รอแค่เสียงแตรรบ สัญญาณธงประจัญบาน ณ จุดที่กองเรือรบขนาดมหึมาของสหรัฐอเมริกาเคลื่อนเข้าประจำการรบในสมรภูมิอ่าวเปอร์เซีย พร้อมกองกำลังนาวิกโยธินหลายพันนายที่รอสัญญาณนกหวีดยกพลขึ้นบก ติดดาบบุกทะลวงอิหร่านทางภาคพื้นดินล่าสุด “คาวบอย ไบโพลาร์” โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำทำเนียบขาว “หงายไพ่” คำตอบสุดท้ายเปิดเป้าหมายบุกยึด “เกาะคาร์ก” รวบหัวรวบหางแหล่งพลังงานสำคัญของฝั่งเตหะราน ทำลายเกมล็อกท่อน้ำมันโลกเป็นตัวประกัน สวนทางกับสัญญาณสู้ตาย เสียงกร้าวของนักรบชีอะห์ กองกำลัง irgc อิหร่าน ขู่พร้อม “เปิดประตูนรก” รอต้อนรับศัตรูผู้รุกรานฉากบู๊ล้างผลาญหนังสงครามฟอร์มยักษ์ฮอลลีวูด ถึงตอนระทึกตัดฉากมาที่หนังคอมเมดี้ “ซีรีส์ไทบ้าน” พล็อตเรื่องย้อนยุคพระเอกเป็นร้อยตำรวจเอกปลอมตัวไปจับผู้ร้าย ก่อนเผยตัวจริงหล่อๆโชว์นางเอกตอนจบ ปรับบทให้ทันยุคโซเชียลฯ เป็น “นายกรัฐมนตรี” แปลงกายเป็นประชาชนทั่วไป เช่ารถขับตระเวนตรวจจับปั๊มน้ำมันกักตุนในต่างจังหวัด“นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล เล่นใหญ่ โชว์ไล่กวดขัน “น้ำมันช็อต”แถมช็อตที่ดูแล้วฮากลิ้ง คนดูหัวเราะท้องแข็ง “นายกฯเจ้าสัวซิโนไทฯ” โชว์มุก “คาร์ฟรี” ยกโขยงทีมงานผู้ติดตาม 4-5 คน เบียดนั่งในรถสามล้อสกายแลปคันเดียวกันตระเวนเมืองนครพนม เพื่อเป็นตัวอย่าง “ประหยัดน้ำมัน”ฟอร์มของผู้นำเกรียน ซีเรียสยังไงก็ไม่ทิ้งลีลา “ขี้เล่น”ภายใต้บรรยากาศงาน “อีเวนต์” โชว์มาตรการ “เอาตัวรอด” ในวิกฤติน้ำมันขาดแคลนจากภาวะสงครามตามจังหวะเรียกเสียงฮากลบเสียงด่าได้ชั่วขณะ ในภาวะที่ประชาชนยังไม่คลายจากภาวะ “ขวัญผวา” จากที่โดนรัฐบาลโดย กบน. “ลักหลับ” ปล่อยน้ำมันลอยตัวพรวดเดียว 6 บาทถึงขั้นไม่กล้าข่มตานอนหลับ กลัวตื่นมาหูตาเหลือกสดๆร้อนๆโทรโข่งกระทรวงพลังงานต้องแถลงดับข่าวลือน้ำมันดีเซลทะลักขึ้นไปลิตรละ 60 บาท แต่สังคมก็ไม่ปักใจเชื่อว่า “รัฐบาลพูดจริง” ในเมื่อ “เฟกนิวส์” มันตามมาด้วย “ข่าวชัวร์” ตลอดสภาพความเชื่อมั่นเกลี้ยงปั๊ม รัฐบาลเซราะกราวเติมไม่ทันนั่นไม่เท่ากับแรงแค้น “ไอ้โม่ง” ปล้นซ้ำประชาชนตาดำๆภาวะคับขัน “นายกฯหนู” จำเป็นต้องเร่งระบายแรงกดดัน เปิดรายการ Meet the Press เกณฑ์ทีม “เดอะแบก” ขาประจำ ที่นั่งหลังแอ่น ทั้ง “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง “มาดามแต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ “ทูตอ้วน” สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศรวมถึง “เสี่ยโด่ง” อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ที่หนีไม่ออก ต้องช่วยอุ้มเผือกร้อนส่งท้ายแต่สังเกตว่า “เจ้าภาพใหญ่” คนสำคัญที่สมควรต้องอยู่ในฉากเคลียร์น้ำมัน แต่หายไปจากเวทีก็คือ “โกเกี๊ย” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม นั่งแท่นผู้อำนวยการ ศบก.“เจ้าสัวปั๊มพีที” ที่โดนล็อกเป้า “ผลประโยชน์ทับซ้อน”ถึงตอนนี้ก็ยังสลัดไม่พ้นสปอตไลต์ฉายส่องไอ้โม่ง ด้วยสภาพของเจ้าสัวปั๊มพีทีที่โดนไล่ต้อนอย่างหนักทั้งในเวทีสภา นอกสภา ถูกตั้งแง่สงสัยใช้สถานะของคนคุมเกมวิกฤติน้ำมัน กุมข้อมูลอินไซด์ รู้ล่วงหน้าจังหวะการตรึงราคา การปล่อยลอยตัวน้ำมันภาพมันฟ้องชัดในตัวเอง รัฐบาลภูมิใจไทยจงใจ “ฝากปลาย่างไว้กับแมว”เบาสุดคือบกพร่องโดยสุจริต พลาดไปอยู่ในจุดนัวเนีย “ลาภ” ไม่ควรได้แต่หนักสุดคือ จงใจใช้อำนาจเอื้อผลประโยชน์เครือข่าย แบบที่โดนสื่อขาใหญ่ท่าพระอาทิตย์แฉปั๊มบางยี่ห้อในถนนสายรองต่างจังหวัด ขึ้นป้ายน้ำมันหมด ปิดยาวก่อนใคร แกะรอยข้อมูลตัวเลขระบบดาต้า “จ็อบเบอร์” ขนน้ำมันไหลออกในโซนปักษ์ใต้และอีสานใต้ใกล้ชายแดน ฐานธุรกิจการเมืองก๊วนเซราะกราว ปริมาณสูงกว่าที่อื่นขืนขึ้นเวทีแล้วโดนสื่อจี้ “เจ้าสัวพีที” น่าจะเปิดสคริปต์ “ครูใหญ่” ตอบไม่ทันเอาแค่คำถามถามค้ำคอ การใช้ระบบ TRACK จีพีเอสติดตามรถบรรทุกน้ำมันง่ายๆ ทำไมเพิ่งมาใช้หลังปล่อยให้กักตุนกันอื้อซ่าตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคมไปแล้ว แนวโน้มไล่อุดรูรั่วหลังปล่อยให้ฟัดกันสะดือปลิ้นมาถึงวันนี้เงาไอ้โม่งทาบทับ “โกเกี๊ย” ไม่รู้จะดิ้นออกทางไหนลำพังอาศัย “แก๊งสลิ่ม” ที่ได้ตั๋วคุมเค้กกระทรวงพลังงานพยายามโชว์ผลงานประเดิมกลบ “บ่อน้ำมัน” ให้ก๊วนเจ้าพ่อเขากระโดง ก็โดนดักไต๋ได้ หรือต่อให้ดีล “เจ้าพ่ออ่าง” ลากสังขารมาโชว์เก๋าช่วยเบี่ยงเป้า “โยนบาป-โยนไฟใส่โรงกลั่น” มันก็จุดไม่ติด เปลี่ยนกระแสล็อกเป้าไอ้โม่งไม่ได้สภาพ “เจ้าสัวพีที” กลายเป็น “บ่อน้ำมัน” เขากระโดงไปซะแล้ว.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม