“ประชาชนรวยกันไม่หวาดไม่ไหว” คือประโยคทอง ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เคยพูดอวดสรรพคุณตอนหาเสียงเอาไว้ ถูกชาวบ้านหยิบยกมาประชด ประชัน เมื่อรัฐบาลปล่อยราคาน้ำมันขึ้นพรวดเดียว 6 บาท วิกฤติน้ำมันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะกวาดทุกสิ่ง หากผู้นำประเทศไม่มองปัญหาอย่างรอบด้านนายกฯต้องรับฟังเสียงสะท้อนจากชาวบ้าน และไม่เสียหาย หรือเสียหน้าหากใช้วิธีของฝ่ายค้าน ที่เสนอแนวทางการแก้ปัญหาไว้หลากแง่มุม เช่น นาย ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้ระวังเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะ Stagflation เงินเฟ้อพุ่งสูง เศรษฐกิจชะลอ สินค้าแพง ค่าแรงถูก เศรษฐกิจซึมนำไปสู่วงจรอุบาทว์ทางเศรษฐกิจ ที่หลุดพ้นยากมาก นายชัยวัฒน์ ยังพูดถึงตัวเลขคาดการณ์เดือน มี.ค.นักเศรษฐศาสตร์ออกมาเตือนเงินเฟ้อทั่วไป อาจพุ่งเพิ่มถึง 4.5 เปอร์เซ็นต์ จีดีพีอาจลดลงถึง 1 เปอร์เซ็นต์ คือฝันร้ายที่จะมาถึง ถ้ารัฐไม่ตั้งหลักรับมือที่ดีพอ โดยมาตรการที่รัฐบาลควรทำเพิ่มเติม แบ่งเป็นระยะสั้น และระยะยาวระยะสั้นใช้การทูตเชิงรุก ไทยเป็นสมาชิกสมทบองค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ทาง IEA เพิ่งประกาศปล่อย น้ำมัน 400 ล้านบาร์เรล จากคลังสำรองฉุกเฉิน โดยระบุว่าจะมีน้ำมันสำรองพร้อมใช้ในภูมิภาคเอเชียก่อนภูมิภาคอื่น รัฐบาลจึงควรมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศ ประสานทูตไทยในประเทศสมาชิก IEAเร่งเจรจาแสวงหาช่องทางที่จะเข้า ถึงน้ำมันสำรองฉุกเฉิน สำหรับไทย อินโดนีเซีย ก็เป็นสมาชิกสมทบ อีกหนึ่งมิตรประเทศที่ควรเจรจา ในฟากอิหร่านและมิตรประเทศของไทยในตะวันออกกลาง ให้เรือขนส่งน้ำมันหรือเรือสินค้าที่จะมาไทยให้สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เพิ่มมากกว่า 1 ลำที่ผ่านไปแล้ว ก็ควรที่จะเร่งเจรจานอกจากนี้ยังมีการแก้ปัญหาระยะยาว จะต้องแก้กฎระเบียบเพิ่มการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน พัฒนานโยบายพลังงานระยะยาว กระจายความเสี่ยงการพึ่งพาแหล่งนำเข้าพลังงาน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติให้เหมาะสมนโยบาย โครงสร้างราคาบิดเบือนกลไกตลาดให้น้อยที่สุด คือทิศทางการแก้ปัญหาที่ถูกต้องฉายแค่ตัวอย่างให้เห็น ผู้มีอำนาจ จะรับฟังนำไปปรับใช้หรือไม่ก็ตาม แต่ช่วงสงกรานต์นี้จะพิสูจน์ฝีมือรัฐบาล โดยนายกฯอนุทินต้องบริหารจัดการไม่ให้น้ำมัน ขาดปั๊ม และควบคุมไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาน้ำมันฟันกำไรอีกระลอก มิเช่นนั้นปีใหม่ไทยในทุกจังหวัดคงเงียบเหงา การท่องเที่ยวซบเซา ขณะที่เสียงด่ารัฐบาลจะยิ่งดังเซ็งแซ่. คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม