จุดวัดฝีมือผู้มีอำนาจ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ที่จะนำ ครม.ชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ 6 เม.ย.นี้ นายอนุทิน ถือเป็นผู้นำรัฐนาวา นำฝ่าพายุวิกฤติพลังงานโลก ในภาวะไฟสงครามตะวันออกกลาง โดยหลายฝ่ายมีข้อเสนอเชิงรุก เพื่อป้องกันเศรษฐกิจไทยล้มครืน เช่น การบริหารจัดการราคาพลังงานเชิงโครงสร้างท่ามกลางสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันดิบโลก อาจพุ่งทะลุเพดาน แค่กู้เงินมาอุดหนุนกองทุนน้ำมันอย่างเดียวไม่ได้ ต้องรีบนำนโยบายคุมค่าการกลั่นมาบังคับใช้จริง กำหนดเพดานเพื่อลดภาระต้นทุนหน้าโรงกลั่นทันที การสำรองเชิงยุทธศาสตร์ เร่งตรวจสอบปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศ ให้มั่นใจว่ามีเพียงพอใช้ไม่น้อยกว่า 90 วันมาตรการรับมือเงินเฟ้อเมื่อน้ำมันแพง ค่าขนส่งและต้นทุนสินค้าจะพุ่งตามทันที กลายเป็นภาษีทางอ้อมซ้ำเติมปากท้อง กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลังต้องประสานงานเพื่อตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค พร้อมพิจารณามาตรการภาษีช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการขนส่ง ป้องกันการขึ้นราคาค่าโดยสาร ค่าขนส่งสินค้าเรื่องการทูตพลังงานและการหาแหล่งสำรองใหม่ ไทยมีสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งฝ่ายตะวันตกและกลุ่มประเทศอาหรับ ต้องใช้การทูตเชิงรุก รมว.ต่างประเทศ และ รมว.พลังงาน ควรเดินสายเจรจาขอซื้อน้ำมันในราคาพิเศษ ทำสัญญาแบบรัฐต่อรัฐกับกลุ่มประเทศผู้ผลิตที่ยังไม่ถูกผลกระทบโดยตรง กระจายความเสี่ยงที่พึ่งพาแหล่งเดียวและต้องเร่งแผนความมั่นคงทางพลังงานสะอาด เป็นวาระแห่งชาติ วิกฤติสงครามครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าการพึ่งพาฟอสซิลจากต่างประเทศ คือจุดอ่อนร้ายแรง ดังนั้นรัฐบาลควรออกมาตรการภาษี จูงใจขั้นสูงสุด ภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรม ที่ติดตั้ง Solar Rooftop หรือเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนเพื่อลดการใช้ก๊าซ ธรรมชาติการสื่อสารวิกฤติ ความตื่น ตระหนกของประชาชนอาจนำไปสู่การกักตุนหรือมีการปั่นราคาสินค้า ทีมสื่อสารและทีมโฆษกของรัฐที่ออกแถลงการณ์ต่างๆต้องเป็นไปในทางที่สร้างความเชื่อมั่น ว่ามีน้ำมันพอและมีมาตรการคุมราคาที่ชัดเจน อย่าให้ประชาชนเข้าใจว่ารัฐละเลย ผู้เสียภาษีตัวจริง เอาอกเอาใจแต่เหล่านายทุนเวลานี้นายอนุทินจะต้องเป็นแม่ทัพนำฝ่าวิกฤติ หากสามารถประคองราคาพลังงานและค่าครองชีพไม่ให้ตกลงเหวได้ในช่วง 100 วันแรก จะถือเป็นใบเบิกทาง สร้างความเชื่อมั่นรัฐบาล แต่หากสอบตก แก้วิกฤติไม่ได้ ย่อมเสี่ยงต่อความเสื่อมศรัทธาของประชาชน และเป็นบทพิสูจน์ความเป็นผู้นำในภาวะวิกฤติของนายกฯ.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม