุทิน ไม่คิดแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง การทุจริตคอร์รัปชันจะฉุดอนาคตประเทศไทยให้ตกต่ำลงกว่านี้ได้อีก ไม่เชื่อคอยดู.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม